เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

“คลินิกแก้หนี้”แป้ก ธปท.รื้อเกณฑ์ใหม่

20 ก.ย. 2560 | 19:22น.

ธปท.เร่งหารือ SAM ปรับเงื่อนไขโครงการ “คลินิกแก้หนี้” หลังลูกหนี้เข้าโครงการต่ำเป้า เร่งแก้กฎหมายเปิดทางให้ “” เข้าร่วม พร้อมปรับแก้คุณสมบัติลูกหนี้ วงในเผยพิจารณาผ่อนเกณฑ์ให้ “อาชีพอิสระ” เข้าร่วม เปิดให้กลุ่ม “เอ็นพีแอลใหม่” เพื่อช่วยลดหนี้เสียในระบบ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยถึงโครงการคลินิกแก้หนี้ ที่เริ่มโครงการไปเมื่อ 1 มิ.ย. 2560 ว่า ขณะนี้ ธปท.มีการติดตามความคืบหน้าการแก้หนี้ผ่านโครงการแก้หนี้อยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะมีการหารือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ในฐานะผู้บริหารคลินิกแก้หนี้ ว่าจะสามารถปรับเกณฑ์ หรือเงื่อนไขใด ๆ ได้บ้างเพื่อให้การแก้หนี้มีประสิทธิภาพ และลูกหนี้สามารถเข้าโครงการเพิ่มได้ต้องยอมรับว่า คลินิกแก้หนี้ถือเป็นโครงการนำร่องที่ ธปท.ทำขึ้นมา ซึ่งถือเป็นโครงการใหม่ ไม่มีในประเทศไทยมาก่อน ดังนั้นก็มีบางที่อาจเจอปัญหาบ้าง ต้องค่อย ๆ ปรับแก้เพื่อให้โครงการเดินต่อไปได้

“ปัญหาสำคัญ คือ หนี้ครัวเรือน ขณะนี้อยู่กับผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ (น็อนแบงก์) เยอะ ดังนั้นก็ต้องเอาหนี้เหล่านี้เข้ามาแก้ ซึ่งล่าสุด SAM ก็อยู่ระหว่างการแก้กฎหมาย พ.ร.ก.บริษัท พ.ศ. 2541 เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจ ให้บริษัทสามารถรับซื้อหนี้ รับโอนหนี้ จากน็อนแบงก์ได้ด้วย จากเดิมที่ทำได้เพียงสถาบันการเงินเท่านั้น เราก็หวังว่าปีนี้อาจเห็นการออกกฎหมายให้สามารถนำน็อนแบงก์เข้ามาได้” นายวิรไทกล่าว

 

ขณะที่ นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ประธานกรรมการ บสส. กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีลูกหนี้เข้าโครงการค่อนข้างน้อย แค่หลักร้อยเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าที่ประเมินไว้ค่อนข้างมาก เพราะลูกหนี้ติดเกณฑ์ หรือเงื่อนไขบางประการ ทำให้ไม่สามารถเข้าโครงการได้ ดังนั้นเพื่อให้ลูกหนี้สามารถเข้าโครงการได้ บริษัทก็ต้องขอไปยัง ธปท. เพื่อขอปรับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ เพื่อเอื้อให้ลูกหนี้เข้ามาได้มากขึ้น ส่วนจะแก้เกณฑ์ด้านไหนบ้าง ยังไม่สามารถบอกได้

“เหตุผลที่ลูกหนี้ยังไม่สามารถเข้าโครงการได้ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นลูกหนี้ของน็อนแบงก์ ทั้งยังมีเหตุผลอื่น ๆ อีกมาก เราก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปเจรจาขอปรับเงื่อนไขกับ ธปท. เพื่อให้ช่วยเร่งสปีดโครงการ และทำให้เอ็นพีแอลออกจากบุ๊กของธนาคารเร็วที่สุด ก็ถือเป็นการช่วยธนาคารด้วย ดีกว่าที่แบงก์ต้องทำเอง ตอนนี้ยอดยังต่ำเป้ามาก และปีนี้ก็คงพลาดเป้าที่เราตั้งไว้ราว 2,000 คน ซึ่งต้องหารือกับคณะทำงานว่า ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ปัญหาอยู่ที่ SAM เอง หรือลูกหนี้มีปัญหาเอง ก็ต้องมาคุยกันใหม่” นางผ่องเพ็ญกล่าว

สำหรับการผ่อนเกณฑ์จะเป็นการลดดอกเบี้ย เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้เข้าโครงการหรือไม่นั้น นางผ่องเพ็ญกล่าวว่า ปัจจุบันดอกเบี้ยที่ให้สำหรับลูกหนี้ที่เข้าโครงการที่ 4% ถือว่าต่ำและเหมาะสมแล้ว

แหล่งข่าวแวดวงการเงินกล่าวว่า หากดูยอดการยื่นขอเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ ณ สิ้นเดือน ส.ค. พบว่าลูกหนี้ที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าโครงการยังอยู่ที่ราว 300 ราย โดยพบว่ามีลูกหนี้สนใจเข้ามาสอบถามข้อมูล ประมาณ 20,359 ราย แต่ทั้งหมดมีลูกหนี้ที่ผ่านคุณสมบัติเพียง 4,010 ราย หรือประมาณ 20% ส่วนที่ไม่เข้าคุณสมบัติพบว่า ประมาณ 38% ไม่ได้เป็นเอ็นพีแอล 20% เป็นหนี้น็อนแบงก์ 8% เป็นหนี้แค่ 1 สถาบันการเงินเท่านั้น โดยยอดแก้หนี้รวมที่ได้รับอนุมัติเข้าโครงการอยู่ที่ 47 ล้านบาท

ดังนั้นจึงต้องมีการปรับคุณสมบัติและเงื่อนไขลูกหนี้ที่เข้าโครงการ เช่น การขยายกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่มีรายได้ประจำ ให้สามารถเข้าโครงการแก้หนี้ได้ จากเดิมที่เปิดให้เฉพาะลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำเท่านั้น เพราะกลุ่มนี้เดิมอาจเป็นพนักงานประจำ แต่สถานะปัจจุบันไม่ได้ทำงานประจำ ทำให้ไม่สามารถเข้าโครงการได้ ซึ่งสัดส่วนลูกหนี้กลุ่มนี้มีค่อนข้างมาก ดังนั้นหากผ่อนเกณฑ์นี้ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้การแก้หนี้เสียทำได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เดิมที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นเอ็นพีแอลก่อน 1 พ.ค. 2560 อาจปรับแก้เป็นถึง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2560 เพื่อให้ลูกหนี้เอ็นพีแอลใหม่ ๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ด้วย รวมถึงผ่อนคลายเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ลดสัดส่วนการชำระหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้มีความสามารถการชำระหนี้มากขึ้น