คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย สมปอง แจ่มเกาะ
อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปี 2561 แล้ว
ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะย่างเข้ามา
ตามปีนักษัตร ปฏิทินสุริยคติไทย ปีหน้าจะเป็นปีกุนหรือปีหมู
ช่วงนี้เจอใคร เจอเพื่อนสนิทมิตรสหาย นอกจากไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบแล้ว หัวข้อการสนทนายอดนิยมคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “ปีหน้าจะเป็นอย่างไร ?”
เป็นคำถามที่ฟังดูง่าย ๆ แต่ตอบยากชะมัดยาด
จะดีขึ้น แย่ลง หรือทรง ๆ ตัว ไม่มีใครรู้ได้ว่าอนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
แต่ที่แน่ ๆ ทุกคนล้วนแต่ปรารถนาจะเห็นปีใหม่ที่กำลังจะย่างเข้ามา มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ใคร ๆ ก็อยากเฮง ๆ รวย ๆ ทั้งนั้น แต่ในความจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ระหว่างที่นั่งเขียนต้นฉบับ ก็มีเครื่องหมายปรัศนีลอยขึ้นมาตรงหน้า
ปีหน้า (คนไทย) จะต้องเจอ (ปัญหา) อะไรอีกบ้าง ?
นั่งคิดทบทวนเรื่องราวใกล้ ๆ ตัวอยู่หลายตลบ
เท่าที่คิดได้ เบื้องต้น ของขวัญปีใหม่ชิ้นแรกที่คนเมืองกรุงจะได้รับแน่ ๆ คือ ค่ารถเมล์ ขสมก. ทั้งรถเมล์ร้อน (ครีม-แดง) รถปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน), รถร่วมบริการ ขสมก. งานนี้เบาะ ๆ ปรับขึ้นจากเดิมอย่างต่ำอีก 1 บาท
ขณะที่รถเมล์ปรับอากาศใหม่ อาทิ รถเมล์เอ็นจีวีจากเดิมเก็บ 11-23 บาท/เที่ยว เป็น 4 กม.แรก 15 บาท, 10-16 กม. 20 บาท และ 16 กม.ขึ้นไป 25 บาท ส่วนรถเมล์ร้อนที่เป็นรถใหม่ ค่าโดยสารจะเริ่มต้นที่ 12 บาท
เช่นเดียวกับรถ บขส.และรถร่วม ที่ราคาจะปรับขึ้นอีกโดยเฉลี่ยประมาณ 10%
เริ่ม 21 มกราคมนี้แน่นอน
ถัดจากค่ารถเมล์ และที่กำลังจ่อ ๆ อยู่ว่าจะปรับขึ้นอีกก็คือ ค่ารถแท็กซี่ ที่ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะปรับขึ้นอีกมากกว่า 5% แต่ชะลอออกไปก่อน รอเวลาที่เหมาะ ๆ ในช่วงต้นปีหน้า
สรุปเป็นว่า หลังปีใหม่ คนกรุงเทพฯอ่วมแน่
นอกจากนี้ หากมองไปในวงกว้างขึ้นอีกหน่อย หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติให้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีก 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75% เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่มีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย นับตั้งแต่ปี 2554
นี่เป็นสัญญาณว่า ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น
วันนี้ แม้แบงก์ใหญ่จะยังไม่ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่บรรดานายแบงก์ก็พูดไปในทิศทางเดียวกันว่า กุมภาพันธ์หรือมีนาคม คงจะได้เห็น
ใครที่เป็นลูกหนี้แบงก์เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี
โดยเฉพาะคนที่มีภาระสินเชื่อบ้าน-คอนโดฯ ผ่อนรถยนต์ ฯลฯ ส่วนคนที่กำลังจะกู้แบงก์ ก็คงต้องคิดมากขึ้น
เพียงแค่ 2 เรื่องนี้ก็ถือว่าหนักมากพอแล้ว
นี่ยังไม่นับรวมถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้าที่หลาย ๆ สำนักต่างทำนายทายทักไปในทิศทางเดียวกันว่า ปีหน้าจะแย่กว่าปีนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี จะชะลอตัว
ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้มีโอกาสคุยกับนักธุรกิจหลายท่านทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยวันนี้ไม่ดี ทำมาค้าขายฝืดเคืองมาก และยังเป็นห่วงต่อไปอีกว่า วันข้างหน้าจะแย่ลงไปอีก
หลายคนแสดงความเห็นตรงไปตรงมาว่า การเมืองไทยในวันนี้ หรือการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น แท้ที่จริงก็คือ “เหล้าเก่าในขวดเก่า” หรือเป็น “เหล้าเก่า” ที่เปลี่ยนขวดใหม่
หรืออาจจะมี “เหล้าใหม่ในขวดใหม่” แทรกเข้ามาบ้าง แต่ “น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ” เป็นธรรมดา
เมื่อมีแต่ของเดิม ๆ คิดแบบเดิม ๆ ทำแบบเดิม ๆ ประเทศไทยก็คงย่ำอยู่กับที่หรือถอยหลัง
หลังเลือกตั้งไม่รู้ว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร…นี่คือ คำถามที่คนไทยยังรอคำตอบ
ไม่ว่าปีหน้าจะเป็นปีหมูทอง ปีหมูป่า ปีหมูน้อย ปีหมูหวานหรือหมูอะไรก็ตามแต่
แต่ส่วนตัวฟันธงว่า ปีหน้า “ไม่หมู” แน่นอน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
