เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
เศรษฐกิจภูมิภาค สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
Business ‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
Economic คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
Uncategorized สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
Economic ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Tech คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
Biz Movement Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
ดูทั้งหมด

“ซอ อ๊ก รยอล” สายลับเกาหลีเหนือผู้ฝันอยากกลับบ้าน

12 ต.ค. 2560 | 07:57น.

ซอ อ๊ก รยอล เคยเป็นสายลับหนุ่มเกาหลีเหนือ ที่เดินทางเล็ดลอดเข้ามาในเกาหลีใต้เพื่อทำภารกิจลับเพื่อชาติ ตามอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ที่เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า

แม้อุดมการณ์ความเชื่อของอดีตสายลับในวัย 90 ปีจะมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่า สิ่งเดียวที่เขาต้องการเวลานี้ก็คือการได้ “กลับบ้าน”

รัฐบาลเกาหลีใต้ปล่อยอดีตนักโทษเกาหลีเหนือราว 60 ชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่ในคุกมาเป็นระยะเวลายาวนานกลับประเทศเมื่อปี 2000 ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นทหาร รวมถึงสายลับ หลังการทำข้อตกลงครั้งสำคัญระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ทว่า ซอ ที่วันนี้ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดิน ไม่ใช่หนึ่งในกลุ่มชาวเกาหลีเหนือที่ได้กลับบ้าน เนื่องจากเขาได้ลงนาม “ภักดีกับเกาหลีใต้” เพื่อแลกกับการปล่อยตัวเป็นอิสระ

ข้อตกลงที่ทำให้ซอได้รับสัญชาติเกาหลีใต้ด้วยโดยปริยาย

 

ซอ ผู้ที่เกิดบนเกาะตอนใต้ในเกาหลีใต้ เริ่มมีแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์สมัยเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงโซล ก่อนเข้าร่วมรบกับกองทัพเกาหลีในช่วงสงครามเกาหลีอันดุเดือด

ซอได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคแรงงานของเกาหลีเหนือ และเคยทำงานเป็นครูในกรุงเปียงยาง ทำงานในโรงเรียนฝึกสายลับช่วงทศวรรษที่ 60

ซอถูกส่งไปทำภารกิจที่มีเป้าหมายเพื่อชักชวน “เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้” ให้แปรพักตร์เข้าร่วมกับเกาหลีเหนือตามน้องชายที่เข้าร่วมไปก่อนหน้านี้แล้ว

ซอต้องว่ายน้ำข้ามแม่น้ำยอมฮวา เล็ดลอดข้ามชายแดนกลับมาพบพ่อแม่พี่น้องที่บ้านเกิดในเกาหลีใต้ และเดินทางไปทำภารกิจ ซึ่งท้ายที่สุดกลายเป็นความล้มเหลว เมื่อเป้าหมายปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับเกาหลีเหนือ

ภารกิจที่ล้มพับลงไม่เป็นท่าทำให้ซอต้องอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้นานนับเดือนอย่างหลบๆ ซ่อนๆ จนในที่สุด ซอก็ได้รับโค้ดลับทางวิทยุที่เป็นคำสั่งให้ซอ “เดินทางกลับ”

โชคร้าย สายลับเกาหลีเหนือเดินทางไปยังจุดนัดพบกับเรือที่ถูกส่งมารับตัวไม่ทันเวลา ซอพยายามว่ายน้ำกลับบ้าน ทว่ากลับต้องถูกคลื่นพัดขึ้นสู่ฝั่งก่อนถูกทหารเรือเกาหลีใต้จับกุม

“ในฐานะสายลับ คุณจะต้องฆ่าตัวตายไม่ว่าจะด้วยการกลืนยาพิษหรือใช้อาวุธ” ซอระบุ แต่ว่า “ตอนนั้นมันไม่มีแม้แต่เวลาที่จะฆ่าตัวตาย”

ซอถูกสอบสวนและทรมานอยู่นานนับเดือน ก่อนถูกตัดสินให้ประหารชีวิตในข้อหาจารกรรม ลงเอยด้วยการถูกขังเดี่ยวด้วยสภาพอันทารุณโหดร้าย และต้องเห็นสายลับเกาหลีเหนือถูกส่งตัวไปประหารชีวิตทีละคนๆ

ซอได้รับการลดโทษในปี 1963 ด้วยเหตุว่าเขาเป็นสายลับมือใหม่และทำภารกิจไม่สำเร็จ ทว่า ในปี 1973 ซอถูกตัดสินประหารชีวิตอีกครั้งในข้อหาเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ให้เพื่อนผู้ต้องขัง

“แม่ผมเป็นลมในศาลหลายครั้งตอนที่อัยการยื่นฟ้องขอประหารชีวิต และศาลตัดสินประหารชีวิตผม” ซอระบุ พร้อมทั้งเล่าว่า พ่อและแม่ต้องขายบ้านเพื่อนำเงินมาสู้คดีจนได้รับการลดโทษอีกครั้ง แต่ทั้งคู่ก็เสียชีวิตลงขณะที่ซอยังอยู่ในคุก

แม้ซอต้องถูกทรมานอย่างหนักหน่วงตามนโยบายของรัฐบาลเผด็จการเกาหลีใต้ในเวลานั้น ทว่าซอยังคงหนักแน่นกับอุดมการณ์ของตนเอง ยอมถึงขั้นสูญเสียดวงตาที่อักเสบอย่างหนักไปหนึ่งข้าง

“พวกเขาบอกให้ผมเปลี่ยนแนวคิด สัญญากับผมว่าจะอนุญาตให้ไปรักษาที่คลินิก ผมปฏิเสธ แม้ว่านั่นจะหมายถึงผมต้องเสียดวงตาไป ผมต้องยึดมั่นกับอุดมการณ์” ซอเล่า

หลังใช้ชีวิตในเรือนจำเป็นเวลา 3 ทศวรรษ ซอยอมเปลี่ยนใจในปี 1991 และให้คำมั่นว่าจะทำตามกฎหมายของเกาหลีใต้ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวอย่างมีเงื่อนไข

หลังจากนั้นซอย้ายไปอาศัยในเมืองกวางจู เมืองใกล้บ้านเกิด และอยู่ไม่ไกลจากบ้านพี่น้องนัก ทว่าซอก็ยังคงฝันว่า วันหนึ่งจะได้กลับไปพบภรรยาและลูกในวันที่เกาหลีเหนือและใต้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

เมืองกวางจู เป็นเมืองฐานเสียงกลุ่มการเมืองเอียงซ้ายของเกาหลีใต้ และนักเคลื่อนไหว 25 กลุ่มได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวซอ และอดีตนักโทษเกาหลีเหนือกลับบ้าน โดยระบุว่า การลงนามภักดีกับเกาหลีใต้นั้นเป็นไปโดยถูกบังคับ

หลังซอถูกปล่อยตัวไม่กี่ปี หญิงชาวเกาหลีคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี และเคยเดินทางไปกรุงเปียงยางบอกข่าวดีกับซอว่า ภรรยาและลูกของเขายังมีชีวิตอยู่

ซอ อ๊ก รยอล อดีตสายลับที่ดูแข็งขืนและเย็นชา กลับมีน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อต้องตอบคำถามว่า จะพูดอะไรกับภรรยาหากได้กลับไปพบกันอีกครั้ง

“ผมอยากจะบอกว่า ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่” ซอระบุ และว่า ตนยังคิดถึงภรรยาและลูกอยู่เสมอ

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์