เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
“สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
Real Estate “สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
เศรษฐกิจภูมิภาค ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
ดูทั้งหมด

หญิงงาม – เจ๊น้ำชา – ค่ายยิงปืน ตำนาน “โสเภณี” ในย่าน เยาวราช

10 ธ.ค. 2560 | 12:24น.

หากเอ่ยถึงย่าน “เยาวราช” ในปัจจุบัน สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในความคิดคือ ของกิน ป้ายไฟหลากสีสันยามค่ำคืน รวมถึงศาลเจ้าที่คนไทยเชื้อสายจีนกราบไหว้บูชา

แต่ถ้าย้อนอดีตไปในยุคที่ “เยาวราช” รุ่งเรืองสุดขีด ซึ่งไม่ได้มีแค่ของกิน ป้ายไฟ หรือศาลเจ้า แต่ยังรวมถึงเป็นศูนย์รวมโรงงิ้ว โรงละคร บ่อนพนันและซ่องโสเภณี

เนื่องจากเยาวราชในยุคนั้นเป็นใจกลางการค้าในเมืองสยาม จึงเต็มไปด้วยผู้คนทั้งไทย จีน ฝรั่ง โดยเฉพาะชาวจีนอพยพหนีความอดอยากเข้ามาหากินในสยามเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย

สถิติการอพยพของชาวจีนสู่แดนสยามตั้งแต่รัชกาลที่ 3 ถึง ปลายรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ.2370 – 2450 พิสูจน์ว่ามีชาวจีนบนแผ่นดินสยามมีสูงถึง 1.4 ล้านคน ขณะที่คนไทยแท้มีอยู่ 5 ล้านคน โดยเฉพาะปี 2461 – 2474 ชาวจีนอพยพสู่ไทยปีละ 95,000 คน


ชาวจีนส่วนใหญ่ทำมาค้าขายจนร่ำรวย เป็นเศรษฐี เป็นเจ้าสัว เถ้าแก่ หรือขยับจากแรงงานแบกข้าวสาร ประเภทหนุ่มซินตึ๊ง หาเช้ากินค่ำ มาเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถขยับฐานะของตัวเองได้

สถานะชาวจีนจึงมีการแบ่งชนชั้น ไม่ต่างกับชาวสยาม แม้แต่ “โสเภณี” ที่ชาวจีนนิยมใช้บริการในยุคนั้นยังมีการแบ่งประเภท ตามบันทึกของ “อู๋จี้เยียะ” ผ่านหนังสือที่มีชื่อว่า “60 ปีโพ้นทะเล”

หญิงงาม – เจ๊น้ำชา – ค่ายยิงปืน คือประเภทโสเภณีที่ชุมชนชาวจีนมีการเรียกขานในยุคนั้น โสเภณีชาวจีนตั้งอยู่ตามตรอกซอกซอยทั่วทั้งถนนเยาวราช กับ เจริญกรุง

โสเภณีชั้นสูงจะถูกเรียกว่า “ค่ายใหญ่” มีไม่เกิน 10 แห่ง กระจายอยู่ตามถนนทรงวาด นักเที่ยวที่มาใช่บริการ “ค่ายใหญ่” ล้วนเป็นอาเสี่ย เจ้าสัว ผู้ร่ำรวย เพราะนอกจากหญิงผู้ให้บริการหน้าตาจิ้มลิ้ม โฉมงามแล้ว ยังแพงเอาเรื่อง ค่าค้างคืนสูงถึง 15 บาท (เทียบกับเงินในปี พ.ศ.2525 จะอยู่ที่ 2,500 บาท แต่ถ้าเทียบในปัจจุบันคงเฉียดหมื่น) หรือ เท่ากับเงินเดือนของคนจีนโพ้นทะเลที่เพิ่งขึ้นฝั่งถึง 3 เดือน

และ “หญิงงาม” ประเภทนี้ ใช่ว่าพอเห็นหน้าค่าตาแล้วจะเรียกขึ้นห้องได้ทันที จะต้องมีบทสนทนาให้หล่อนพอใจเสียก่อนถึงจะมีสเต็ปต่อไปได้ โสเภณีในค่ายใหญ่ ไม่ได้มีเพียงหน้าตาสละสลวย แต่ยังพูดจาฉาดฉาน มีจิตวิทยา และบางคนยังมีความสามารถดีดพิณร้องเพลงได้

เถ้าแก่ – อาเสี่ย – เจ้าสัว ถึงจะมีสิทธิได้แอ้มพวกเธอ

ส่วนซ่องโสเภณี ขั้นกลาง เรียกกันว่า “ร้านน้ำชา” ซึ่งโสเภณีที่อยู่ในสถานที่นี้เรียกว่า “เจ๊น้ำชา” แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นหนึ่งรวมศูนย์อยู่ที่ตรอกวานิช ตรอกศาลเจ้าแม่กวนอิม ตรอกอันน้ำ ชั้นสองอยู่แถววัดเล่งเน่ยยี่ และตรอกถั่วงอก

“ซ่องร้านน้ำชา” หน้าร้านขายน้ำชา กลางวันไม่เปิดร้าน แต่พอตกค่ำเมื่อไหร่ไฟจึงเริ่มสว่างไสว ส่วน “เจ๊น้ำชา” จะตกแต่งเนื้อตัวเพริศพริ้งออกมานั่งอยู่หน้าร้าน ใช้เสียงหวานๆ ชักชวนลูกค้ามาดื่มช้า “เข้ามาดื่มชาหน่อยสิคะ” ดังอยู่ไม่ขาดระยะ ทีคึกคักที่สุดคือตรอกวานิช

ยุครุ่งเรืองของ “ร้านน้ำชา” มีมากถึง 30 – 40 ร้าน ค่าค้างคืนของ “เจ๊น้ำชา” ถ้าชั้น 1 จะอยู่คืนละ 6 บาท ชั้น 2 คืนละ 4 บาท ส่วนค่าดื่มชานั้น น้ำอัดลมขวดหนึ่ง หรือ ชามะลิกาหนึ่ง บุหรี่จานหนึ่ง เม็ดก๋วยจี๊จานหนึ่ง อย่างละ 25 สตางค์
ส่วนซ่องประเภทสุดท้ายคือเรียกว่า “ค่ายยิงปืน” รวมศูนย์อยู่หลังโรงพยาบาลเทียนฮั๋ว และในตรอกเล็กๆ หลังโรงละครเซี่ยงไฮ้ โสเภณีมีสาวจากหลายภา รวมทั้งสาวแต้จิ๋วด้วยราคาต่อครั้ง 1 – 3 บาท

ทว่าหลังจากญี่ปุ่นบุกจีน ผู้หญิงจากเมืองจีนไม่สามารถเดินทางมาต่างแดนได้ ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เริ่มอับเฉา และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง “ร้านน้ำชา” ที่เคยรุ่งเรือง 30 – 40 ร้าน ก็เหลือเพียง 3 ร้านเท่านั้น และยุติบทบาทในปี พ.ศ. 2493

ในอดีตเสน่ห์ของเยาวราช ที่นอกจากเป็นศูนย์กลางการค้าขายของสยามแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมโรงงิ้ว โรงละคร บ่อนพนันและซ่องโสเภณี

แต่ปัจจุบัน “เยาวราช” กลายเป็นย่านของกินที่ลือชื่อ ส่วนถนนทรงวาดที่เคยคึกครื้นด้วยซ่องโสเภณีหญิงงาม ของเจ้าสัว เถ้าแก่ กลับกลายเป็นถนนสายเล็กๆ ที่เงียบเชียบ ท่ามกลางแสงไฟจากโคมจีนประปรายที่ประดับตามตึกรามบ้านช่องโบราณๆ ตามสองข้างทาง…

เป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นในยุคสมัยหนึ่ง และหายไปตามกาลเวลา