เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฉางอานผุดศูนย์ซ่อมแบตฯอีวี จ่อรุกธุรกิจยูสคาร์-บุก 4 ภูมิภาคทั่วปท. 
Automotive ฉางอานผุดศูนย์ซ่อมแบตฯอีวี จ่อรุกธุรกิจยูสคาร์-บุก 4 ภูมิภาคทั่วปท. 
‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
Automotive ‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
Finance คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
Politics รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
ดูทั้งหมด

วิเคราะห์ ‘สหรัฐ-เวเนซุเอลา’ ปฏิบัติการพิชิตน้ำมันหลังบ้าน

07 ม.ค. 2569 | 08:30น.

เปิดปี 2026 อย่างสั่นสะท้านไปทั้งโลก ด้วยปฏิบัติการโจมตีสายฟ้าแลบ สหรัฐบุกกรุงการากัสของเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดี “นิโคลัส มาดูโร” ภายใน 2 ชั่วโมง 20 นาทีเศษ หลังจากฟูมฟักแผนนานหลายเดือน ใช้ทั้งโดรน สายลับ ตามด้วยปฏิบัติการทหารหน่วยพิเศษ โดยรวมสะท้อนสถานการณ์ด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศผ่านเลนส์ภูมิรัฐศาสตร์ที่น่าจับตาแห่งปีเลยทีเดียว

แผนการในเวเนซุเอลาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่จะส่งยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของสหรัฐ เพื่อฟื้นฟูการผลิตน้ำมันที่หยุดชะงักและสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศ พร้อมทั้งตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านพลังงานของอเมริกา มีความคล้ายคลึงกับความทะเยอทะยานในช่วงการบุกอิรัก ในปี 2003

ในครั้งนั้น ความมั่งคั่งที่คาดหวังกลับไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางการเมือง ภัยคุกคามด้านความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานที่ย่ำแย่

เปิดบทเรียนสหรัฐบุกหลายประเทศ

นักวิเคราะห์เตือนว่าการดำเนินงานในเวเนซุเอลาอาจไม่ง่ายไปกว่าอิรัก ซึ่งเควิน บุ๊ก ผู้จัดการทั่วไปจากบริษัทวิจัย ClearView Energy Partners ระบุว่า

“บทเรียนที่ชัดเจนจากอิรัก คือ ต้องมีเสถียรภาพและสามารถประเมินความเสี่ยงได้ ก่อนที่จะเริ่มการผลิต”

หากไม่มีสิ่งนี้ บริษัทต่าง ๆ อาจไม่กระตือรือร้นที่จะทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ตามที่ทรัมป์คาดหวัง

ในอดีต ความพยายามของสหรัฐในการปกครองประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะโดยทางลับ หรือโดยเปิดเผย มักไม่ประสบความสำเร็จ

ใน “ละตินอเมริกา การแทรกแซงของสหรัฐ มักจบลงด้วยผลลัพธ์ที่ไม่ดี เช่น กัวเตมาลา ในปี ค.ศ. 1954 หรือปี พ.ศ. 2497 การรัฐประหารที่สหรัฐสนับสนุน นำไปสู่ความขัดแย้งภายในประเทศนานหลายทศวรรษ”

อิรักและลิเบีย การปรากฏตัวของอเมริกาก็มาพร้อมกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น

ลูคา เทรนตา ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหรัฐ จากมหาวิทยาลัยสวอนซี ในเวลส์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ต่อมา นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและรักษาการที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ชี้แจงเมื่อวันที่ 4 มกราคมว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่เข้าไปปกครองและบริหารเวเนซุเอลา นอกเหนือไปจากการเข้าควบคุมการค้าและการขนส่งน้ำมัน

บริษัทน้ำมันทั่วโลกจับตา

สำหรับสถานะของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน เชฟรอน (Chevron) เป็นบริษัทสหรัฐเพียงแห่งเดียวที่ยังดำเนินงานอยู่ในเวเนซุเอลาภายใต้ข้อจำกัด แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อแผนการใหม่

เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) และโคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) เคยถอนตัวออกจากประเทศและถูกยึดทรัพย์สินไปเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ทั้งสองบริษัทยังคงสงวนท่าทีและมองว่าเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์เรื่องการลงทุนในอนาคต

ตามรายงานจากวอชิงตัน โพสต์ระบุว่า ศักยภาพมหาศาลท่ามกลางอุปสรรคหนักหนา เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาร์เรล แต่การจะกลับไปสู่จุดสูงสุดของการผลิตต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3 ล้านล้านบาท) และใช้เวลาเป็นทศวรรษ โดยมีอุปสรรคสำคัญดังนี้

1.คุณภาพน้ำมัน น้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นชนิดหนัก (Heavy Crude) ซึ่งกลั่นยากและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาสูง

2.โครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าของประเทศใกล้ล่มสลาย ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการผลิตน้ำมันที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล

3.อิทธิพลต่างชาติ ปัจจุบันบริษัทจากรัสเซียและจีนเข้ามามีบทบาทแทนที่บริษัทสหรัฐที่ออกไปจากประเทศ

และ 4.ความไม่แน่นอนของตลาด ในยุคที่ราคาน้ำมันค่อนข้างต่ำและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกำลังดำเนินอยู่ บริษัทต่าง ๆ จึงระมัดระวังในการลงทุนระยะยาว

วาทะของทรัมป์อ้างว่า ระบอบสังคมนิยมขโมยอุตสาหกรรมน้ำมันที่สหรัฐสร้างขึ้น และยืนยันว่าบริษัทน้ำมันจะกลับเข้าไปเพื่อเอาน้ำมันกลับคืนมา สหรัฐจะได้รับเงินชดเชยสำหรับทุกสิ่งที่ลงทุนลงแรงไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้เพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของผลผลิตโลก ส่วนใหญ่ถูกซื้อโดยจีน

แม้โอกาสในการทำกำไรจะมหาศาล แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ฟรานซิสโก โมนัลดี ผู้อำนวยการโครงการพลังงานละตินอเมริกัน จากมหาวิทยาลัย Rice ย้ำว่า สิ่งแรกที่คุณต้องการคือเสถียรภาพและความชัดเจนทางการเมือง หากปราศจากสัญญาที่เชื่อถือได้และโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้จริง

ดังนั้น วาทะ “Make Venezuela Great Again” ของทรัมป์ โดยการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี

“บริษัทน้ำมันรายใหญ่ทุกแห่งในโลกและบริษัทขนาดเล็กบางแห่งจะจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีเพียงไม่กี่แห่งบนโลก ที่จะสามารถเพิ่มการผลิตได้มากขนาดนี้” โมนัลดีกล่าว

วิเคราะห์ทรัมป์ตามรอยปูติน

จูเลียน บอร์เกอร์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศอาวุโสของเดอะ การ์เดียน เผยแพร่บทความ The “Putinization” of US foreign policy has arrived in Venezuela หรือ “การทำให้นโยบายต่างประเทศสหรัฐกลายเป็นแบบวลาดิมีร์ ปูติน (ประธานาธิบดีรัสเซีย) มาเยือนเวเนซุเอลาแล้ว” ระบุว่าความกลัวสงครามต่างแดนของทรัมป์ดูเหมือนกำลังจางหาย เขาชัดเจนว่าตื่นเต้นกับดราม่าของปฏิบัติการมาดูโร

มาดูโรเป็นเผด็จการที่บริหารรัฐแบบอำนาจนิยมมาตั้งแต่ปี 2013 โดยอาศัยการเลือกตั้งที่ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าโกง แต่ข้อกล่าวหาเฉพาะเรื่องยาเสพติดที่สหรัฐยกขึ้นมาอ้างนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่าอ่อนมาก และไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอ ทั้งภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศหรือกฎหมายสหรัฐเอง ที่จะใช้เป็นฐานความชอบธรรมในการโจมตีเวเนซุเอลา และลักพาตัวมาดูโร

