เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบคลังสำรอง ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

11 มี.ค. 2569 | 21:56น.

IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

สมาชิกของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ IEA ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อเป็นการแก้ไขด้านราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยการเติมอุปทานเข้าไปในตลาดจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก

ตามแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศสมาชิก IEA ตกลงที่จะจัดสรรน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 120 ล้านบาร์เรล (mb) ในช่วงระยะเวลาหกเดือน การดำเนินการร่วมกันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA นั้น เป็นการเพิ่มเติมจากปริมาณ 62.7 ล้านบาร์เรลที่ตกลงกันไว้ในเดือนมีนาคม

“จากปริมาณน้ำมันทั้งหมด 182.7 ล้านบาร์เรลที่จัดสรรจากสองมติดังกล่าว แบ่งเป็นประมาณสามในสี่มาจากคลังน้ำมันสาธารณะ (ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือหน่วยงานเฉพาะทาง) และอีกหนึ่งในสี่ที่เหลือมาจากภาคอุตสาหกรรม เกือบ 50 ล้านบาร์เรลอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์น้ำมัน” แถลงการณ์ระบุ

ประเทศสมาชิกเริ่มปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินในเดือนมีนาคม 2026  หลังจากที่ IEA มีมติครั้งแรก และตามมติวันที่ 1 เมษายน 2026 จะปล่อยปริมาณน้ำมันในช่วงระยะเวลาจนถึงเดือนตุลาคมปีนี้ ซึ่งยึดตามระบบการถือครองน้ำมันและความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการชี้แจงถึงความเร็วในการปล่อย ซึ่งเป็นคำถามสำคัญสำหรับตลาด

IEA ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของน้ำมันที่รวมอยู่ในข้อตกลง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งรายละเอียดเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ค้าพลังงานที่ต้องการทำความเข้าใจผลกระทบต่อตลาดเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบประเภทต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น

ครั้งสุดท้ายที่ IEA ประสานงานการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองคือในฤดูใบไม้ผลิปี 2022 ไม่นานหลังจากที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน ในครั้งนั้น มีการทำข้อตกลงสองครั้ง ครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม และอีกครั้งในเดือนเมษายน เพื่อให้มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 182.7 ล้านบาร์เรล

สำนักเลขาธิการ IEA จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าการดำเนินการร่วมกันนี้จะดำเนินการอย่างไรในเวลาอันสมควร นอกจากนี้ ยังจะติดตามตลาดน้ำมันและก๊าซทั่วโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป และให้คำแนะนำแก่รัฐบาลสมาชิกตามความจำเป็น ทั้งนี้ น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยเฉลี่ย 20 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 หรือประมาณ 25% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ชาติสมาชิกเผชิญทางเลือกที่จำกัดมากขึ้นสำหรับเส้นทางขนส่งน้ำมันเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจุบันประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐมากกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และมีน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังและพลังงานจากกลุ่ม G7 จัดการประชุมนัดพิเศษผ่านระบบออนไลน์เมื่อ 9-10 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีการประสานงานกับ IEA ซึ่งมี G 7 เป็นชาติสมาชิก ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลีและญี่ปุ่น

ประเทศกลุ่ม G7 ทั้งหมดเป็นสมาชิกสำคัญของ IEA ที่มี 32 ประเทศเนื่องจาก G7 เป็นตัวแทนของเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกและผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ที่สุด โดยถือครองน้ำมันสํารองส่วนใหญ่ของ IEA ซึ่งเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวคิดเป็นประมาณ 700 ล้านบาร์เรลจากปริมาณคลังทั้งหมด 1.2 พันล้านบาร์เรลของ IEA ดังนั้น G7 จึงเป็น “เครื่องยนต์” หลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ IEA และเมื่อ G7 เห็นด้วยกับกลยุทธ์ด้านพลังงาน ก็มักจะทำผ่านกรอบงานที่มีอยู่แล้วของ IEA

ยกตัวอย่าง ในช่วงวิกฤต เช่น การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลางในขณะนี้ รัฐมนตรีการเงินและพลังงาน G7 ประชุมกันก่อนเพื่อส่งสัญญาณความเต็มใจที่จะดําเนินการปล่อยน้ำมันสำรองผ่านกรอบ IEA

ราคาน้ำมันมาตรฐานพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อ 9 มีนาคม แต่ราคากลับร่วงลง 11% ในวันถัดไป  หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคาดการณ์ว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยุติในเร็ววัน