เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BVG ยัน THRE ตั้งโฮลดิ้งส์ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์รุกต่างประเทศ-AI
Finance BVG ยัน THRE ตั้งโฮลดิ้งส์ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์รุกต่างประเทศ-AI
วราวุธ รับเสนอ ครม.ตั้ง ‘ปลัด ก.อุตฯ’ เล็งชงจัดทัพอธิบดีต่อ
Politics วราวุธ รับเสนอ ครม.ตั้ง ‘ปลัด ก.อุตฯ’ เล็งชงจัดทัพอธิบดีต่อ
คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
Finance คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
Finance SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
Politics จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
Business กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
News พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
ดูทั้งหมด

วิกฤตอสังหาฯจีน : ถ้า Country Garden ผิดนัดชำระหนี้ ผลกระทบจะรุนแรงแค่ไหน ? 

23 ส.ค. 2566 | 23:50น.
วิกฤตอสังหาฯจีน

การประกาศล้มละลายในต่างประเทศของเอเวอร์แกรนด์ (China Evergrande Group) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่ข่าวน่าตกใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโลกรู้กันไปเกือบสองปีแล้วว่าเอเวอร์แกรนด์จะล้มละลาย และผลกระทบจากเอเวอร์แกรนด์นั้นเกิดขึ้นไปแล้วในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา 

บวกกับในเวลาเดียวกันกับที่เอเวอร์แกรนด์ประกาศล้มละลายนั้น ในประเทศจีนมีเรื่องที่สร้างความกังวลใจมากกว่า คือ มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับท็อปอีกรายที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง และกำลังนับถอยหลังสู่การผิดนัดชำระหนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ นั่นก็คือ คันทรี่ การ์เดน (Country Garden) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการลุกลามของการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้างออกไปอีก  

ปัญหาระดับยักษ์ใหญ่ล่าสุดของคันทรี่ การ์เดน เปิดเผยออกมาในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่มีกำหนดชำระในวันที่ 6 สิงหาคม 2023 รวมมูลค่าประมาณ 22.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 795 ล้านบาท) ซึ่งหากไม่สามารถชำระได้ภายใน 30 วันหลังจากนั้นจะเป็นการผิดนัดชำระหนี้ (default) อย่างเป็นทางการ 

คันทรี่ การ์เดน มีหนี้สินรวมประมาณ 1.4 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 6.8 ล้านล้านบาท) ณ สิ้นปี 2022

หลังประกาศการผิดนัดจ่ายผลตอบแทนหุ้นกู้ คันทรี่ การ์เดน ได้แจ้งนักลงทุนว่าบริษัทอาจจะขาดทุนประมาณ 45,000 ล้านหยวนถึง 55,000 ล้านหยวน (ประมาณ 218,800 ล้านบาท ถึง 267,500 ล้านบาท) ในงวดครึ่งปีแรกของปีนี้

นอกจากนั้น หุ้นของคันทรี่ การ์เดน ที่ซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกงกำลังจะถูกถอดออกจากดัชนี Hang Seng China Enterprises Index (HSCEI) ในวันที่ 4 กันยายนที่จะถึงนี้  

ความยากลำบากทางการเงินของคันทรี่ การ์เดน ซึ่งเคยถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานะการเงินมั่นคงมาก ได้เพิ่มความกังวลว่าจะเพิ่มแรงบีบคั้นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนซึ่งอยู่ในวิกฤตมาแล้วสองปี และตอนนี้ยังไม่เห็นวี่แววจะดีขึ้น ทั้งยอดขายลดลง ราคาลดลง การลงทุนลดลง สภาพคล่องตึงตัว และมีการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 

การผิดนัดชำระหนี้ของ คันทรี่ การ์เดน น่ากลัวขนาดไหน จะส่งผลกระทบรุนแรงเพียงใด ? 

คำตอบจากการวิเคราะห์ของสื่อและผู้เชี่ยวชาญ คือ ผลกระทบจากกรณีของคันทรี่ การ์เดน จะไม่ได้เลวร้ายไปกว่ากรณีของเอเวอร์แกรนด์และภาวะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนเป็นมาในช่วงสองปีที่ผ่านมา 

ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ผลกระทบจากกรณีของคันทรี่ การ์เดน นั้นจะน้อย แต่ปัจจัยสำคัญที่มีผลหรือกำหนด “ขนาด” ของการส่งผลกระทบต่อภาพรวมภาคอสังหาริมทรัพย์และต่อความรู้สึกของตลาด คือ “ช่วงเวลาเกิดเหตุ” 

ปัญหาของคันทรี่ การ์เดน เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภาคอสังหาฯจีนอยู่ในวิกฤตมา 2 ปีแล้ว ตลาดจึงไม่ได้ตกใจมากเท่ากรณีเอเวอร์แกรนด์ และในเวลานี้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนส่วนใหญ่ผิดนัดชำระหนี้กันไปแล้ว ซึ่งการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจำนวนมากเกิดขึ้นเมื่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจอยู่ในสภาพที่แย่ลงมาก ๆ แล้ว ต่างจากกรณีของเอเวอร์แกรนด์ที่เป็นยักษ์ใหญ่รายแรกที่ผิดนัดชำระหนี้ จึงสร้างแรงสั่นสะเทือนและความตกใจมากในเวลานั้น 

