เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM EK Group Racing Team ลุย AXCR 2026
Automotive GWM EK Group Racing Team ลุย AXCR 2026
คปภ.ชี้เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ประกันอัคคีภัยคุ้มครองถึง 18 มี.ค. ปีหน้า
Finance คปภ.ชี้เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ประกันอัคคีภัยคุ้มครองถึง 18 มี.ค. ปีหน้า
C P S พลิกโฉมสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชู “Listening Room” แห่งแรกในไทย
Business C P S พลิกโฉมสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชู “Listening Room” แห่งแรกในไทย
FIFA จ่อขาย ‘เศษสนามหญ้า’ จากรอบนัดชิงชนะเลิศ คาดกวาดรายได้ทะลุ 375 ล้าน
Business FIFA จ่อขาย ‘เศษสนามหญ้า’ จากรอบนัดชิงชนะเลิศ คาดกวาดรายได้ทะลุ 375 ล้าน
FDA อนุมัติ ‘Lipfendra’ ยาเม็ดตัวแรก ยับยั้งโปรตีน PCSK9 ลด LDL-C ถึง 56-59%
Biz Movement FDA อนุมัติ ‘Lipfendra’ ยาเม็ดตัวแรก ยับยั้งโปรตีน PCSK9 ลด LDL-C ถึง 56-59%
“สุริยะ” กางผลงาน 99 วันเกษตรฯ ดันข้าวคาร์บอนต่ำ-ตลาดนำผลิต-คืนสิทธิ์ที่ดิน
Economic “สุริยะ” กางผลงาน 99 วันเกษตรฯ ดันข้าวคาร์บอนต่ำ-ตลาดนำผลิต-คืนสิทธิ์ที่ดิน
ฟัน ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่าได้สละสิทธิรับตำแหน่ง?
Politics ฟัน ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่าได้สละสิทธิรับตำแหน่ง?
SolarEdge ยิ้มรับตลาดโซลาร์ไทยโต ยกทัพร่วม ASIA Sustainable Energy Week 2026 
Economic SolarEdge ยิ้มรับตลาดโซลาร์ไทยโต ยกทัพร่วม ASIA Sustainable Energy Week 2026 
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 64,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 64,300 บาท
อนุทิน ถก ปธน.คาซัคสถาน ลุยความร่วมมือการค้า-ลงทุนเทคโนโลยี ขยายเส้นทางบิน
Politics อนุทิน ถก ปธน.คาซัคสถาน ลุยความร่วมมือการค้า-ลงทุนเทคโนโลยี ขยายเส้นทางบิน
ดูทั้งหมด

“บินไทย” รุกตลาดยุโรป ชูจุดขาย “บินตรง” รับท่องเที่ยวโต-

24 ก.ค. 2560 | 07:00น.

ในรอบปี 2559 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายได้จากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวม 2.51 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.64 ล้านล้านบาท

และในจำนวน 1.6 ล้านล้านบาท ของรายได้จากตลาดต่างประเทศนี้ พบว่าตลาดระยะไกลถึงไกลมาก มีอัตราการเติบโตได้ทุกตลาด อาทิ ตลาดยุโรป 437,815 ล้านบาท เติบโต 10.77% อเมริกา 99,887 ล้านบาท เติบโต 22.39% ตะวันออกกลาง 62,478 ล้านบาท เติบโต 21.60% แอฟริกา 11,932 ล้านบาท เติบโต 10.39% เป็นต้น

แอร์ไลน์ตะวันออกกลางบุกหนัก

จากแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องของตลาดระยะไกล ทำให้สายการบินต่าง ๆ ทั้งพรีเมี่ยมและโลว์คอสต์ระยะไกลแข่งขันกันอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีสายการบินต่างชาติเข้ามาบุกเปิดเส้นทางการบินเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกกันเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะสายการบินจากโซนตะวันออกกลางที่อาศัยความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนราคาน้ำมัน เข้ามาเปิดศึกและกวาดส่วนแบ่งตลาดกันอย่างสนุกสนานในเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นเอทิฮัด เอมิเรตส์ ฟลายดูไบ (โลว์คอสต์) กาตาร์ แอร์เวย์ส ซึ่งสายการบินเหล่านี้ได้ทำเอ็มโอยูร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อพัฒนาตลาดท่องเที่ยวในโซนยุโรป อเมริกา ฯลฯ โดยเปิดเส้นทางทั้งบินเข้ากรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ ฯลฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมา

ขณะที่ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติของประเทศไทยนั้นยังอยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการ และมีความจำเป็นต้องตัดลดเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไรออกไปบางส่วนเมื่อปี 2558 เพื่อหยุดภาวะการขาดทุนให้ได้เร็วที่สุด อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส (แวะกรุงโซล) เส้นทางกรุงเทพฯ-มาดริด(สเปน) เส้นทางกรุงเทพฯ-โรม (อิตาลี-กรุงเทพฯ-มอสโก (รัสเซีย)

ส่งผลให้การบินไทยมีเส้นทางบินตรงไปยังเดสติเนชั่นระยะไกลอย่างยุโรปน้อยลง และไม่มีเส้นทางบินตรงเข้าสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป

“บินไทย” หวนเปิดตลาดยุโรป

อย่างไรก็ตาม หลังจาก “การบินไทย” เริ่มแข็งแรง เลือดหยุดไหล ทางบอร์ดบริหารจึงได้กลับมาทบทวนแผนเปิดเส้นทางใหม่กันอีกครั้งในตารางบินประจำฤดูหนาว 2559-2560 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการสำรองที่นั่ง และรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงในภูมิภาคต่าง ๆ

อาทิ เปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-กรุงเตหะราน (อิหร่าน) 1 ตุลาคม 2559 เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต 16 พฤศจิกายน 2559 เปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ-มอสโก ไปเมื่อ 15 ธันวาคม 2559 เป็นต้น

พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-ลอนดอน เส้นทางกรุงเทพฯ-ออสโล (นอร์เวย์) เส้นทางกรุงเทพฯ-บรัสเซลส์ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เริ่มทยอยเพิ่มความถี่มาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

ยุโรปแข่งขันสูง-ปัจจัยลบตรึม

ล่าสุด “เจษฎา จันเทรมะ” ผู้อำนวยการฝ่ายขาย-ยุโรป บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ตลาดการบินในภูมิภาคยุโรปในขณะนี้ว่า ยอมรับว่าตลาดนี้มีการแข่งขันกันสูงมากแต่โดยรวมแล้วแนวโน้มนักเดินทางท่องเที่ยวจากโซนยุโรปที่ไปเมืองไทยยังเป็นบวกอยู่

สำหรับการบินไทยนั้น หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมีการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมัน (ฟิวเซอร์ชาร์จ) ทำให้สามารถทำราคาขายได้ดีกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ตัวเลขผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา มีตัวแปรต่าง ๆ ที่มีผลกระทบเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ตัวเลขรายได้ยังไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร ซึ่งก็ต้องมาปรับเป้าเพิ่มขึ้นในส่วนของ 6 เดือนหลัง

ส่วนหนึ่งคือต้องปรับราคาตั๋วเพิ่มขึ้นด้วย เพราะหากเทียบราคาตั๋วรวมกับค่าธรรมเนียมน้ำมันแล้ว ราคาสำหรับปีนี้ยังถือว่าต่ำกว่าปีที่ผ่านมา “การบินไทย” จึงประกาศปรับเพิ่มราคาตั๋วอีก 3% เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ชูจุดขาย “บินตรง-น็อนสต็อป”

สำหรับตลาดนักนักท่องเที่ยวยุโรปที่มาเที่ยวเมืองไทยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมานั้นพบว่า เพิ่มขึ้น 7% ซึ่งถือว่าเยอะมาก โดยตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงมากคือ รัสเซีย ที่ขยายตัวเกือบ 20% รองลงมาคือ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส

“ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเรื่องก่อการร้ายบ้าง แต่คนยุโรปเขายังเดินทางปกติ ไม่ได้น้อยลง ส่วนตัวแปรเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง อาจมีผลกระทบบ้างในแง่ของกำลังซื้อ”

“เจษฎา” บอกอีกว่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการการบินไทยเพิ่มมากขึ้นนั้น น่าจะเป็นเรื่องราคามากกว่า เพราะที่ผ่านมาการบินไทยสามารถทำราคาสู้กับสายการบินอื่นได้ดีขึ้น ที่สำคัญยังมีความได้เปรียบในเรื่องของการให้บริการแบบบินตรงน็อนสต็อป และราคาก็ไม่ได้แพงกว่าสายการบินอื่นมากนัก ขณะที่สายการบินอื่นในมิดเดิลอีสต์ยังต้องแวะพักอยู่

“หลังจากที่เราพยายามทำราคาเกาะกับคู่แข่งขัน ซึ่งอาจสูงกว่าเขานิดหน่อย แต่ไม่ได้สูงขาดลอย ทำให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดี และที่ผ่านมาเราพยายามขายเซ็กเมนต์ที่เป็นคอร์ปอเรตมากขึ้น และคาดว่าถึงไตรมาส 4 นี้ ทำรายได้เราน่าจะเป็นไปตามเป้า หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20%”

จ่อเปิดบินตรง “เวียนนา” พ.ย.นี้

สำหรับเส้นทางบินในภูมิภาคยุโรปนั้น “การบินไทย” ได้นำเครื่องบินใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจาก A380 แล้ว ยังมีโบอิ้ง 777 และยังมี A350 ซึ่งขณะนี้ให้บินที่โรมมิลาน และแฟรงก์เฟิร์ต และกำลังจะขยายไปที่บรัสเซลส์ และลอนดอน

โดยในส่วนของเส้นทางกรุงเทพฯ-บรัสเซลส์นั้น ล่าสุดได้เพิ่มความถี่จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์แล้ว เนื่องจากมีผู้โดยสารชาวเบลเยียมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

นอกจากนี้ “การบินไทย” ยังมีแผนเปิดเส้นทางใหม่บินตรงกรุงเทพฯ-เวียนนา (ออสเตรีย) ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติไปหมาด ๆ

นับเป็นการกลับมาทำการตลาดเชิงรุก และลงทุนเพื่อเปิดเส้นทางใหม่ของ “การบินไทย” อีกครั้งหนึ่ง

 

ไทยไลอ้อนแอร์ ลุยปักธง “ฮับอู่ตะเภา”

 

“อัศวิน ยังกีรติวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันไทยไลอ้อนแอร์มีส่วนแบ่งในตลาดสายการบินโลว์คอสต์เส้นทางในประเทศมากเป็นอันดับที่ 2 แซงสายการบิน “นกแอร์” แล้ว เป็นรองเพียง “ไทยแอร์เอเชีย” เท่านั้น

ด้านแผนการขยายเส้นทางบินใหม่ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ “อัศวิน” บอกว่า จะมุ่งเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยวางเป้าเปิดเส้นทางสู่ “อินเดีย” 2 เส้นทาง คือ ดอนเมือง-โคชิ และดอนเมือง-มุมไบ ในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดบินไป “ไต้หวัน” เส้นทางดอนเมือง-ไทเป ในเดือนตุลาคมเช่นกัน

ขณะที่เส้นทางบินสู่ “ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้-ฮ่องกง” ยังต้องรอองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ปลดธงแดงประเทศไทยก่อน ซึ่งทั้ง 3 เส้นทางล้วนเป็นเส้นทางที่เรารอเปิดให้บริการอยู่แล้ว

“ผลประกอบการปีนี้ ตอนแรกคาดว่าน่าจะมีกำไรได้เป็นปีแรก นับตั้งแต่เปิดให้บริการมาเป็นปีที่ 4 แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ เพราะรับมอบเครื่องบินใหม่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยจนถึงสิ้นปีนี้ เราจะยังคงมีฝูงบินที่ 27 ลำ จากเป้าที่วางไว้ 30 ลำ ประกอบกับสถานการณ์แข่งขันของสายการบินโลว์คอสต์ยังคงรุนแรง”

