โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ขึ้นเวทีหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรคเดโมแครตในรัฐจอร์เจีย ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 วิจารณ์แนวทางบริหารประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสงครามอิหร่าน หนี้สาธารณะสหรัฐที่ระบุว่าสูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์ การจัดการดูแลกระทรวงกลาโหม และความสัมพันธ์กับพันธมิตรต่างประเทศ พร้อมเสนอให้รัฐบาลกำกับดูแล AI เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง รวมถึงปฏิรูประบบการศึกษาและเพิ่มการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับคนรุ่นใหม่
AP รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 44 เข้าร่วมกิจกรรมหาเสียงของพรรคเดโมแครตในพื้นที่ชานเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โดยขึ้นเวทีร่วมกับ คีชา แลนซ์ บอตทอมส์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย และจอน ออสซอฟฟ์ (Jon Ossoff) สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐจอร์เจีย ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย
การปราศรัยจัดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยโอบามากล่าวถึงประเด็นนโยบายต่างประเทศ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และปัญหาค่าครองชีพ พร้อมวิจารณ์แนวทางการบริหารประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
วิจารณ์แนวทางทำสงครามอิหร่าน ยกการทูตเป็นทางเลือก
โอบามากล่าวถึงสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยตั้งคำถามต่อเหตุผลที่รัฐบาลทรัมป์ใช้ในการดำเนินปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
โดยระบุว่า อิหร่านไม่ได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี รัฐบาลสหรัฐสามารถใช้ข้อตกลงทางการทูตเพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้
“ลองพิจารณาสงครามอิหร่านครั้งนี้ เหตุผลแรกที่ใช้คือเราจะเข้าไปทำให้อิหร่านยอมละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์และโครงการนิวเคลียร์ แต่ความจริงคืออิหร่านไม่ได้มีอาวุธนิวเคลียร์ เราเคยจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้”
อดีตประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของเขาได้รับการยอมรับว่าสามารถป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหาร
“ผมไม่จำเป็นต้องยิงขีปนาวุธแม้แต่ลูกเดียว ผมใช้การทูต”
โอบามายังวิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ โดยกล่าวเชิงประชดถึงการให้ความสำคัญกับลักษณะทางกายภาพของกำลังพล ระหว่างที่ประเทศกำลังเผชิญสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร
“ขณะที่เรื่องทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้น รัฐมนตรีกลาโหมกลับมุ่งความสนใจไปยังเรื่องสำคัญอย่างแนวกรามและระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของทหาร”
ระหว่างการปราศรัย เมื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางส่วนส่งเสียงโห่ โอบามาได้ขอให้ผู้สนับสนุนเปลี่ยนการแสดงความไม่พอใจเป็นการใช้สิทธิเลือกตั้ง
“อย่าโห่ พวกคุณควรออกไปลงคะแนนเสียง พวกเขาไม่ได้ยินเสียงโห่ของคุณ แต่พวกเขาได้ยินเสียงจากคะแนนเสียงของคุณ”
ยกปมหนี้สหรัฐ 40 ล้านล้านดอลลาร์ วิจารณ์ความสัมพันธ์กับพันธมิตร
โอบามายังกล่าวถึงสถานการณ์การคลังของสหรัฐ โดยระบุว่าประเทศมีหนี้สาธารณะสูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมวิจารณ์นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ที่เขามองว่ากำลังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตร
“ขณะนี้เรามีหนี้อยู่ที่ 40 ล้านล้านดอลลาร์ 40 ล้านล้านดอลลาร์”
โอบามากล่าวว่า ในช่วงที่สหรัฐกำลังเผชิญภาระหนี้จำนวนมาก รัฐบาลกลับดำเนินนโยบายที่ทำให้ความสัมพันธ์กับพันธมิตรสำคัญอย่างแคนาดาตึงเครียด ขณะเดียวกันยังวิจารณ์ท่าทีของทำเนียบขาวต่อรัสเซียและสงครามในยูเครน
“ขณะที่เรากำลังทำให้พันธมิตรสำคัญอย่างแคนาดาห่างเหิน ทำเนียบขาวกลับยอมอ่อนข้อให้วลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย และทอดทิ้งชาวยูเครนที่กำลังต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยของตนเอง”
เสนอออกกฎกำกับ AI กระจายผลประโยชน์สู่ประชาชน
นอกจากประเด็นนโยบายต่างประเทศ โอบามายังกล่าวถึงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมสหรัฐ โดยเสนอให้รัฐบาลจัดทำกฎระเบียบเพื่อกำกับดูแลเทคโนโลยีดังกล่าว
โอบามาระบุว่า AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจแล้ว และการกำหนดนโยบายในระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับการกระจายผลประโยชน์จากเทคโนโลยีไปยังประชาชนในวงกว้าง
“AI มาถึงแล้ว และเราจำเป็นต้องมีกฎระเบียบเพื่อให้แน่ใจว่าประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้จะตกถึงทุกคน ไม่ใช่เพียงมหาเศรษฐีไม่กี่คน”
โอบามายังเสนอให้สหรัฐปรับปรุงระบบการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI
“เราจำเป็นต้องปฏิรูประบบการศึกษาของเราให้สอดคล้องกับยุคใหม่ที่ AI กำลังนำเข้ามา”
เสนอสร้างบ้านหลายล้านหลัง เพิ่มโอกาสคนรุ่นใหม่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย
โอบามายังกล่าวถึงปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในสหรัฐ โดยเสนอให้เพิ่มการก่อสร้างบ้านหลายล้านหลังทั่วประเทศ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และครอบครัวที่กำลังเริ่มต้นชีวิตสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้