อีกทั้งสถานะทางการเงินของคันทรี่ การ์เดน ในปัจจุบันก็ดีกว่าเอเวอร์แกรนด์เมื่อสองปีก่อนมาก เอเวอร์แกรนด์นั้นล้มละลายไปแล้ว ณ เวลาที่ผิดนัดชำระหนี้ แต่ในปัจจุบัน คันทรี่ การ์เดน ยังคงมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน แต่นักวิเคราะห์ก็เตือนว่า คันทรี่ การ์เดน อาจหมดตัวได้หากต้องตัดจำหน่ายทรัพย์สินออกไปเป็นจำนวนมาก และอาจเข้าสู่ภาวะส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ หากมูลค่าสินทรัพย์ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป 

ในแง่ผลกระทบต่อนักลงทุนและสถาบันการเงินนั้น การผิดนัดชำระหนี้ของคันทรี่ การ์เดน จะสร้างผลกระทบน้อยกว่ากรณีเอเวอร์แกรนด์ เนื่องจากหนี้สินรวม 1.4 ล้านล้านหยวนของคันทรี่ การ์เดน นั้นคิดเป็นเพียง 59% ของหนี้สินของเอเวอร์แกรนด์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้มากที่สุดในโลก 

ส่วนที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบที่จะเกิดกับลูกค้าที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกรณีของคันทรี่ การ์เดน จะกระทบลูกค้าจำนวนมากกว่า เนื่องจากคันทรี่ การ์เดน เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทำโปรดักต์ขายตลาดกลางและล่าง มีจำนวนโครงการมากกว่า 3,100 โครงการในทั่วทุกมณฑลของประเทศจีน ต่างจากเอเวอร์แกรนด์ที่พัฒนาโครงการเจาะตลาดระดับบนและระดับกลาง มีโครงการ 800 โครงการอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ 

ส่วนความกังวลที่ว่าจะเกิดการลุกลามของการผิดนัดชำระหนี้นั้น เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่า คันทรี่ การ์เดน จะผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ก็ตาม เพราะความซบเซาต่อเนื่องสองสามปีของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนนั้นไม่ใช่บรรยากาศที่เอื้อให้บริษัทไหน ๆ อยู่ได้อย่างสบายดี

ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการเงินและบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจหลายคนบอกว่า การผิดนัดชำระหนี้ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดในการดำเนินธุรกิจ และหลาย ๆ บริษัทก็เลือกทางนี้เพื่อรักษาเงินสดและการดำเนินงานของบริษัทเอาไว้ 

จอห์น แลม (John Lam) กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัยอสังหาริมทรัพย์ในจีนและฮ่องกงของธาคารยูบีเอส (UBS) กล่าวว่า มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากขึ้นที่มีแนวโน้มที่จะพิจารณาขยายเวลาชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้แทนการชำระหนี้ตรงเวลาที่กำหนด 

ถึงอย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญในตลาดและนักเศรษฐศาสตร์ก็ไม่คิดว่าจีนจะถึงขั้นเข้าสู่ “Lehman moment” หรือช่วงเวลาที่ความล้มเหลวของบริษัทหนึ่งจะแพร่กระจายความเสียหายไปสู่การล่มสลายทางการเงินในวงกว้างเหมือนในสหรัฐช่วงปี 2008 เนื่องจากความเสี่ยงของสถาบันการเงินจีนจากภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในทางกลับกัน ในขณะนี้-ขณะที่คันทรี่ การ์เดน ยังไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนเป็นอย่างไร ? 

คำตอบคือ นับตั้งแต่วิกฤตหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนถูกตีแผ่ออกมาให้เห็นในช่วงปลายปี 2021 จากกรณีของ เอเวอร์แกรนด์ มาจนถึงตอนนี้ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจีนผิดนัดชำระหนี้ไปแล้วจำนวนมาก ซึ่งบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้เหล่านั้นมีส่วนแบ่งการขายบ้านในจีนรวมกันมากถึง 40% 

คำนวณแบบหยาบ ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนเกือบครึ่งประเทศที่บริษัทผู้พัฒนาโครงการประสบปัญหาทางการเงินและผิดนัดชำระหนี้ไปแล้ว โดยที่ลูกค้ามีแนวโน้มจะไม่ได้รับการส่งมอบอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ ทำให้คนจำนวนมากหยุดผ่อนชำระเงินกู้ซื้อบ้าน

การผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารจีน ณ สิ้นปี 2022 เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 4.4% จาก 1.9% ในสิ้นปี 2020 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพกว้างที่เกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาและยังคงจะดำเนินต่อไป คือ เมื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไปต่อไม่ได้ การลงทุนใหม่น้อย อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบกันอย่างทั่วถึง การจ้างงานก็น้อยลง รายได้ของภาคครัวเรือนก็น้อยลง กำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศก็จะน้อยลงตาม รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นในจีนก็จะเก็บภาษีจากภาคอสังหาริมทรัพย์ได้น้อยลงด้วย

ล่าสุดมีข้อมูลว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในจีนลดลงจากระดับสูงสุดในปี 2020 ประมาณ 50% และราคาบ้านใหม่ก็ลดลงในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมูลค่าบ้านที่ลดลงเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากชาวจีนสะสมความมั่งคั่งไว้กับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยอสังหาริมทรัพย์คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 70% ของความมั่งคั่งในครัวเรือนของจีน เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงก็เท่ากับความมั่งคั่งของภาคครัวเรือนลดลงไปด้วย 

เมื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจีนราว 14-30% ยังไม่มีแนวโน้มจะฟื้นขึ้นได้ในเร็ววัน แน่นอนว่าเศรษฐกิจจีนจะโดนฉุดรั้งการเติบโตต่อไป 

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง