เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
World จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
Finance ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
หยุดยาว 3 วัน คนไทยแห่เที่ยวภูเก็ต คาดเงินสะพัด กว่า 300 ล้านบาท
เศรษฐกิจภูมิภาค หยุดยาว 3 วัน คนไทยแห่เที่ยวภูเก็ต คาดเงินสะพัด กว่า 300 ล้านบาท
ข้าวไทยติดกับดักราคา แพงกว่าคู่แข่งสูงสุด 156 เหรียญฯ กำลังซื้อชะลอ กดส่งออก 5 เดือนหด 10.9%
Economic ข้าวไทยติดกับดักราคา แพงกว่าคู่แข่งสูงสุด 156 เหรียญฯ กำลังซื้อชะลอ กดส่งออก 5 เดือนหด 10.9%
Rally x BOYY ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์ เชื่อมฐานลูกค้าคนรักแฟชั่น
Business Rally x BOYY ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์ เชื่อมฐานลูกค้าคนรักแฟชั่น
ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
Economic ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
Economic ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
Economic เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
ดูทั้งหมด

UNHCR ประณามไทย บังคับส่ง 40 ชาวอุยกูร์กลับจีน ละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ

28 ก.พ. 2568 | 14:48น.
ข้อมูลเผยแพร่เมื่อ 28 ก.พ. 2025 เวลา 07.07 น. อัพเดตล่าสุดเวลา 14.48 น.

UNHCR ประณามไทย บังคับส่ง 40 ชาวอุยกูร์ กลับจีน ละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ ด้านสหรัฐประณามไทยขั้นสุดร่วมกับชาติตะวันตกอีกหลายชาติ นายกฯ แพทองธาร มองส่ง ‘อุยกูร์’ กลับจีนไม่ได้ทำผิดหลัก ทุกคนสมัครใจ ยันไม่มีประเทศที่สามรับ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ออกแถลงการณ์เป็นภาษาไทย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์ จำนวน 40 คน หลังจากอยู่ในศูนย์กักกันในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี

โดยระบุว่า UNHCR ได้รับรายงานจากหลายช่องทางว่ากลุ่มชาวอุยกูร์ที่ถูกกักกันตัวในกรุงเทพฯ ได้ถูกบังคับส่งกลับอย่างรวดเร็ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานได้ขอสิทธิการเข้าถึงคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด และได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยว่าคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อการส่งกลับ จะไม่ถูกเนรเทศออกจากประเทศ อย่างไรก็ดี การเข้าถึงบุคคลเหล่านี้ไม่เคยได้รับอนุมัติ และเมื่อติดต่อเพื่อขอคำชี้แจง ทางเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยแจ้งว่าไม่มีการตัดสินใจต่อการเนรเทศคนกลุ่มนี้

“นี่เป็นการละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ และภาระผูกพันของรัฐบาลไทยที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศ” รูเวนดรินี่ เมนิคดิเวล่า ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติด้านการให้ความคุ้มครอง กล่าว

สิทธิขั้นพื้นฐานในการขอลี้ภัย และการไม่ถูกบังคับให้ส่งกลับ (เช่น ไม่ส่งผู้คนกลับไปยังสถานที่ที่พวกเขาอาจเผชิญกับความเสี่ยง) ได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 13 ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายของประเทศไทย มาตรา 16 ของปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และมาตรา 14 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

UNHCR ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกักขังคนกลุ่มนี้นับตั้งแต่ปี 2014 เร่งให้เจ้าหน้าที่ปรับปรุงสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมของชาวอุยกูร์ มอบทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่การกักกัน และหาทางออกที่ปลอดภัย และเป็นไปได้

UNOCHA เชื่อ 8 คนยังถูกขัง

โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งประชาชาติ (UNOCHA)  กล่าวว่าการส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวที่ประเทศไทยมานานกว่า 11 ปี ไปยังประเทศจีนนั้น เป็นการละเมิดกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

“นี่เป็นการละเมิดหลักการไม่ส่งกลับไปเผชิญอันตราย (non-refoulement) ซึ่งมีการห้ามอย่างเด็ดขาด ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการทรมาน ทารุณกรรม หรือการทำร้ายที่ไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนได้หากถูกส่งกลับ” ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าว

หลักการไม่ส่งกลับไปเผชิญอันตราย (non-refoulement) อยู่ในข้อที่ 3 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อีกทั้งข้อ 7 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกฎหมายของประเทศไทยเอง

“สำคัญมากที่รัฐบาลจีนจะเปิดเผยถิ่นที่อยู่ และรับประกันว่าพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ”

บุคคลเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคนอื่นอีกมาก ถูกควบคุมตัวในสภาพที่ย่ำแย่ในสถานกักตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 ห้าคนได้เสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว ในขณะที่เชื่อว่าอีกแปดคนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่

“เจ้าหน้าที่ไทยต้องให้การรับประกันว่า จะไม่มีการส่งกลับอีกในอนาคต และบุคคลในกลุ่มนี้ที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศไทย รวมถึงผู้ที่อาจเป็นผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่ลี้ภัย จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ ตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าว

