เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
Finance เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
World ‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
Finance สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Biz Movement ‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
Biz Movement รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
Politics รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
Economic ‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจภูมิภาค ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
ดูทั้งหมด

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด แต่ท่าทีอ่อนลง ท่ามกลางวิกฤตภาคธนาคาร 

23 มี.ค. 2566 | 07:14น.
เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาด แต่มีท่าทีอ่อนลง พร้อมกับแสดงความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตในภาคธนาคาร และระบุว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใกล้จะสิ้นสุดแล้ว

วันที่ 22 มีนาคม 2566 ตามเวลาสหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับวันที่ 23 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Open Market Committee : FOMC) มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%  

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% พร้อมกับแสดงความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตในภาคธนาคารที่เกิดขึ้นและเริ่มลุกลามเมื่อเร็ว ๆ นี้ และระบุว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใกล้จะสิ้นสุดแล้ว

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 9 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่ปรับขึ้นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2565 ส่วนหลังจากนี้ FOMC จะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลประกอบการพิจารณา  

“คณะกรรมการจะติดตามข้อมูลที่เข้ามาอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบของนโยบายการเงิน” แถลงการณ์หลังการประชุมของ FOMC ระบุ 

“คณะกรรมการคาดการณ์ว่าการบังคับใช้นโยบายเพิ่มเติมบางอย่างอาจเหมาะสม เพื่อให้บรรลุจุดยืนของนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพียงพอที่จะดึงให้อัตราเงินเฟ้อกลับคืนสู่ระดับ 2% เมื่อเวลาผ่านไป”

ถ้อยแถลงนี้แตกต่างจากข้อความก่อนหน้าซึ่งระบุว่า “การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” จะเหมาะสมสำหรับการดึงอัตราเงินเฟ้อให้ลดลง 

ขณะที่ความคิดเห็นที่ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวระหว่างการแถลงข่าวนั้น หมายความว่าธนาคารกลางอาจใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว แต่การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่จบสิ้น

“กระบวนการทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับลงมาที่ 2% นั้นยังเป็นหนทางอีกยาวไกล และมีแนวโน้มที่จะเป็นหลุมเป็นบ่อ (มีอุปสรรค)” ประธานเฟดกล่าว 

นอกจากนี้ พาวเวลล์ยังยอมรับว่าเหตุการณ์ความปั่นป่วนล่าสุดในระบบธนาคารมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เงื่อนไขในการให้สินเชื่อเข้มงวดขึ้น และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าเหตุใดท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐจึงอ่อนลง

แต่ถึงอย่างนั้น พาวเวลล์กล่าวว่า แม้ว่าราคาตลาดจะตรงกันข้ามก็ตาม แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ใน base case ของเฟดในช่วงที่เหลือของปี 2566

“ระบบธนาคารของสหรัฐนั้นแข็งแกร่งและมีความสามารถในการรับมือปัญหา” FOMC ระบุในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้ 

“เหตุการณ์ (ภาคธนาคาร) ล่าสุดมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เงื่อนไขการให้สินเชื่อเข้มงวดขึ้นสำหรับครัวเรือนและธุรกิจ และส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ขอบเขตของผลกระทบเหล่านี้ไม่แน่นอน คณะกรรมการยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเป็นอย่างสูง”

ในระหว่างการแถลงข่าว พาวเวลล์กล่าวว่า FOMC ได้พิจารณาการหยุดขึ้นอัตราชั่วคราว เนื่องจากวิกฤตการณ์ธนาคาร แต่ท้ายที่สุดก็มีมติเป็นเอกฉันท์ในการตัดสินใจที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากข้อมูลขั้นกลางเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ และความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน 

“เรามุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคา และหลักฐานทั้งหมด ระบุว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าเราจะทำเช่นนั้น ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงเหลือ 2% เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งสำคัญคือเราต้องรักษาความมั่นใจนั้นด้วยการกระทำและคำพูดของเรา” ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าว