ตอนนี้ร้านอาหารไม่ว่าจะแบรนด์เล็กหรือใหญ่ หันมาใช้วิธี “ดีลิเวอรี่” เพื่อหารายได้ชดเชยกับรายได้ที่หายไปจากการปิดร้านตามคำสั่ง พรก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
แต่ยิ่งนานวัน คู่แข่งก็เพิ่มขึ้น โปรโมชั่นลดราคาเริ่มไม่ดึงดูดใจ ร้านอาหารน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเพียง 1 ปี จึงต้องคิดแคมเปญที่แตกต่างจากร้านอื่น ๆ
“สมศักดิ์ ประสงค์ดี” อายุ 43 ปี ผู้จัดการร้าน 76 Garage เล่าว่า ปกติที่ร้านจะมีพริตตี้บอย เป็นหนุ่มหน้าตาดี ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารและดูแลลูกค้า ซึ่งถือเป็นร้านแรก ๆ ที่ใช้กลยุทธ์นี้ ทั้งที่ไม่ใช่บาร์หรือร้านเหล้า ขณะที่ร้านทั่วไปมักใช้พนักงานเสิร์ฟหญิงหน้าตาดี

เมื่อต้องปิดร้านตามคำสั่ง พรก.ฉุกเฉิน ทางร้านเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงตัดสินใจให้พนักงานบางส่วนหยุดงาน แต่ไม่ได้ไล่ออก ส่วนที่เหลือก็สลับกันมาทำงาน
“เราไม่ได้อยากปิดร้านไปเฉย ๆ โดยไม่มีรายได้เข้ามา ก็ใช้วิธีการลดค่าอาหารให้ราคาถูกลง หันมาทำดีลิเวอรี่เพิ่ม โดยให้หนุ่ม ๆ พริตตี้ บอย เป็นคนไปส่งอาหารให้ แล้วให้พนักงานสลับกันมาทำงาน ยอมรับว่ารายได้ไม่เหมือนเดิม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” ผู้จัดการร้านกล่าว
“สมศักดิ์” อธิบายด้วยว่า สาเหตุที่ทางร้านออกโปรโมชั่นการตลาดแบบนี้ เพราะอยากช่วยเหลือพนักงานในแง่จิตใจ คิดว่าพนักงานน่าจะเครียดกับข่าวหรือไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
โดยตั้งเงื่อนไขว่า แค่ลูกค้าสั่งอาหารกับทางร้านครบ 300 บาท ก็สามารถเลือกให้หนุ่ม ๆ พริตตี้ บอย ไปส่งอาหารให้ฟรีทั่วกรุงเทพฯ โดยไม่คิดค่าส่งหรือชาร์จเพิ่ม

ผู้จัดการร้านเผยอีกว่า ปกติทางร้านมีลูกค้าเยอะมาก วันหนึ่งมีรายได้เป็นหลักแสน แต่พอเจอสถานการณ์โควิดทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
“เราทุกคนอยากสู้ต่อ เลยหันมาดีลิเวอรี่ ลดราคาอาหารให้คนเห็นแล้วซื้อได้ง่ายขึ้น ให้พริตตี้ บอย ที่เคยเป็นเด็กเสิร์ฟ ดูแลแขกในร้าน มาช่วยขับรถส่งอาหาร ร้านก็ช่วยค่าน้ำมันให้ ช่วงแรกรายได้ไม่ได้เยอะพอที่จะมีกำไร แต่เราก็เทหมดหน้าตักกับโปรโมชั่นนี้ จนลูกค้าเริ่มมีการรับรู้มากขึ้น รายได้ก็เริ่มเข้ามา ทั้งร้านและพนักงานจึงพออยู่ได้” ผู้จัดการร้านกล่าวทิ้งท้าย
ประชาชาติธุรกิจ นำเสนอซีรีส์ “รวมพลังสู้ โควิด-19” ภายใต้เนื้อหาที่มาจากประชาชน นักคิด นักเขียน ผู้รู้ นักธุรกิจ สตาร์ตอัพ ผู้ประกอบการทุกระดับ ที่นำเสนอแนวคิด ความรู้ และทางออกจากปัญหาไปด้วยกัน