ทั้งนี้ คาดว่าตลอดปี 2560 ไทยไลอ้อนแอร์จะมีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร 10% เมื่อเทียบกับยอดปีที่แล้วซึ่งปิดไป 7.5 ล้านคน จากแผนงานขยายตลาดจีนอย่างมากในปีนี้ จนปัจจุบันบินเข้าสู่ 14 เมืองแล้ว ส่วนอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 90%

สำหรับในปี 2561 นั้น “ไทยไลอ้อนแอร์” ตั้งใจรับเครื่องบินใหม่เพิ่มอีก 10 ลำ เพื่อโปรโมตสนามบิน “อู่ตะเภา” ขึ้นเป็นศูนย์ปฏิบัติการทางการบิน (ฮับ) แห่งที่ 2 ต่อจากสนามบินดอนเมือง เพื่อรุกขยายฐานตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” เป็นหลัก ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึง “อินเดีย” ด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังต้องดูว่าจะขยายได้เต็มที่ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะยังติดเรื่องการขอตารางบินจากสนามบินในจีนด้วย

 

ไทยสมายล์ สปีดรายได้ตลาด ตปท.

 

“วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์” รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า ในปี 2560 นี้ไทยสมายล์จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องบินมากขึ้น ด้วยการเพิ่มจุดบินใหม่และเพิ่มความถี่การบินทั้งเส้นทางต่างประเทศและในประเทศ

โดยตั้งเป้าใช้เครื่องบินเพิ่มจาก 9 ชั่วโมง เป็น 10 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน โดยปัจจุบันมีจำนวนฝูงบินรวม 20 ลำ เป็นเครื่องบินแอร์บัส A320 ซึ่งลำที่ 20 เพิ่งรับมอบไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“เราคาดว่าจะคงฝูงบินไว้ที่จำนวนนี้ราว 2-3 ปี ก่อนที่บริษัทแม่อย่างการบินไทยจะจัดหาเครื่องบินให้ในอนาคต”

โดยแผนเพิ่มการบินในเส้นทางต่างประเทศจะมีส่วนสำคัญอย่างมาก ซึ่งเตรียมเปิดเส้นทางใหม่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-เกาสง ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวัน เริ่มบิน 1 ตุลาคมนี้ ที่ความถี่ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมเปิดไปจุดบินใหม่ในประเทศจีนอีก 2 เมือง เดือนธันวาคมนี้

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความถี่เส้นทางบินที่มีอยู่แล้วในประเทศจีนด้วย ได้แก่ ฉงชิ่ง เพิ่มจาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, ฉางชา เพิ่มจาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, เจิ้งโจว เพิ่มจาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มมีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้เพื่อต้อนรับวันชาติของจีน

สำหรับตลาดอินเดียจะเพิ่มเส้นทางบินไปชัยปุระ จาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และลัคเนา จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ซึ่งจะเข้าสู่ตารางบินฤดูหนาว

ขณะที่เส้นทางในประเทศนั้นได้เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบิน โดยเฉพาะอีสาน อย่างอุบลราชธานีและอุดรธานี

ทั้งนี้ คาดว่าอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟกเตอร์) ของไทยสมายล์ปีนี้ จะอยู่ที่ราว 90% โดยปัจจุบันเส้นทางในจีนมีเคบินแฟกเตอร์ดีมาก เกือบเต็ม 100% ส่วนเส้นทางในประเทศก็อยู่ในเกณฑ์สูง โดยค่าเฉลี่ยเคบินแฟกเตอร์ของเราในภาพรวม วางเป้าทำให้ได้ 90%

อย่างไรก็ตาม “ไทยสมายล์” ยังคงตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากเส้นทางต่างประเทศปีนี้ เพิ่มเป็น 50% จาก 30% ในปีก่อน ขณะที่รายได้จากเส้นทางในประเทศปรับลดลงเหลือ 50% จาก 70% ในปีที่แล้ว