“เราจำเป็นต้องสร้างบ้านหลายล้านหลังทั่วประเทศ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และครอบครัวที่กำลังเริ่มต้นชีวิตสามารถซื้อบ้านได้เช่นเดียวกับคนรุ่นปู่ย่าตายายและพ่อแม่ของพวกเขา”
ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก
อย่างไรก็ตาม ในการปราศรัยครั้งนี้ โอบามาไม่ได้ระบุจำนวนบ้านเป้าหมายอย่างชัดเจน ระยะเวลาดำเนินการ หรือแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้สนับสนุนการก่อสร้าง
หลังสิ้นสุดการปราศรัย โอบามากล่าวอวยพรสหรัฐอเมริกา ก่อนสวมกอดบอตทอมส์และออสซอฟฟ์บนเวที
ผู้สมัครผู้ว่าการรัฐจอร์เจียกล่าวหาคู่แข่งจ่าย 2 ล้านดอลลาร์ หวังแรงสนับสนุนทรัมป์
ด้านคีชา แลนซ์ บอตทอมส์ ผู้สมัครผู้ว่าการรัฐจอร์เจียจากพรรคเดโมแครต กล่าวปราศรัยวิจารณ์ริก แจ็กสัน (Rick Jackson) คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน โดยกล่าวหาว่าแจ็กสันมอบเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพยายามให้ได้รับการรับรองจากทรัมป์ระหว่างการแข่งขันเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกัน
บอตทอมส์เรียกแจ็กสันด้วยฉายา “Slick Rick” และกล่าวว่า
“ริก แจ็กสันต้องการแรงสนับสนุนอย่างมาก ถึงขั้นมอบเงิน 2 ล้านดอลลาร์ให้โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพยายามซื้อการรับรองจากเขาระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกัน”
บอตทอมส์ยังกล่าวหาว่า หากแจ็กสันได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐ เขาจะให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายตามความต้องการของทรัมป์เป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเรื่องเงินจำนวน 2 ล้านดอลลาร์เป็นคำกล่าวของบอตทอมส์ระหว่างการหาเสียง โดย AP ไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันธุรกรรมดังกล่าว หรือคำชี้แจงจากแจ็กสันในรายงานที่เผยแพร่
AP ระบุว่า บอตทอมส์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา อาจกลายเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐในสหรัฐ หากสามารถชนะการเลือกตั้งครั้งนี้
ออสซอฟฟ์วิจารณ์นโยบายภาษี-ประกันสุขภาพรัฐบาลทรัมป์
จอน ออสซอฟฟ์ สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐจอร์เจีย ซึ่งกำลังลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย กล่าวปราศรัยสนับสนุนบอตทอมส์ โดยระบุว่าหากเธอได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐ จะสนับสนุนการขยายโครงการ Medicaid ซึ่งเป็นโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาลสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยและผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
“อีกหกวัน เราจะเลือกคีชา แลนซ์ บอตทอมส์ เป็นผู้ว่าการรัฐที่สนับสนุนการขยาย Medicaid”
ออสซอฟฟ์ยังเรียกร้องให้ประชาชนใช้การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงจุดยืนต่อการบริหารประเทศของทรัมป์ พร้อมกล่าววิจารณ์รัฐบาลในประเด็นค่าครองชีพ นโยบายภาษี และระบบประกันสุขภาพ
ออสซอฟฟ์กล่าวหาว่า ทรัมป์และครอบครัวได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ ขณะที่ประชาชนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
“ขณะที่ประธานาธิบดีผู้ทุจริตและครอบครัวของเขากอบโกยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากทั่วโลก ประชาชนกลับต้องจ่ายแพงขึ้นสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”
ออสซอฟฟ์ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลทรัมป์ดำเนินนโยบายที่ทำให้เบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และลดงบประมาณ Medicaid เพื่อสนับสนุนการลดภาษีให้กับกลุ่มผู้มีรายได้สูง
“พวกเขาทำให้เบี้ยประกันของคุณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และตัดลด Medicaid เพื่อลดภาษีให้คนรวย”
นอกจากนี้ ออสซอฟฟ์ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเพื่อนำประเทศเข้าสู่สงคราม และใช้เวลาเกือบตลอดปีที่ผ่านมาในการปกปิดเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
จับตาเลือกตั้งกลางเทอม 3 พ.ย. ชี้ทิศทางนโยบายสหรัฐ
การเข้าร่วมกิจกรรมหาเสียงของโอบามาในรัฐจอร์เจียเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โดยพรรคเดโมแครตกำลังพยายามระดมคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศ
สำหรับการแข่งขันในรัฐจอร์เจีย บอตทอมส์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐ ขณะที่ออสซอฟฟ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อรักษาตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา โดย AP ระบุว่า ออสซอฟฟ์ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่อาจมีบทบาทในการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในอนาคต
ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการหาเสียงครั้งนี้ครอบคลุมทั้งนโยบายต่างประเทศ สงครามอิหร่าน ความสัมพันธ์กับรัสเซียและยูเครน หนี้สาธารณะ การเข้าถึงบริการสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการกำกับดูแล AI
การเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จะกำหนดองค์ประกอบของสภาคองเกรสชุดใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการออกกฎหมาย การพิจารณางบประมาณ และการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร