ครั้งแรกของประเทศไทย บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ ทุ่มเทงบประมาณ 10 ล้านบาท จัดทำโครงการซีเอสอาร์แนวใหม่ ภายใต้โมเดล ESG-Environmental Social and Governance
โดย ESG เป็นกิจกรรมซีเอสอาร์ที่ไม่ใช่แค่ตอบแทนกำไรคืนสู่สังคมเพียงอย่างเดียว หากแต่กิจกรรมที่ทำลงไปจะต้องมีความยั่งยืนด้วย
Think big, Act small
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “พี่วู้ดดี้-ธนพล ศิริธนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโกลเด้นแลนด์ องค์กรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับแถวหน้าของประเทศ ลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนพื้นฐานแนวคิด developing the best จะพัฒนาอะไรต้องทำให้ดีสุดขั้ว ต้องทำให้ดีสุดทาง
ล่าสุดบนบทบาทกิจกรรมคืนกำไรสู่สังคมในโมเดล ESG เป็นอีกครั้งที่โกลเด้นแลนด์ขับเคลื่อนคอนเซ็ปต์ developing the best ด้วยการรื้อสร้างใหม่ในโครงการ “Classroom Makeover” ซึ่งเป็น “โครงการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้และองค์ความรู้สำหรับเด็กผู้พิการทางสายตาระดับ prebraille (วัยก่อนเรียนรู้อักษรเบรลล์)” ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา จังหวัดชลบุรี
โดยทำพิธีส่งมอบห้องเรียนแนวคิดใหม่แห่งแรกของไทยเมื่อวันศุกร์ 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

โครงการที่ก่อเกิดจากความว่างเปล่าในวันแรกที่ทำ จนกระทั่งสำเร็จเป็นรูปธรรมในวันนี้ “ซีอีโอธนพล” มีแรงบันดาลใจมาจากพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพียงวรรคเดียว เป็นวรรคทองที่บอกว่า “think big แต่ act small จะทำอะไรให้คิดการใหญ่ เวลาลงมือทำเริ่มต้นจากทำเล็ก ๆ เพื่อให้งานสำเร็จได้”
โครงการนี้เราเริ่มคิดใหญ่ แต่เรา act small ทำตัวอย่างให้เห็น ทำห้องเรียนต้นแบบ เรามีความหวังว่าจะเป็นตัวอย่างให้คนสามารถ ก๊อปปี้หรือสามารถนำไปพัฒนาต่อในโรงเรียนอื่น ๆ จังหวัดอื่น ๆ หรือประเทศอื่น ๆ มันก๊อปได้ จะทวีคูณ multiple effect แล้วถึงจะเกิดอิมแพ็กต์ให้เกิด bigger scale ได้
Developing the Best
ทั้งนี้โกลเด้นแลนด์ดําเนินธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งโครงการอยู่อาศัย บ้านแฝด และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ที่หลากหลาย และพัฒนาเชิงพาณิชยกรรม อาคารที่เรารู้จัก เช่น โครงการ Samyan Mitrtown, อาคาร FYI เซ็นเตอร์ เป็นต้น
ปรัชญาการทํางานของบริษัท คือ developing the best
ตลอดเวลาที่ผ่านมา โกลเด้นแลนด์ให้ความสําคัญกับการพัฒนา “คน” มากที่สุด และเราเชื่อว่าการพัฒนาคนที่ดีที่สุดคือการพัฒนาด้านการศึกษาหรือให้องค์ความรู้ โดยเริ่มต้นที่เด็กหรือเยาวชนของชาติ
นำไปสู่โมเดลพัฒนา 3 ขา คือ “คน-การศึกษา-เด็ก”
ปีนี้เป็นปีแรกที่โกลเด้นแลนด์ใช้ศักยภาพขององค์กร ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบก่อสร้างอาคารโครงการต่าง ๆ โดยใช้กําลังคน องค์ความรู้ของพนักงานในองค์กร รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่การศึกษาให้กับเด็กผู้พิการทางสายตา จึงเป็นที่มาของโครงการ “Classroom Makeover”
โครงการที่หวังจะพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ห้องเรียนของเด็กผู้พิการทางสายตา ให้เป็นต้นแบบกับโรงเรียนสอนผู้พิการทางสายตาทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครทําหลักสูตรหรือออกแบบห้องเรียนเพื่อเด็กผู้พิการทางสายตาอย่างจริงจัง ทําให้เด็กผู้พิการทางสายตาส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพที่จะเติบโตไปเป็นกําลังสําคัญในการพัฒนาสังคมต่อไปในอนาคตได้

พันธมิตรร่วมปิดทองหลังพระ
โกลเด้นแลนด์ได้ร่วมมือกับกลุ่มสถาปนิกจาก Creative Crew และ “คุณสา” ผู้ชํานาญการศึกษาสําหรับเด็กพิการจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อศึกษาว่าเด็กที่พิการทางสายตาในวัยก่อนวัยเรียนต้องพัฒนาในด้านใดบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมพวกเขาสู่การศึกษาในระดับต่อไป
ในที่สุดทีมออกแบบก็ได้แนวคิดห้องเรียน 360 องศา โดยตั้งใจจะใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วของห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง เพดาน ทุกด้านให้เด็กผู้พิการทางสายตาสามารถเรียนรู้ได้รอบห้องและรอบด้านอย่างแท้จริง
โกลเด้นแลนด์ไม่ได้สร้างแค่ห้องเรียน แต่เรากําลังสร้างแม่แบบขององค์ความรู้สําหรับเด็กผู้พิการทางสายตา โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 4 วิชาหลัก ได้แก่ “วิชาสัมผัส วิชาลําแสง วิชาคลื่นเสียง และวิชาลมหายใจ”
โดยนอกจากจะร่วมมือกับทีมออกแบบที่เป็นพันธมิตรของโกลเด้นแลนด์แล้ว เรายังได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ เช่น บริษัทผลิตของเล่น “แปลนทอยส์” มาช่วยออกแบบสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ, ทีม Lighting Designer ที่ออกแบบแสงสว่างในอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ก็มาช่วยออกแบบการเรียนการสอนเรื่องแสงสว่างกับเด็กที่มีความเลือนรางทางสายตา
หรือแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสียง sound engineer ที่ปกติทํางานเกี่ยวกับการ mix เสียงภาพยนตร์ ผู้เชื่อว่าเด็กตาบอดจําเป็นต้องเสริมศักยภาพในการรับรู้เรื่องเสียง ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนเรื่องเสียงบอกทิศทางหรือเสียงบอกสถานที่
นอกจากนี้ อีกวิชาที่สําคัญไม่แพ้กันและคนมักจะคิดไม่ถึงว่าเด็กตาบอดจําเป็นต้องเรียนรู้ คือ การดมกลิ่น งานนี้เราได้ “คุณก้อย-ชลิดา” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผลิตกลิ่นต่าง ๆ ให้ผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์มาช่วยออกแบบวิชาดมกลิ่นให้กับเด็กผู้พิการทางสายตา เพราะเชื่อว่าเวลาที่เด็กหายใจก็ควรจะเป็นเวลาที่เด็กได้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน
หลังจากใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างเกือบ 1 ปี ห้องเรียนต้นแบบนี้ได้ส่งมอบและเปิดให้น้อง ๆ ผู้พิการทางสายตาได้เข้ามาเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าห้องเรียนนี้จะไม่ใช่เป็นห้องเรียนสําหรับเด็กผู้พิการทางสายตาของโรงเรียนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยาเท่านั้น แต่พื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้จะเป็นพื้นที่การเรียนรู้สําหรับเด็กผู้พิการทางสายตาทุกคน
นอกจากเราจะสร้างห้องเรียนต้นแบบ โกลเด้นแลนด์ยังได้รวบรวมองค์ความรู้ว่าเด็กผู้พิการทางสายตาควรจะต้องพัฒนาศักยภาพด้านใดบ้าง และด้วยวิธีอย่างไร เราจึงจัดทําหนังสือเพื่อเป็นเหมือนหลักสูตรการเรียนรู้สําหรับเด็กตาบอดก่อนวัยเรียน เพื่อแจกให้กับโรงเรียนตาบอดทั่วประเทศ รวมถึงพ่อแม่ที่มีลูกพิการทางสายตาสามารถใช้องค์ความรู้นี้พัฒนาศักยภาพของลูกตัวเองได้

สิ่งที่ให้คือสิ่งที่ได้รับ
Classroom Makeover ส่งมอบให้ไปแล้วแต่ learning curve ขององค์กรเพิ่งจะเริ่มต้น…
เราพบว่าเด็กที่เกิดมาพิการทางสายตาหรือมีปัญหาพิการสายตาในภายหลัง ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับโอกาสในการศึกษา เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่าไม่จําเป็น จึงปล่อยให้อยู่บ้านและดูแลเอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วเด็กเหล่านี้จําเป็นอย่างมากที่ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพของพวกเขา เพื่อที่วันหนึ่งเขาสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองและยืนอยู่ในสังคมได้ด้วยตัวเองได้
มีข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็คือ ทีมงานสำรวจข้อมูลจากทั่วประเทศพบมีสภาพปัญหาเดียวกัน เด็กผู้พิการทางสายตามีเพียง 15% เท่านั้นที่มีโอกาสได้เข้าเรียนในโรงเรียน เพราะผู้ปกครองขาดความเข้าใจในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจเรื่องปากท้องจึงไม่รู้ว่ามีสวัสดิการรัฐบาลให้เรียนฟรี ที่สำคัญที่สุดทัศนคติผู้ปกครองเมื่อเห็นลูกพิการทางสายตาก็มักจะจับผูกเชือกล่ามไว้ในบ้านเพราะกลัวว่าจะออกไปเป็นภาระให้กับสังคมเหล่านี้ เป็นต้น
โครงการ Classroom Makeover อยากเป็นตัวจุดประกายให้ผู้ปกครองก็ดี ให้สังคมไทยได้รับทราบและตื่นรู้ไปด้วยกันว่า เด็กผู้พิการทางสายตา หากได้รับโอกาสและพัฒนาอย่างถูกต้อง พวกเขาสามารถเติบโตไปเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพไม่แพ้คนปกติ ดังจะเห็นได้จาก นักวิทยาศาสตร์ นายแพทย์ ทนายความ หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นผู้พิการทางสายตา
มันจะดีกว่าและยั่งยืนกว่า ถ้าเราได้ใช้ศักยภาพขององค์กร ความถนัดขององค์กรในการทําประโยชน์เพื่อสังคม มากกว่าใช้แค่เงินหรือทําในสิ่งที่องค์กรไม่ถนัด สิ่งที่เด็กผู้พิการทางสายตาจําเป็นต้องเรียนรู้ ไม่ได้มีแค่อักษรเบรลล์ แต่ยังมีเรื่องการสัมผัส การฟังเสียง หรือแม้แต่การดมกลิ่น
การดีไซน์ห้องเรียนต้นแบบในครั้งนี้เป็นเพียงไอเดียเริ่มต้น สิ่งที่โกลเด้นแลนด์สร้างขึ้นเป็นเพียงต้นแบบขององค์ความรู้ แต่งานออกแบบสามารถแตกแขนงหรือออกแบบได้ในรูปแบบอื่น ๆ อีก และยังเปิดโอกาสให้นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ สามารถมาเพิ่มเติมบทเรียนหรือแบบฝึกหัดอื่น ๆ ให้กับน้อง ๆ ผู้พิการทางสายตาได้เรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด
ยิ่งมีแบบฝึกหัดสําหรับเด็ก ๆ มากเท่าไหร่ เด็ก ๆ เหล่านี้ยิ่งพัฒนาศักยภาพของตนเองไปสู่คนที่มีศักยภาพสูงสุดมากขึ้นเท่านั้น