ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
บอร์ดรถไฟเคาะขยายเวลาไฮสปีดไทย-จีน สัญญา 4-3 อีก 239 วัน ถึง ก.ค.ปี’70 เหตุน้ำท่วม ตีกลับเพิ่มงบ 2 พันล้าน สัญญา 3-4 และสัญญา 3-2
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ประชุมมีมติอนุมัติขยายเวลาทำการตามสัญญาและแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา (รถไฟไทย-จีน) สัญญา 4-3 งานโยธาช่วงนคร-บ้านโพ ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 4 ออกไปอีก 239 วัน ทำให้สัญญาสิ้นสุดวันที่ 26 กรกฎาคม 2570 จากเดิมเดือนพฤศจิกายน 2569 พร้อมทั้งปรับผังการเชื่อมประสานงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัญญาที่ขยาย
“ขยายเวลาสัญญา เนื่องจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอบางปะอินและอำเภพระนครศรีอยุธยา ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่และดำเนินงานได้ตามแผน โดยช่วงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง มีระยะทาง 10.52 กม. หรือ 45.81% ของความยาวโครงการ กระทบงานโครงสร้างทางยกระดับ งานอาคาร (Part A) และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน”
สำหรับงานสัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. วงเงิน 11,525 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ซีเอเอ็น เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้า 69 % สัญญามีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานตามสัญญา 1,080 วัน นับจากวันที่แจ้งให้เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2564 และได้มีการขยายสัญญาแล้ว 2 ครั้ง
โดยครั้งที่ 1 จำนวน 163 วัน สิ้นสุดวันที่ 23 มกราคม 2568 ครั้งที่ 2 จำนวน 452 วัน สิ้นสุดวันที่ 20 เมษายน 2569 ต่อมาครั้งที่ 3 ได้มีการปรับกำหนดสิ้นสุดสัญญาหลักเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 การขยายระยะเวลาในครั้งนี้ ไม่มีการเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้าง และผู้รับจ้าง ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่าย ค่าทดแทน หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม จากการขยายเวลา รวมทั้ง ร.ฟ.ท.ไม่เสียประโยชน์จากการขยายระยะเวลา
นายอนันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.ได้เสนอบอร์ดแก้ไขสัญญาปรับมูลค่าก่อสร้างสัญญา 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และสัญญา 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคองสัญญาละประมาณ 1,000 ล้านบาท รวมเป็น 2,000 ล้านบาท เนื่องจากมีทำงานเกินจากสัญญา จากสภาวะหน้างานจริงที่แตกต่างจากแผนที่สำรวจไว้ โดยเฉพาะทางธรณีวิทยา ส่วนใหญ่เป็นงานฐานราก งานเสาเข็มที่ต้องเปลี่ยนไปตามสภาพจริง ทำให้ต้องใช้วัสดุ และปริมาณงานเกินจากสัญญา
“บอร์ดยังไม่อนุมัติปรับวงเงินของทั้งสองสัญญา ให้ ร.ฟ.ท.กลับไปตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอน เพื่อความรอบคอบอีกครั้ง ทั้งหารือสำนักงบประมาณสำนักงานบริหารหนี้ (สบน.) รวมถึงตรวจสอบวงเงินที่เพิ่มขึ้นว่าไม่เกินจาก กรอบวงเงินค่างานโยธาของโครงการที่ 116,000 ล้านบาท และหลักการไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะเสนอเข้าบอร์ดอีกครั้งในการประชุมครั้งหน้า” นายอนันต์กล่าว