Skip to content

ดอลลาร์ร่วง รอความชัดเจนเรื่องแผนปฏิรูปภาษี

10 พ.ย. 2560 | 18:32น.
ดอลลาร์ร่วง รอความชัดเจนเรื่องแผนปฏิรูปภาษี

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (6/11) ที่ 33.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 33.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3/11) กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือน ต.ค. โดยปรับตัวขึ้นเพียง 261,000 ตำแหน่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 310,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1% ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ 4.2% ในขณะที่คณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสนภาผู้แทนราษฎร (Committee on Ways and Means) เลื่อนการพิจารณามาตรการปฏิรูปภาษีฉบับใหม่ของคณะทำงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกไป ถึงแม้ว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้เปิดเผยรายละเอียดของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35% ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น จะมีการปรับลดจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษี จาก 7 ขั้น เหลือเพียง 4 ขั้น คือ 12%, 25%, 35% และ 39.6% ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลงด้วย ด้วยความไม่มั่นใจว่าพรรครีพับลิกันจะสามารถผ่านร่างกฎหมายภาษีได้ในเวลาที่เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนักวิเคราะห์หลายท่านออกมาแสดงความเห็นว่า รัฐบาลสหรัฐอาจจะต้องกู้เงินจำนวนมาก เพื่อนำมาใช้รองรับมาตรการทางภาษีที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอยู่ด้วย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก คาดว่าการส่งออกของไทยปี 2560 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 8% ตามทิศทางการค้าโลก หลังจากในเดือน ก.ย. 2560 ขยายตัว 12.2% มีมูลค่า 21,812 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นการขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และสูงสุดในรอบ 56 เดือน ขยายตัว 7.8% ส่งผลให้การส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่ในรูปเงินบาทการส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า  6,001,376 ล้านบาท เติบโต 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ทั้งนี้จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีขึ้นในวันพุธ (8/10) นั้น นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่าที่ประชุม กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ต่อปี ซึ่งเป็นไปตามตลาดคาด โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้เดิม ตามแรงส่งจากภาคต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ประเมินไว้ ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ด้านเสถียรภาพ ระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีความเสี่ยงในบางจุดที่อาจจะสะสมความเปราะบางในระบบการเงินในระยะต่อไป จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.08-33.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/11) ที่ระดับ 33.09/33.11 บาท-ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ เปิดตลาดที่ระดับ 1.1606/09 ดอลลาร์สหรัฐ-ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 1.1650/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สถาบันไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 56.0 ในเดือนตุลาคม จากระดับ 56.7 ในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ดัชนีดังกล่าวยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 52 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1  ทศวรรษ ขณะที่ นายคริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายธุรกิจจากไอเอชเอส กล่าวว่า “เศรษฐกิจของยูโรโซนยังขยายตัวแข็งแกร่งในช่วงต้นไตรมาส 4 เนื่องจากธุุรกิจใหม่ขยายตัวมากขึ้น เดือนพฤศจิกายนก็น่าจะเป็นเดือนที่ดีสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ” ในขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ประกาศปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคยูโรขึ้นสู่ระดับ 2.2% จาก 1.7% ในปีนี้ และ 2.1% ในปีหน้า และปรับลดการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ลงเหลือ 1.5% จาก 1.6% และ 1.4% ในปีหน้า อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องมาจากนักลงทุนมีความกังวลในเรื่องของการปฏิรูปนโยบายภาษีของทรัมป์ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความล่าช้าออกไปอีกในอนาคต ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1554-1.1655 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/11) ที่ระดับ 1.1637/1.1638 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดระดับ 114.63/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 114.09/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (6/11) นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า แม้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่ “ค่อนข้างอ่อนแอ” แต่คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นสู่เป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% โดยได้รับแรงหนุนจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า BOJ ยังคงคาดการณ์ว่า จะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในปีงบประมาณ 2562 อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์จากปัญหาทางการเมืองในประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึี่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลก  โดยเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียคนหนึ่งกล่าวต่อรอยเตอร์ว่า มีการตั้งข้อหาติดสินบน ยักยอกเงิน ฟอกเงิน และใช้อำนาจในทางที่ผิดของเจ้าชายซาอุดิอาระเบีย เจ้าหน้าที่ และนักธุรกิจเป็นจำนวนรวมกันหลายสิบคน รวมถึงได้มีการควบคุมตัวบุคคลกลุ่มนี้เพื่อสอบสวนในคดีคอร์รัปชั่นอีกด้วย จากปัญหาทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลให้อุปสงค์ต่อเงินเยนซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น  ในขณะที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผย ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน เม.ย.-ก.ย. ขยายตัวแตะ 11.53 ล้านล้านเยน (1.01 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 โดยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนของต่างประเทศ ทั้งนี้ ยอดเกินดุล พุ่งขึ้น 12.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 10.38 ล้านล้านเยน ยอดส่งเพิ่มขึ้น 12.9% แตะที่ระดับ 37.56 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าปรับตัวขึ้น 15.1% แตะที่ระดับย 34.88 ล้านล้านเยน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในเดือน ก.ย.เพียงเดือนเดียว ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 2.27 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นยอดเกินดุลติดต่อกัน 39 เดือน โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.09-114.73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/11) ที่ระดับ 113.51/113.52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