กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
สำนักงาน กขค. เข้าร่วมประชุมเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี หรือ AKFTA Upgrade ที่กรุงโซล ดันประเด็นการแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค หลังความตกลงเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แต่บริบทการค้าโลกเปลี่ยนเร็ว ตั้งเป้าบรรลุข้อสรุปสำคัญภายในปี 2570 เพื่อยกระดับกติกาการค้า สร้างความเป็นธรรม และเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ
รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า รักษาการแทนประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า พร้อมด้วยพลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เข้าร่วมการประชุมเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี หรือ ASEAN-Korea Free Trade Agreement Upgrade (AKFTA Upgrade) ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2569 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
การประชุมครั้งนี้ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล การแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าสินค้า การพัฒนาที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจสีเขียว โดยมีเป้าหมายให้การเจรจาบรรลุข้อสรุปอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2570
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือสำนักงาน กขค. เข้าร่วมการหารือในประเด็นการแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกเพิ่มเข้ามาในการยกระดับความตกลงฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการค้าที่ซับซ้อนมากขึ้น
ทั้งนี้ ความตกลง AKFTA ฉบับเดิมเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2550 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและลดภาษีสินค้า แต่เมื่อสถานการณ์การค้าโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าข้ามพรมแดน และรูปแบบการแข่งขันใหม่ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงความตกลงให้ทันสมัยและรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจยุคใหม่
สำนักงาน กขค. ระบุว่า การเพิ่มประเด็นการแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภคใน AKFTA จะช่วยยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของประเทศสมาชิก เปิดช่องให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งกระทบต่อการแข่งขัน
นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศว่ากฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยจะสามารถประกอบธุรกิจข้ามพรมแดนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดข้อจำกัดจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และเพิ่มโอกาสในการเปิดตลาดสินค้าและบริการของไทยในต่างประเทศ
การเจรจาความตกลงกับประเทศคู่ค้า ยังเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ปกป้องผู้ประกอบการให้ได้รับประโยชน์จากการค้าและการแข่งขันเสรี รวมถึงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การถ่ายทอดนวัตกรรม และการเสริมทักษะแรงงานไทย
สำนักงาน กขค. เห็นว่า การยกระดับความตกลง AKFTA จะผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐต้องเตรียมความพร้อม พัฒนาเครื่องมือกำกับดูแล และเสริมศักยภาพให้ภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในบริบทการค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