“บินไทย” เปิดรูทใหม่ลุยตลาดยุโรป ชูจุดขาย “บินตรง” แบบ “non-stop” ท้าชนสายการบินแขก
หลังจาก “การบินไทย” เริ่มแข็งแรง เลือดหยุดไหล ทางบอร์ดบริหารจึงได้กลับมาทบทวนแผนเปิดเส้นทางใหม่กันอีกครั้งในตารางบินประจำฤดูหนาว 2559-2560 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการสำรองที่นั่ง และรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงในภูมิภาคต่าง ๆ
อาทิ เปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-กรุงเตหะราน (อิหร่าน) 1 ตุลาคม 2559 เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต 16 พฤศจิกายน 2559 เปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ-มอสโก ไปเมื่อ 15 ธันวาคม 2559 เป็นต้น
พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-ลอนดอน เส้นทางกรุงเทพฯ-ออสโล (นอร์เวย์) เส้นทางกรุงเทพฯ-บรัสเซลส์ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เริ่มทยอยเพิ่มความถี่มาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

ยุโรปแข่งขันสูง-ปัจจัยลบตรึม
ล่าสุด “เจษฎา จันเทรมะ” ผู้อำนวยการฝ่ายขาย-ยุโรป บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ตลาดการบินในภูมิภาคยุโรปในขณะนี้ว่า ยอมรับว่าตลาดนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก แต่โดยรวมแล้วแนวโน้มนักเดินทางท่องเที่ยวจากโซนยุโรปที่ไปเมืองไทยยังเป็นบวกอยู่
สำหรับการบินไทยนั้น หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมีการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมัน (ฟิวเซอร์ชาร์จ) ทำให้สามารถทำราคาขายได้ดีกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ตัวเลขผู้โดยสารเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา มีตัวแปรต่าง ๆ ที่มีผลกระทบเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ตัวเลขรายได้ยังไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร ซึ่งก็ต้องมาปรับเป้าเพิ่มขึ้นในส่วนของ 6 เดือนหลัง
ส่วนหนึ่งคือต้องปรับราคาตั๋วเพิ่มขึ้นด้วย เพราะหากเทียบราคาตั๋วรวมกับค่าธรรมเนียมน้ำมันแล้ว ราคาสำหรับปีนี้ยังถือว่าต่ำกว่าปีที่ผ่านมา “การบินไทย” จึงประกาศปรับเพิ่มราคาตั๋วอีก 3% เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ชูจุดขาย “บินตรง-น็อนสต็อป”
สำหรับตลาดนักนักท่องเที่ยวยุโรปที่มาเที่ยวเมืองไทยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมานั้นพบว่า เพิ่มขึ้น 7% ซึ่งถือว่าเยอะมาก โดยตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงมากคือ รัสเซีย ที่ขยายตัวเกือบ 20% รองลงมาคือ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส
“ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเรื่องก่อการร้ายบ้าง แต่คนยุโรปเขายังเดินทางปกติ ไม่ได้น้อยลง ส่วนตัวแปรเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง อาจมีผลกระทบบ้างในแง่ของกำลังซื้อ”
“เจษฎา” บอกอีกว่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการการบินไทยเพิ่มมากขึ้นนั้น น่าจะเป็นเรื่องราคามากกว่า เพราะที่ผ่านมาการบินไทยสามารถทำราคาสู้กับสายการบินอื่นได้ดีขึ้น ที่สำคัญยังมีความได้เปรียบในเรื่องของการให้บริการแบบบินตรงน็อนสต็อป และราคาก็ไม่ได้แพงกว่าสายการบินอื่นมากนัก ขณะที่สายการบินอื่นในมิดเดิลอีสต์ยังต้องแวะพักอยู่
“หลังจากที่เราพยายามทำราคาเกาะกับคู่แข่งขัน ซึ่งอาจสูงกว่าเขานิดหน่อย แต่ไม่ได้สูงขาดลอย ทำให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดี และที่ผ่านมาเราพยายามขายเซ็กเมนต์ที่เป็นคอร์ปอเรตมากขึ้น และคาดว่าถึงไตรมาส 4 นี้ ทำรายได้เราน่าจะเป็นไปตามเป้า หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20%”

จ่อเปิดบินตรง “เวียนนา” พ.ย.นี้
สำหรับเส้นทางบินในภูมิภาคยุโรปนั้น “การบินไทย” ได้นำเครื่องบินใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจาก A380 แล้ว ยังมีโบอิ้ง 777 และยังมี A350 ซึ่งขณะนี้ให้บินที่โรม มิลาน และแฟรงก์เฟิร์ต และกำลังจะขยายไปที่บรัสเซลส์ และลอนดอน
โดยในส่วนของเส้นทางกรุงเทพฯ-บรัสเซลส์นั้น ล่าสุดได้เพิ่มความถี่จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์แล้ว เนื่องจากมีผู้โดยสารชาวเบลเยียมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว
นอกจากนี้ “การบินไทย” ยังมีแผนเปิดเส้นทางใหม่บินตรงกรุงเทพฯ-เวียนนา (ออสเตรีย) ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติไปหมาด ๆ
นับเป็นการกลับมาทำการตลาดเชิงรุก และลงทุนเพื่อเปิดเส้นทางใหม่ของ “การบินไทย” อีกครั้งหนึ่ง