ทั้งนี้ ไทยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council : UNHRC) วาระปี 2025-2027

ย้อนไปก่อนการออกแถลงการณ์ประณามไทยของสหประชาชาติ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ความกังวลเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (27 กุมภาพันธ์) หลังจากมีรายงานจากสื่อและภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นรถบรรทุกหลายคันที่ติดเทปสีดำปิดหน้าต่างออกจากศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กักกันชาวอุยกูร์ 48 คน

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เวลา 04.48 น. เที่ยวบินสายการบินไชน่า ไซเทิร์น แอร์ไลน์ส (China Southern Airlines) ออกจากสนามบินดอนเมือง และลงจอดที่เมืองคัชการ์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีนใน 6 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Flightradar24

ชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกกักตัวในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 300 คนที่หลบหนีออกจากจีนและถูกจับกุมในปี 2014 บางคนถูกส่งกลับจีนและบางคนถูกส่งไปตุรกี ส่วนที่เหลือถูกควบคุมตัวอยู่ในไทย

นักการทูตและนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจำนวนหนึ่งเชื่อว่าการที่ไทยเนรเทศชาวอุยกูร์ 100 คนกลับจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2015 ซึ่งได้รับการประณามอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณที่มีผู้คนพลุกพล่านในอีกหนึ่งเดือนต่อมา คร่าชีวิตคนไป 20 ราย ซึ่งนับเป็นการโจมตีที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในแผ่นดินไทย และทางการไทยสรุปในขณะนั้นว่าการโจมตีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการปราบปรามกลุ่มค้ามนุษย์ แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่ากลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์

ก่อนหน้านี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเนรเทศชาวอุยกูร์ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ประเด็นเช่นนี้ ไม่ว่าประเทศใด ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการระหว่างประเทศ และสิทธิมนุษยชน”

สหรัฐประณามไทยขั้นสุด

นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ โพสต์บนเว็บไซต์ X ว่า ประเทศไทยบังคับส่งตัวชาวอุยกูร์กลุ่มหนึ่งไปจีน ในฐานะพันธมิตรที่ยาวนานของไทย เราสู้สึกวิตกกังวลกับการกระทำนี้ ซึ่งเสี่ยงขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ สหรัฐประณามการกระทำนี้ เราเรียกร้องให้รัฐบาลไทยตรวจสอบและรับรองว่าชาวอุยกูร์ได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีและสิทธิของพวกเขาได้รับการคุ้มครอง

สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยเผยแพร่แถลงการณ์ กรณีไทยผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน โดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2025

แถลงการณ์ระบุว่า เราขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อกรณีที่ไทยผลักดันชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนกลับประเทศจีน ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในประเทศที่ตนไม่มีสิทธิเข้าถึงกระบวนการอันควรตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ชาวอุยกูร์เคยถูกข่มเหง บังคับใช้แรงงาน และทรมาน

ในฐานะพันธมิตรอันยาวนานของไทย เรารู้สึกตระหนกกับการกระทำนี้ ซึ่งอาจขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมานานของชาวไทยในการปกป้องกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด รวมถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอีกด้วย เราเรียกร้องรัฐบาลของทุกประเทศที่ชาวอุยกูร์เข้าไปอาศัยความคุ้มครอง ให้ไม่ผลักดันกลุ่มชาติพันธุ์อุยกูร์กลับประเทศจีน

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า จีน ภายใต้การกำหนดทิศทางและการควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยส่วนใหญ่มุ่งไปที่ชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นมุสลิม ตลอดจนชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนากลุ่มอื่นในซินเจียง เราขอให้ทางการจีนเปิดให้มีการตรวจสอบโดยถี่ถ้วนและสม่ำเสมอ เพื่อยืนยันถึงสวัสดิภาพของชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ รัฐบาลไทยต้องเรียกร้องให้ทางการจีนคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ รวมทั้งต้องพิสูจน์การดำเนินการดังกล่าวอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง

เหตุการณ์ดังกล่าวเรียกเสียงประณามจากชาติตะวันตกหลายชาติรวมถึงอังกฤษ ออสเตรเลีย 

เดวิด แลมมี รมว.การต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า อังกฤษไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของไทยในการส่งตัวชาวอุยกูร์มุสลิม 40 คนกลับจีน ทั้ง ๆ ที่ไทยมีพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการไม่ส่งตัวกลับและมีเอกสารที่ปรากฏว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในซินเจียงก็ตาม

เพนนี หว่อง รมว.การต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลีย “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” กับการตัดสินใจของไทยในการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนไปยังจีนโดยไม่สมัครใจ และยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์เหล่านี้กับรัฐบาลจีน

นายกฯ มองส่ง ‘อุยกูร์’ กลับจีนไม่ได้ทำผิดหลัก

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกา และประเทศในแถบยุโรป ออกแถลงการณ์ประณามไทย กรณีส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน ว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยตรวจสอบแล้วว่าทำอะไรได้บ้าง เพราะเรื่องอุยกูร์เป็นการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และติดคุกในไทยมา 10 กว่าปีแล้ว ถือว่าได้รับการลงโทษเป็นเวลานาน 11 ปีที่ผ่านมา เราจึงได้ตรวจสอบข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ายังไม่มีประเทศที่สามขอรับชาวอุยกูร์กลับประเทศนั้น ๆ เลย ซึ่งเรื่องนี้จีนได้ติดต่อมาและมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนจีน

ฉะนั้นยืนยันว่า ไม่ได้ทำผิดกฎหลักสหประชาชาติหรือสิทธิมนุษยชน เพราะการที่ถูกกักขังมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ได้คุยกับทางการจีน และได้รับการยืนยันแล้วว่า หากเราส่งตัวอุยกูร์กลับไป พวกเขาจะไม่ถูกดำเนินคดีและไม่มีการสอบสวนใด ๆ รวมทั้งสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวและสังคมได้ทันที

ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสองรัฐบาลก็ได้คุยกันมาสักพักแล้ว และการพบปะของผู้นำในหลาย ๆ ระดับ ก็ได้มีการยืนยันแล้ว ว่าทุกคนที่กลับไปจะปลอดภัย ซึ่งเราพยายามทำทุกอย่างให้ราบรื่นที่สุด และการที่พวกเขากลับไปสู่ครอบครัวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี นอกจากนี้ ทางการจีนยังได้อนุญาตให้ทางการไทยเดินทางไปเยี่ยมหรือถามไถ่ได้ว่าอุยกูร์ที่กลับไปแล้ว มีความเป็นอยู่อย่างไรและมีชีวิตที่ดีหรือไม่ ซึ่งทางการจีนไม่ได้ปิดกั้นเรื่องนี้กับเราเลย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า การส่งตัวอุยกูร์กลับไปไม่ใช่การแลกเปลี่ยนทางการค้าแต่อย่างใด เพราะการที่จะคุยเรื่องการค้า ก็เป็นเรื่องเฉพาะการค้า แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับสินค้า คนไม่ใช่สินค้า ไม่แลกกันแน่นอน

ส่วนจะมีการชี้แจงสหรัฐอย่างไรบ้าง เพราะมีการออกแถลงการณ์ประณามไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราได้มีการอัพเดตข้อมูล ซึ่งทราบว่าหลายประเทศได้มีการติดตามข้อมูลมา ซึ่งข้อมูลที่อัพเดตล่าสุดก็ได้มีการประสานงานกันอย่างจริงจัง เราไม่ได้พูดกันเล่น ๆ

พร้อมยอมรับว่าเรื่องนี้ในตอนแรกไม่ได้พูดในที่สาธารณะ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงและรัฐบาล แต่ได้นำข้อความนี้ไปพูดคุยเพื่อยืนยันและรับรองถึงความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลรับทราบและต้องการให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุ หรือข้อขัดข้องระหว่างดำเนินการ ทำอะไรที่ไม่เคารพสิทธิของเขา เช่น การใช้ความรุนแรง เป็นต้น ก่อนยกตัวอย่างภาพที่ปรากฏว่า เมื่อเดินทางไปถึงประเทศจีนก็ได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว โดยไม่มีกุญแจมือและโซ่ตรวน ฉะนั้นยืนยันว่าอุยกูร์ทั้งหมดเดินทางกลับประเทศจีนโดยสมัครใจแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรียังไม่ยืนยันการส่งตัวเมื่อวานนี้ เพราะต้องรอยืนยันความชัดเจนก่อนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ protocal ว่าใครจะออกมาแถลง และทางจีนจะพูดก่อนหรือไม่ ซึ่งต้องดูด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะพูดในตอนนั้น ไม่เช่นนั้น ข้อความอาจจะถูกบิดเบือนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง วันนี้จึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ ส่วนขั้นตอนทั้งหมด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงถึงขั้นตอนไปแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้ติดต่อกับความมั่นคงของจีน

ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าทางตุรกี จะรับชาวอุยกูร์กลับไป แต่สุดท้ายมีเหตุขัดข้องอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไม่มีประเทศที่สามมาเสนอตัวขอรับชาวอุยกูร์เลย ซึ่งไม่มีใครเสนอมาเลยสักคน ฉะนั้นทางการจีนยืนยันว่าเป็นคนจีน ประเทศไทยก็ต้องส่งกลับจีน นี่คือหลักการปฏิบัติปกติ

ส่วนในเรื่องดังกล่าวกังวลว่า จะกระทบความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศมุสลิมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า จริง ๆ แล้วต้องอาศัยเวลาในการอธิบาย และต้องดูด้วยว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ พวกเขากลับไปแล้วปลอดภัยจริงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าเมื่อความปลอดภัยเกิดขึ้นแล้ว ก็จะเป็นเครื่องหมายที่สามารถอธิบายได้ ซึ่งได้ทำงานหลังบ้านแล้วว่าถ้าไม่มั่นใจก็จะไม่ส่งกลับไป

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันต่อว่า สื่อมวลชนของไทย สามารถเดินทางไปติดตามภายหลังที่ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนได้ และในช่วงกลางเดือนมีนาคม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเดินทางไปติดตามความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ที่ไทยได้ส่งกลับไปที่จีน