กรุงเทพฯ (ยัง) ไม่ปัง! 4 เดือนครึ่ง “นักท่องเที่ยว” หลุดเป้า

กรุงเทพมหานคร เมืองที่ “มาสเตอร์การ์ด” จัดอันดับให้ครองแชมป์เมืองที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดในโลก ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555-2556 และในปี 2559-2562 โดยระบุว่าปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ รวมกว่า 22 ล้านคน สูงกว่ากรุงปารีส ฝรั่งเศส, ลอนดอน อังกฤษ และมหานครดูไบ

นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พยายามผลักดันเปิด “กรุงเทพฯ” ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เร็วที่สุด

1 พ.ย. 64 คิกออฟเปิดกรุงเทพฯ

ผู้คลุกคลีในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยหลายคนวิเคราะห์ในทิศทางเดียวกันว่า หากประเทศไทยมีเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่าย จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งเปิด “กรุงเทพฯ” รับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวโดยเร็ว

เพราะ “กรุงเทพฯ” คือ หัวใจหลักของประเทศไทย กล่าวคือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยปีละประมาณ 40 ล้านคนนั้น ครึ่งหนึ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯจากแนวคิดดังกล่าวนี้ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งไทม์ไลน์การเปิด “กรุงเทพฯ” จึงเห็นปรากฏการณ์ยื้อเปิดเมืองของกรุงเทพมหานคร ขณะที่รัฐบาลบอกว่าพร้อมนั้น เจ้าของพื้นที่กลับบอกว่า “กรุงเทพฯ” ยังไม่พร้อม

สุดท้าย “กรุงเทพมหานคร” เคาะฤกษ์เปิดเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ในรูปแบบ Test & Go โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยไม่ต้องกักตัว ภายใต้เงื่อนไขมาตรการควบคุมโควิด

4 เดือนครึ่ง นทท. 6.3 แสนคน

จากรายงานของศูนย์บัญชาการปฏิบัติการควบคุมการเปิดเมืองเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร (Bangkok Tourism Command Center) ระบุว่า จากข้อมูล SAT สปคม./กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 16 มีนาคม 2565 พบว่า ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564-15 มีนาคม 2565 รวม 4 เดือน 15 วัน มีสถิติผู้เดินทางเข้ากรุงเทพฯรวม 636,374 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,932 คน หรือมีอัตราการติดเชื้อ 0.30% (ดูตารางประกอบ)

ในจำนวนผู้เดินทางเข้ามาทั้งหมด 636,374 คนนี้ แบ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาประเภท Test & Go 509,579 คน พบผู้ติดเชื้อ 968 คน หรือมีอัตราการติดเชื้อ 0.19% ประเภท sandbox 27,964 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 80 คน หรือมีอัตราการติดเชื้อ 0.29% และประเภท quarantine 98,831 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 884 คน หรือมีอัตราการติดเชื้อ 0.89%

SHA Plus+ ทั่วกรุง 3.9 พันราย

นอกจากนี้ยังรายงานตัวเลขสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA และ SHA Plus+ ด้วยว่า ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565 กรุงเทพฯมีสถานประกอบการที่ได้ตรามาตรฐาน SHA 12,433 ราย และผู้ประกอบการที่ได้ตรามาตรฐาน SHA Plus+ 3,905 ราย

โดยผู้ประกอบการที่ได้ SHA 12,433 ราย ได้แก่ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 8,232 ราย โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 925 ราย นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 78 ราย ยานพาหนะ 912 ราย บริษัทนำเที่ยว 538 ราย สุขภาพและความงาม 460 ราย ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 206 ราย กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 45 ราย การจัดกิจกรรม/ประชุม/โรงละคร โรงมหรสพ 177 ราย และร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่น ๆ 860 ราย

ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับ SHA Plus+ 3,905 ราย ประกอบด้วย ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,137 ราย โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 649 ราย นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 18 ราย ยานพาหนะ 554 ราย บริษัทนำเที่ยว 157 ราย สุขภาพและความงาม 140 ราย ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 44 ราย กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 13 ราย กลุ่มการจัดกิจกรรม/ประชุม/โรงละคร โรงมหรสพ 55 ราย และร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่น ๆ 102 ราย

ตัวเลข นนท.หลุดเป้า

แหล่งข่าวจากสภาอุสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากรายงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเปิดประเทศแบบไม่กักตัวตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200,000 คนต่อเดือน

โดยจำนวนดังกล่าวนี้ถือว่ายังมีปริมาณที่น้อยกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับเป้าหมายนักท่องเที่ยวรวมที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯตั้งไว้ที่ประมาณ 8-10 ล้านคนในปีนี้

ด้านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา หรือ ศปก.กก. รายงานว่า ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม 2565 มีจำนวนผู้ยื่นขอ Thailand Pass จำนวน 548,245 คน แต่มีจำนวนผู้เดินทางเข้ามาระหว่าง 1 กุมภาพันธ์-9 มีนาคม 2565 มีเพียงแค่ประมาณ 2.77 แสนคน หรือคิดเป็นประมาณ 50% ของผู้ลงทะเบียนใน Thailand Pass เท่านั้น

ขณะที่แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานครรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เชื่อว่า “กรุงเทพมหานคร” ยังเป็นจุดหมายปลายทางการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังได้รับการจัดอันดับ เป็นอันดับที่ 1 Workation Index หรือเมืองที่ดีที่สุดในการทำงานและการพักผ่อน ประจำปี 2021

ดันยกเลิกตรวจ RT-PCR

ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีความพยายามในการผลักดันให้รัฐบาลยกเลิกการลงทะเบียน Thailand Pass และ Test & Go โดยให้สายการบินช่วยตรวจผล RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และเอกสาร vaccine ก่อนขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องมีการตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย และไม่ต้องกำหนดให้ต้องจองโรงแรม SHA Extra Plus ใช้การตรวจด้วย ATK แทน

ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทาง และเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลาย ๆ ประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากสามารถปลดล็อกได้ จะช่วยทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของไทยกลับมาคึกคักได้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมเสนอผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศระบบ Test & Go ในที่ประชุม ศบค. วันที่ 18 มีนาคม 2565 พิจารณายกเลิกการตรวจ RT-PCR ใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้า โดยให้ตรวจ RT-PCR 1 ครั้ง ในวันที่เดินทางมาถึงประเทศไทย และให้ตรวจ ATK ซ้ำอีกครั้งในวันที่ 5 ของการเดินทางมาถึงไทย พร้อมทั้งเสนอปรับลดวงเงินประกันผู้เดินทางเหลือ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่ตอบโจทย์เชิงเศรษฐกิจ

ขณะที่ “ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ยังคงย้ำกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปิดประเทศ รวมถึงการเปิดกรุงเทพฯ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก

แต่ที่ผ่านมายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจมากนัก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังมีปริมาณน้อยมาก กล่าวคือไม่ถึง 10% ของสถานการณ์ปกติ


นั่นหมายความว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในปริมาณที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะประคับประคองให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยอยู่รอดได้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ รัฐควรพิจารณาปลดล็อกมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวให้มากที่สุด รวมถึงต้องมีแคมเปญสนับสนุนที่ดีและแรงด้วย