20 ประเทศที่มี “มหาเศรษฐีพันล้าน” มากที่สุดในปี 2023

20 ประเทศที่มีมหาเศรษฐีพันล้านมากที่สุด
AFP/ Angela Weiss

ข้อมูลจากการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2023 ของ นิตยสารฟอร์บส (Forbes) ซึ่งยึดข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2023 ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป (billionaire) อยู่จำนวน 2,640 คน เป็นพลเมืองของ 77 ประเทศ/เขตการปกครองทั่วโลก 

ในแง่จำนวนมหาเศรษฐีระดับพันล้าน (billionaire) ปี 2023 ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีระดับพันล้านลดลงจากปี 2022 ที่มี 2,668 คน ส่วนในแง่ “ที่มา” ของเหล่า billionaire เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ซึ่งมาจาก 75 ประเทศ/เขตการปกครอง โดยสองประเทศที่มีมหาเศรษฐีพันล้านรายใหม่ขึ้นมาที่ละ 1 คน ได้แก่ ปานามา และอาร์เมเนีย 

สหรัฐอเมริกา ยังครองตำแหน่งเป็นประเทศที่มีพลเมืองที่ร่ำรวยมากที่สุด ด้วยจำนวนมหาเศรษฐีพันล้าน 735 คน จำนวนคงที่เท่ากับในปี 2022 ถึงแม้ว่าชาวอเมริกันเกือบ 50 คน รวมถึงคานเย เวสต์ (Kanye West) และแซม แบงก์แมน-ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried) ได้ร่วงลงจากการเป็นผู้มั่งคั่งระดับพันล้าน แต่ก็มีคนที่มั่งคั่งขึ้นถึงระดับพันล้านเป็นครั้งแรกในปีนี้เข้าไปทดแทนในลิสต์ รวมถึงนักกีฬาชื่อดัง เลบรอน เจมส์ (LeBron James) และไทเกอร์ วูดส์ (Tiger Woods) 

ในปีนี้สหรัฐไม่ใช่บ้านของบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกแล้ว เพราะ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรสินค้าหรูชาวฝรั่งเศส ได้แซงหน้า อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว ถึงอย่างนั้น อเมริกายังคงมีมหาเศรษฐีระดับ top 25 มากที่สุดจำนวน 17 จาก 25 คน

โดยรวมแล้ว มหาเศรษฐีชาวอเมริกันมีความมั่งคั่งรวมกัน 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เนื่องจากตลาดถดถอย การสะดุดของเหล่าสตาร์ทอัพระดับ “ยูนิคอร์น” (สตาร์ตอัพที่มี​​มูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงตามหลอกหลอนนักลงทุน ทำให้มีการลงทุนในบริษัทของมหาเศรษฐีเหล่านี้น้อยลง

Advertisment

ประเทศจีน มีมหาเศรษฐีพันล้านมากเป็นอันดับ 2 ของโลก จำนวน 495 คน (ไม่รวมชาวฮ่องกงและมาเก๊า) มีทรัพย์สินรวมกัน 1.67 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีจีนในภาพรวมตกต่ำลงเช่นกัน โดยจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านลดลงจากเมื่อปี 2022 ที่มี 539 คน กับความมั่งคั่งรวม 1.96 ล้านล้านดอลลาร์ 

ปัจจัยลบของจีนที่ทำให้ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีลดลงมีหลายปัจจัย ทั้งนโยบาย Zero-COVID ที่ใช้เกือบตลอดทั้งปี 2022 ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจลดลงและกระทบต่อราคาหุ้น ขณะที่วิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็ส่งผลเศรษฐกิจของจีนในช่วงที่ผ่านมารวมถึงแนวโน้มในอนาคต ขณะที่การปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ส่งผลให้ความมั่งคั่งของเจ้าของบริษัทบิ๊กเทคลดลง 

คนที่ความมั่งคั่งลดลงมากอย่างเด่นชัดคือ เชือง เซาหมิง (Xiong Shaoming) ผู้ก่อตั้ง Smoore International และเจ้า เว่ยกั๋ว (Zhao Weiguo) ประธานบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Tsinghua Unigroup 

อินเดีย มีมหาเศรษฐีพันล้านมากเป็นอันดับที่ 3 จำนวน 169 คน ปี 2023 เป็นปีที่ตัวเลขทางสถิติของอินเดียออกมาเป็นแบบผสม คือ ในแง่จำนวนมหาเศรษฐี อินเดียมีมหาเศรษฐีระดับพันล้านเพิ่มขึ้น 3 คน แต่ในแง่ความมั่งคั่ง มหาเศรษฐีพันล้านของอินเดียมีความมั่งคั่งรวมกัน 675,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2022 ถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ 

Advertisment

สาเหตุสำคัญที่ความมั่งคั่งในภาพรวมของมหาเศรษฐีอินเดียลดลงนั้นคือ การสูญเสียความมั่งคั่งของ โกตัม อดานี (Gautam Adani) หลังจากที่ Adani Group ถูกกล่าวหาเรื่องฉ้อโกง ทำให้ความมั่งคั่งของเขาลดลงจากปี 2022 เกือบ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของความมั่งคั่งที่ลดลงทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อตอนที่ฟอร์บสจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกปี 2022 โกตัม อดานี มีสินทรัพย์ 90,000 ล้านดอลลาร์ แต่ ณ วันที่ 10 มีนาคม 2023 ที่ฟอร์บสจัดเก็บข้อมูลวันสุดท้ายเพื่อจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกปี 2023 เขามีสินทรัพย์ 47,200 ล้านดอลลาร์ 

