แกะรอย Facebook จากดาวใกล้ดับ พลิกวิกฤตสู่รายรับ 3 แสนล้าน รวย – รุ่ง ฉุดไม่อยู่
การประกาศผลประกอบการของเฟซบุ๊กครั้งล่าสุด ในช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน 2560 มีรายได้สูงถึง 9,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย มีตัวเลขแบบกลมๆ อยู่ที่ 312,000 ล้านบาท แค่นั้น!
และหากวัดการเติบโตรายได้ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของเฟซบุ๊ก ประกาศว่า เฟซบุ๊กมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและทำให้มีกำไรสูงขึ้นถึง 71 เปอร์เซ็นต์
วัดกันเฉพาะกำไรในไตรมาสสอง สามารถโกยรายได้ถึง 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 131,000 ล้านบาท
แต่กว่าที่เฟซบุ๊กจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นโซเชียลมีเดียที่ครองโลกในปัจจุบัน ต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ ติดอาวุธในโลกไซเบอร์เพื่อเอาไว้สำหรับบุกทะลุทะลวง ห้ำหั่นกับยักษ์ไอทีค่ายใหญ่ๆ เช่น กูเกิ้ล อเมซอน อาลีบาบา และเพื่อไม่ให้ตกขบวนรั้งท้าย
ย้อนกลับไปในปี 2555 เฟซบุ๊กได้เปิดขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเมื่อ 18 พฤษภาคม ในราคาหุ้นละ 38 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หลังจากเปิดขายหุ้นได้ไม่นาน ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กก็เริ่มออกการแผ่วลง จนราคาหุ้นต่ำกว่าราคาที่เปิดขายครั้งแรก
เพียงแค่เปิดขายไม่นานอยู่หุ้นเฟซบุ๊กก็ร่วงอยู่ที่หุ้นละ 31 ดอลลาร์สหรัฐ จากราคาเปิดตัวที่หุ้นละ 38 ดอลลาร์สหรัฐ ยิ่งผ่านไป 4 เดือน ตรงกับเดือนกันยายน 2555 หุ้นของเฟซบุ๊กก็ร่วงลงต่ำไปถึงหุ้นละ 19 ดอลลาร์สหรัฐ
และขณะนั้นเฟซบุ๊กทำรายได้สุทธิได้เพียง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32,000 ล้านบาทเท่านั้น

นักวิเคราะห์การเงินพากันคาดการณ์อนาคต – แนวโน้มเฟซบุ๊ก ในช่วงนั้นว่า แม้เฟซบุ๊กจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ยังติดปัญหาอยู่ที่ช่องทางโฆษณา ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำรายได้ให้เฟซบุ๊กยังมีไม่มากพอ และอนาคตหากยังไม่ “ปรับตัว” จะทำให้เฟซบุ๊กถูกลดความสำคัญจากโลกอินเตอร์เน็ต เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ Yahoo และเสียดแทงหัวใจของเฟซบุ๊กมากที่สุด เมื่อถูกเปรียบเทียบว่าจะเป็นแค่ “สุสานออนไลน์” ในอนาคต เพราะมีเจ้าของบัญชีผู้ใช้ในเฟซบุ๊กตายทุกวัน แต่บัญชีไม่ได้ถูกลบออก
แต่แล้วเฟซบุ๊กก็เกิดการปรับเปลี่ยน เมื่อกว้านซื้อกิจการคู่แข่งและเทคโนโลยีที่สามารถเอามาต่อยอดในอนาคตได้มากมาย ทั้ง โซเชียลมีเดีย – แอพพลิเคชั่นบนมือถือ – ธุรกิจ Virtual Reality หรือ VR
คู่แข่งที่ถูกเฟซบุ๊กซื้อไป อาทิ Instagram ถูกซื้อในปี 2555 มูลค่า 715 ล้านเหรียญสหรัฐ WhatsApp ถูกซื้อในปี 2557 มูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
เพื่อใช้เป็นช่องทางต่อยอดในธุรกิจโฆษณา นับแต่นั้น เฟซบุ๊กก็เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดขึ้นทุกๆ ปี

ตัวอย่างเช่น ในเดือนตุลาคมปี 2556 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ราคาหุ้นของบริษัทเฟซบุ๊ก พุ่งสูงขึ้นเกือบ 15 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผลประกอบการประจำไตรมาส 3 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2556 ของบริษัท ปรากฏกำไรสุทธิที่สูงถึง 425 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่เคยขาดทุนในไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 2555
กำไรดังกล่าวมาจากรายรับรวมที่สูงถึง 2,016 ล้านเหรียญสหรัฐ ครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ มาจากค่าเช่าพื้นที่โฆษณาผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่มีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านคนในแต่ละวัน ในขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กผ่านทุกสื่อ เพิ่มมากขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เป็น 728 ล้านคนในแต่ละวัน ทำให้บริษัทมีรายรับจากการโฆษณาเพิ่มขึ้นถึง 66 เปอร์เซ็นต์ เป็น 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ และเกือบครึ่งหนึ่งนั้น เป็นค่าโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กในแท็บเล็ตและโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
ในเดือนกรกฎาคม 2557 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เฟซบุ๊ก มีผลกำไรทะยานไปถึง 61% ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2557 มีกำไรสุทธิถึง 791 ล้านเหรียญสหรัฐ
ผ่านมา 2 ปี เฟซบุ๊กประกาศผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 ว่ามีรายได้โตถึง 168 เปอร์เซ็นต์ กำไรสุทธิ 6,400 ล้านเหรียญสหรัฐ รายได้ส่วนใหญ่มาจากโฆษณาออนไลน์ ซึ่งในปีเดียวกันนี้ เฟซบุ๊กได้เข็นนวัตกรรมใหม่ออกสู่สาธารณชนทั่วโลกคือ Facebook live
กระทั่งการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีล่าสุด เมษายน – มิถุนายน 2560 มีรายได้ทะลุ 9,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทว่าเฟซบุ๊กไม่ได้หยุดแค่ โฆษณาออนไลน์ หากยักษ์เครือข่ายสังคมออนไลน์ กำลังรุกหนักเรื่อง Big data เฉกเช่น Google ที่ใช้ Big data ในการวิเคราะห์การ Search ข้อมูลของผู้บริโภคเป็นรายบุคคล เช่น ใครชอบหาข้อมูลเรื่องอะไร ใครชอบไปที่ไหน หาสถานที่ไหน เพื่อเจาะพฤติกรรมผู้บริโภคและวิเคราะห์ Data ให้กับลูกค้าที่ลงโฆษณากับ Google ได้
เมื่อเฟซบุ๊กมีช่องทางโฆษณาทั้งคลิป ทั้งไลฟ์ ทั้ง Big data แถมยังมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยสูงถึง 2 พันล้านคนทั่วโลก หรือ คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งโลก ไม่แปลกที่รายได้ของเฟซบุ๊กจะโตกระฉูดทุกปี
และยิ่งไม่แปลกที่มีข่าวว่า เฟซบุ๊กกำลังให้ความสนใจ ประเทศไทย โดยมีความคิดที่จะลงทุนเรื่อง Data center เมื่อสถิติยอดใช้งานเฟซบุ๊กในเมืองไทย มีบัญชีผู้ใช้อยู่ถึง 47 ล้านบัญชี มากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก จากการประกาศอันดับโซเชียลมีเดียในงาน Thailand Zocial Awards 2017 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
อาจเป็นไปได้ว่าการเข้ามาทำ Data center ในเมืองไทยของเฟซบุ๊กจึงไม่ใช่เรื่องโอละพ่อ……..
นี่เป็นร่องรอยความสำเร็จของเฟซบุ๊กตั้งแต่รายได้ติดในแดนลบ – กระทั่งพุ่งพรวดจนฉุดไม่อยู่…