ทรัมป์อนุมัติภาษีต่างตอบแทนในสินค้าบางรายการจากไทย กัมพูชาและมาเลเซียที่อัตรา 0% ตามข้อตกลงฉบับปรับปรุงใหม่ที่ประกาศในงานอาเซียนซัมมิตในกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยสหรัฐจะเป็นฝ่ายกำหนดว่าสินค้าใดบ้างที่ได้รับการยกเว้นภาษี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอนุมัติภาษีต่างตอบแทนหรือตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ในอัตรา 0% สำหรับสินค้าบางรายการจากมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ซึ่งเป็นมาตรการที่ประกาศอย่างเป็นทางการในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทั้งสามประเทศอาเซียนเคยเผชิญภาษีศุลกากรต่างตอบโต้ที่ 19% แต่ภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ สินค้าหลายประเภทจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าในตลาดสหรัฐ
สำหรับไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามสาระสำคัญของข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนสหรัฐ-ไทย ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อ 26 ตุลาคม 2025 ซึ่งระบุว่า “สหรัฐอเมริกาจะคงอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนไว้ที่ 19 % ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14257 ลงวันที่ 2 เมษายน 2568 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไทย และสหรัฐจะระบุสินค้าจากรายการที่กำหนดไว้ในภาคผนวก III ของคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14346 ลงวันที่ 5 กันยายน 2568 เรื่องการปรับอัตราภาษีศุลกากรที่อาจเกิดขึ้นสำหรับพันธมิตร (Potential Tariff Adjustments for Aligned Partners) จะได้รับอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนเป็นศูนย์”
สหรัฐใช้ภาษีต่างตอบแทนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ไทยและกัมพูชายุติการปะทะกันตามแนวชายแดน ซึ่งหลังจากการลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่กรุงกัวลาลัมเปอร์โดยมีทรัมป์และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียลงนามในฐานะสักขีพยาน ต่อมาทรัมป์ได้ลงนามข้อตกลงกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างกับกัมพูชาและไทยในวันเดียวกัน ซึ่งไทยถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทนที่ 19 % และสหรัฐได้ปรับข้อตกลงใหม่อนุมัติภาษีในอัตรา 0% สำหรับสินค้าบางรายการแก่ไทย กัมพูชาและมาเลเซีย ดังกล่าว
เทงกู ซาฟรุล อาซิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของมาเลเซียกล่าวว่า การยกเว้นภาษีจะครอบคลุมอุปกรณ์การบินและอวกาศ ยา และสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น น้ำมันปาล์ม โกโก้ และยางพารา คาดว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของมาเลเซียอย่างมีนัยสำคัญ และกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐ
นอกจากนี้ อินโดนีเซียก็มีโอกาสได้ประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากกำลังเจรจาปรับอัตราภาษีในลักษณะเดียวกันนี้กับสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ 19% เช่นกัน แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ยืนยันว่าการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศได้กลับมาดำเนินการอีกครั้ง หลังจากความล่าช้าที่เกิดจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐหรือชัตดาวน์เมื่อเร็ว ๆ นี้
เขาเสริมว่าอินโดนีเซียมีโอกาสสูงที่จะได้ 0% สำหรับสินค้าส่งออกหลักหลายรายการ “โดยหลักการแล้วข้อตกลงนี้ใช้กับสินค้าที่สามารถเพาะปลูกในอินโดนีเซียได้ แต่ไม่ใช่ในสหรัฐอเมริกา และดังนั้น สินค้าอย่างน้ำมันปาล์ม โกโก้ และช็อกโกแลต จึงไม่มีภาษีนำเข้า” นายแอร์ลังกาอธิบาย
การผ่อนปรนทางการค้าของสหรัฐถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่าจะส่งเสริมให้เกิดการกระจายการค้าที่มากขึ้นทั่วภูมิภาค
อ้างอิง :