ก.ล.ต.นับ 1 ไฟลิ่ง “VCOM” เสนอขาย IPO 80 ล้านหุ้น จ่อเทรด mai ปลายปีนี้

ก.ล.ต.นับ 1 ไฟลิ่ง “VCOM” เสนอขาย IPO 80 ล้านหุ้น จ่อเทรด mai ปลายปีนี้-ระดมทุนขยายตลาดกลุ่ม CLM

ก.ล.ต.นับหนึ่งคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟล์ลิ่ง) บมจ.วินท์คอม เทคโนโลยี (VCOM) ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Distributor) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 80 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท คาดว่าจะเข้าเทรดในตลาด mai ปลายปีนี้ หวังนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อขยายตลาดในประเทศ และกลุ่ม CLM


นางนิสาภรณ์ ฤกษ์อร่าม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนำหุ้น บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อย่อ VCOM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.67% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต.ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบไฟลิ่ง ของ บมจ.วินท์คอม เทคโนโลยี (VCOM) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ บมจ.วินท์คอม เทคโนโลยี เป็นผู้นำด้านการประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับการใช้งานในระดับองค์กร ให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์หลายราย อาทิ ออราเคิล (Oracle) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักให้แก่บริษัทฯ กว่าร้อยละ 75 ของรายได้รวม รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ (Hitachi Data Systems), พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks), อริสต้า เน็ตเวิร์กส์ (Arista Networks), อินโฟบล็อกซ์ (Infoblox), อินฟอร์เมติก้า (Informatica) และ สปลังค์ (Splunk) ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ในรูปแบบลักษณะการขายแบบโซลูชั่น เช่น คอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หน่วยเก็บข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์ ระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย ระบบฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ ระบบเสมือน มิดเดิ้ลแวร์ ซอฟต์แวร์พัฒนาระบบ และซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการข้อมูล อีกทั้งยังมีการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ บริการบำรุงรักษา ทั้งแบบป้องกัน (Preventive) และแบบแก้ไข บริการติดตั้งระบบ และบริการงานเฉพาะทางที่ต้องใช้ความชำนาญจากผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เช่น การปรับปรุงระบบ การโอนย้ายฐานข้อมูล การโอนย้ายระบบงาน การปรับค่าตัวแปรต่างๆ ของระบบ เป็นต้น

“ปัจจุบัน VCOM มีทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท และทุนชำระแล้ว 110 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 220 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น” นางนิสาภรณ์กล่าว

ทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต

ด้าน นางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM กล่าวว่า บริษัทฯมีความพร้อมในการนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) สำหรับวัตถุประสงค์ในการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้หมุนเวียนในกิจการ เพื่อขยายตลาดในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLM หรือ กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว ซึ่งมองว่าเป็นประเทศอยู่ในช่วงของการพัฒนาเศรษฐกิจความต้องการสินค้าซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์มีความต้องการใช้สูง

VCOM เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งด้านการนำเสนอโซลูชั่นและการให้บริการอย่างมืออาชีพและครบวงจรในเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยบริษัทฯเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Distributor) และบริษัทฯให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ (Vendor) 7 ราย คือ Oracle, Hitachi Data Systems, Palo Alto Networks, Arista Networks, Infoblox, Informatica และ Splunk ซึ่งเป็นผู้ผลิตระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล

กรรมการผู้จัดการ ยังได้กล่าวอีกว่า นอกจากธุรกิจข้างต้นแล้ว บริษัทฯยังมีบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี (เมียนมาร์) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษาและบริการในประเทศเมียนมาร์ และบริษัท วีเซิร์ฟพลัส จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานบริการหลังการขายผ่านการให้บริการของศูนย์บริการทั้ง 13 แห่ง

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯในช่วงที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลของบริษัทชั้นนำ หรือแม้แต่ภาครัฐเองก็ตาม โดยผลการดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลัง ปี 2557 มีรายได้ 743 ล้านบาท กำไรสุทธิ 45 ล้านบาท, ปี 2558 มีรายได้ 816 ล้านบาท กำไรสุทธิ 41 ล้านบาท, ปี 2559 มีรายได้ 949 ล้านบาท กำไรสุทธิ 46 ล้านบาท (กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 41 ล้านบาท) และงวด 6 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้ 704 ล้านบาท กำไรสุทธิ 40 ล้านบาท (กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 34 ล้านบาท) ซึ่งสัดส่วนรายได้ปี 2559 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2560 มาจากการจำหน่ายสินค้า ประมาณ 75% และอีก 25% มาจากรายได้การให้บริการ นอกจากนี้ บริษัทฯมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