เยอรมนี เป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีพันล้านมากเป็นอันดับ 4 อีกครั้ง โดยมีจำนวน 126 คน ลดลงจาก 134 คนในปีที่แล้ว ตัวอย่างคนที่ความมั่งคั่งลดลงอย่างมากจนหลุดจากสถานะ “มหาเศรษฐีพันล้าน” ได้แก่ โยอาคิม อันเต (Joachim Ante) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเกม Unity Software และสามทายาทตระกูลคนอฟ (Knauf) เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านวัสดุก่อสร้าง Knauf Gips KG  

ส่วนบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของเยอรมนี คือ ดีเทอร์ ชวาร์ซ (Dieter Schwarz) ด้วยความมั่งคั่ง 42,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัท Schwarz Group ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตลดราคา Lidl และ Kaufland ที่สร้างยอดขายปีละกว่า 140,000 ล้านดอลลาร์ 

สำหรับรัสเซีย แม้จะมีสงครามและเผชิญการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก แต่ในขวบปีที่ผ่านมามหาเศรษฐีชาวรัสเซียกลับทำผลงานได้ดีกว่าบรรดากลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดของโลกจากประเทศอื่น ๆ โดยกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศรัสเซียสามารถชดเชยความสูญเสียเกือบทั้งหมดที่รัสเซียได้รับจากการคว่ำบาตร

รัสเซียมีมหาเศรษฐีพันล้าน 105 คนในปีนี้ มีความมั่งคั่งรวมกัน 474,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีคนร่ำรวยขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีพันล้านเพิ่มขึ้น 22 คน จากปี 2022 ที่มีจำนวน 83 คนกับความมั่งคั่งรวม 320,000 ล้านดอลลาร์ 

เหตุผลที่จำนวนมหาเศรษฐีพันล้านในรัสเซียเพิ่มขึ้นมากในปีนี้ เนื่องจากผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจของรัสเซียส่วนใหญ่ได้ความมั่งคั่งที่สูญเสียไป (ในช่วงแรกที่รัสเซียบุกยูเครน) กลับคืนมา โดยในบรรดามหาเศรษฐีพันล้านชาวรัสเซีย 105 รายในปีนี้ มี 25 รายที่เคยเป็นมหาเศรษฐีพันล้านในปีก่อน ๆ แต่ความมั่งคั่งของพวกเขาลดลงเมื่อปีที่แล้วในช่วงแรกที่รัสเซียบุกยูเครน ก่อนที่จะฟื้นกลับขึ้นมาได้ในปีนี้

เมื่อปี 2021 รัสเซียมีมหาเศรษฐีพันล้านจำนวน 117 คน มีสินทรัพย์รวมกัน 584,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกหลังจากรัสเซียบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียอย่างหนัก แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกได้หนุนให้บริษัทรัสเซียบางแห่งมีรายรับเพิ่มขึ้น 

ผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของรัสเซีย อันเดรย์ เมลนิเชนโก (Andrey Melnichenko) เจ้าของธุรกิจปุ๋ย ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 25,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 11,100 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 เป็นผลมาจาก EuroChem บริษัทปุ๋ยยักษ์ใหญ่ของเขาได้ประโยชน์จากราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นหลังรัสเซียบุกยูเครน 

ส่วนคนอื่น ๆ ที่กอบกู้ความมั่งคั่งของพวกเขากลับมาได้ ได้แก่ ผู้ประกอบการน้ำมัน วากิต อาเล็กเพรอฟ (Vagit Alekperov) รวยเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านดอลลาร์ อเล็กซีย์ มอร์ดาชอฟ (Alexey Mordashov) เจ้าของธุรกิจเหล็ก Severstal รวยเพิ่มขึ้น 7,700 ล้านดอลลาร์ และเจ้าพ่อธุรกิจนิกเกิล วลาดีมีร์ โปตานิน (Vladimir Potanin) แห่ง Norilsk Nickel ที่รวยเพิ่มขึ้น 6,400 ล้านดอลลาร์ 

20 ประเทศ/เขตการปกครองที่มีมหาเศรษฐีพันล้าน (billionaire) มากที่สุดในโลกในปี 2023 ตามการจัดอันดับของฟอร์บส ได้แก่ 

สหรัฐอเมริกา : 735 คน (2022 : 735)

จีน : 495 คน (2022 : 539)

อินเดีย : 169 คน (2022 : 166)

เยอรมนี : 126 คน (2022 : 134)

รัสเซีย : 105 คน (2022 : 83)

ฮ่องกง : 66 คน (2022 : 67)

อิตาลี : 64 คน (2022 : 52)

แคนาดา : 63 คน (2022 : 64)

ไต้หวัน : 52 คน (2022 : 51)

สหราชอาณาจักร : 52 คน (2022 : 50)

บราซิล : 51 คน (2022 : 62)

ออสเตรเลีย : 47 คน (2022 : 46)

ฝรั่งเศส : 43 คน (2022 : 43)

สวิตเซอร์แลนด์ : 41 คน (2022 : 41)

ญี่ปุ่น : 40 คน (2022 : 40)

สวีเดน : 39 คน (2022 : 45)

สิงคโปร์ : 35 คน (2022 : 26)

เกาหลีใต้ : 30 คน (2022 : 41)

อิสราเอล : 30 คน (2022 : 30)

อินโดนีเซีย : 29 คน (2022 : 30)