หัวเว่ย-
marketthink
สรกล อดุลยานนท์
ตอนนี้ทุกคนคงรู้จัก ”หัวเว่ย” กันแล้ว
ส่วนใหญ่รู้จักจากโทรศัพท์มือถือที่ถือว่าเป็นโทรศัพท์ชั้นนำของโลกยี่ห้อหนึ่ง
แต่จริง ๆ แล้ว เขายังมีธุรกิจติดตั้งระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ
ประวัติของ หัวเว่ย น่าสนใจมากครับ
โดยเฉพาะกลยุทธ์ การแจ้งเกิด ของเขา
ก่อนจะก้าวสู่ระดับโลกในวันนี้ “หัวเว่ย” เริ่มต้นจากการผลิตสินค้าโทรคมนาคมตามสไตล์แบบ ”จีน” ในยุคก่อน
คือ ต้นทุนต่ำ ราคาถูก
ใช้กลยุทธ์ “ราคา” เป็น ”จุดขาย”
คุณภาพของเขาในยุคแรกสู้กับสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ไม่ได้เลย
เป็น ”ความจริง” ที่เขายอมรับ
นโยบายที่ “หัวเว่ย” ใช้ในอดีต คือ “low price, poor quality, great service”
ชัดเจนมาก
-ราคาถูก
-คุณภาพต่ำ
แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ “บริการดีเยี่ยม”
2 เรื่องแรก เป็นเรื่องปกติธรรมดาของ “สินค้า”
ถ้าของถูก ส่วนใหญ่คุณภาพไม่ดี
หากมีเพียงแค่ 2 เรื่องนี้ ”หัวเว่ย” ก็คงไม่แตกต่างจากสินค้าจีนอื่น ๆ
เขาจึงเพิ่มข้อที่ 3 “บริการดีเยี่ยม”
“คุณภาพ” เป็นเรื่องเทคโนโลยี ประสบการณ์ การวิจัยและพัฒนา
ต้องใช้เวลาและเงินทุนสูง
แต่เรื่อง ”การบริการ”
เป็นเรื่อง “ใจ” ล้วน ๆ
ต่อให้เริ่มต้นใหม่ ทุนน้อย ประสบการณ์ต่ำ เขาก็ทำได้
ถ้า ”ตั้งใจ”
ในช่วงแรก ประเทศที่ ”หัวเว่ย” บุก ส่วนใหญ่เป็นประเทศด้อยพัฒนาที่บริษัทยักษ์ใหญ่ไม่อยากไป
“ความต้องการ” มี
แต่ “ลำบาก”
คนมีเงินไม่ค่อยชอบพื้นที่แบบนี้
แต่คนที่เริ่มต้นบุกเบิกธุรกิจ ถือเป็น ”โอกาส”
เพราะไม่ต้องแข่งกับ “ยักษ์ใหญ่”
ที่สำคัญ “หัวเว่ย” ยังเน้นเรื่องการบริการที่ดีเยี่ยม
เป็น ”จุดขาย” ที่สำคัญของเขา
ว่ากันว่า ตอนที่เกิดสงครามที่ซีเรีย
บริษัทต่าง ๆ สั่งให้พนักงานทุกคนออกจากซีเรีย
แต่ ”หัวเว่ย” ให้พนักงานทำงานต่อไป
เช่นเดียวกับที่เกิดเหตุรุนแรงในหลายประเทศ
ในช่วงเวลานั้น บริษัทโทรคมนาคมในประเทศนั้น ๆ คงต้องการความช่วยเหลือจาก “คู่ค้า”
อย่างเช่น เสาส่งสัญญาณมีปัญหา
บริษัทยักษ์ใหญ่ไม่มีพนักงานเหลืออยู่เลย อพยพกลับประเทศหมด เพื่อความปลอดภัย
แต่ ”หัวเว่ย” อยู่
วิธีการนี้เองที่ได้ใจ ”คู่ค้า”
ลองนึกแบบใจเขาใจเราสิครับ เวลาที่เกิดเหตุความรุนแรง ทุกธุรกิจย่อมมีปัญหา
ใครช่วยเราตอนนั้น รับรองว่า ”จำไม่ลืม”
ในแง่บริษัท กลยุทธ์นี้สุดยอด
แต่ในมุมของ “พนักงาน”
คงต้องคิดหนัก
555
อีกกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจ เป็นรายละเอียดที่หลายบริษัทนึกไม่ถึง
“หัวเว่ย” ถือว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน เขาจะตั้งสำนักงานอยู่ที่นั่น
อย่างในเมืองไทย สำนักงานใหญ่ของเขาอยู่ที่ตึกออลซีซั่น
แต่เขายังมีสำนักงานย่อย ๆ อีกหลายแห่ง
ลูกค้าอยู่ที่ไหน เขาตั้งสำนักงานอยู่ติดกับบริษัทนั้นเลย
เรื่องเล็ก ๆ อย่าง ”ระยะทาง” เขาก็คิด
ตอนไม่มีปัญหา เราอาจดูเวลาเป็น “นาที”
แต่ตอนที่เรามีปัญหา
เราจะดู “เวลา” เป็น “วินาที”
ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งเข้าไปแก้ปัญหาได้เร็ว
เรื่องแค่นี้ ลูกค้าก็ประทับใจแล้ว