ในถ้อยแถลงหลาย ๆ ครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งสื่อตะวันตกระบุว่า ทรัมป์เอ่ยคำว่า น้ำมันราว ๆ 70 ครั้ง ทรัมป์แสดงให้ชัดว่าอยากได้น้ำมันของเวเนซุเอลา มากกว่าจะมาจากความตั้งใจจะนำมาดูโรขึ้นศาล หรือมอบประชาธิปไตยให้ประชาชนเวเนซุเอลา

นักวิจารณ์ชาวรัสเซียเห็นว่าละตินอเมริกาอยู่ในเขตอิทธิพลของอเมริกา เช่นเดียวกับที่ยูเครนเคยอยู่ภายใต้เงามืดของรัสเซีย ซึ่งวลาดิมีร์ ปูติน คิดเช่นเดียวกันในกรณีชาติยุโรปตะวันออก ส่วนสี จิ้นผิง จะสรุปบทเรียนของตนเอง

ยิ่งตอกย้ำเมื่อทำเนียบขาวเผยลงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของนายรูบิโอ เผยแพร่เมื่อ 4 มกราคมย้ำว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ซีกโลกตะวันตก ซึ่งคือพื้นที่ที่สหรัฐอาศัยอยู่ (หลังบ้าน) กลายเป็นแหล่งหลบซ่อนของขบวนการค้ายา กลุ่มที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ หรือระบอบการเมืองที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ

รัฐมนตรีต่างประเทศยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สงครามกับเวเนซุเอลา แต่เป็นการต่อสู้กับองค์กรค้ายาเสพติดโดยตรง และไม่มีการตั้งกองกำลังสหรัฐในเวเนซุเอลา

เป้าหมายหลักของสหรัฐ คือการคุ้มครองผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งในมุมของรัฐบาลทรัมป์นั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประชาชนเวเนซุเอลาด้วย และการไม่ฉวยใช้อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ให้ศัตรูของสหรัฐ

กังวล “กรีนแลนด์” เป้าต่อไป

สหรัฐย้ำว่าปฏิบัติการนี้ไม่ใช่การรุกราน และไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหารระยะยาว จึงไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากรัฐสภา

สิ่งที่สหรัฐจะพิจารณาไม่ใช่คำพูดหรือแถลงการณ์ แต่เป็นการกระทำจริง เช่น การลักลอบขนยาเสพติดหยุดลงหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหรือไม่ อิหร่านและฮิซบอลเลาะห์ถูกขับออกไปจริงหรือไม่ ซึ่งจนกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สหรัฐจะยังคงใช้มาตรการกดดันต่อไป ทั้งการคว่ำบาตรด้านน้ำมัน การสกัดกั้นเรือขนยา และการบังคับใช้คำสั่งศาล

นอกจากนี้ สหรัฐยังจับตาอย่างใกล้ชิดทั้งสถานการณ์ในคิวบา โคลอมเบีย

เหตุการณ์โจมตีกรุงการากัสยังทำให้ “เมตเต เฟรเดอริกเซน” นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ระบุว่า การที่สหรัฐจ้องเข้ายึดครองกรีนแลนด์ จะหมายถึงจุดจบขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และความมั่นคงที่ได้รับจากการเป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

ที่ผ่านมาทรัมป์แสดงออกอย่างไม่ปิดบัง สหรัฐจำเป็นต้องได้กรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากทั้งจีนและรัสเซียต่างสร้างเขตอิทธิพลบนเกาะแล้ว โดยเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว ผู้นำสหรัฐแต่งตั้งทูตพิเศษดูแลกิจการกรีนแลนด์รับผิดชอบภารกิจนำเอาเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้การปกครองของเดนมาร์กแห่งนี้มาเป็นของสหรัฐ

หากเจรจาภาษาทูตไม่เป็นผล ทรัมป์ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลัง

งานนี้โลกปั่นป่วนตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว