เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
Politics รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
Politics เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
Real Estate 2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
World ‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
Finance เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
ดูทั้งหมด

IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบคลังสำรอง ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

11 มี.ค. 2569 | 21:56น.

IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

สมาชิกของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ IEA ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อเป็นการแก้ไขด้านราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยการเติมอุปทานเข้าไปในตลาดจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก

ตามแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศสมาชิก IEA ตกลงที่จะจัดสรรน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 120 ล้านบาร์เรล (mb) ในช่วงระยะเวลาหกเดือน การดำเนินการร่วมกันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA นั้น เป็นการเพิ่มเติมจากปริมาณ 62.7 ล้านบาร์เรลที่ตกลงกันไว้ในเดือนมีนาคม

“จากปริมาณน้ำมันทั้งหมด 182.7 ล้านบาร์เรลที่จัดสรรจากสองมติดังกล่าว แบ่งเป็นประมาณสามในสี่มาจากคลังน้ำมันสาธารณะ (ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือหน่วยงานเฉพาะทาง) และอีกหนึ่งในสี่ที่เหลือมาจากภาคอุตสาหกรรม เกือบ 50 ล้านบาร์เรลอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์น้ำมัน” แถลงการณ์ระบุ

ประเทศสมาชิกเริ่มปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินในเดือนมีนาคม 2026  หลังจากที่ IEA มีมติครั้งแรก และตามมติวันที่ 1 เมษายน 2026 จะปล่อยปริมาณน้ำมันในช่วงระยะเวลาจนถึงเดือนตุลาคมปีนี้ ซึ่งยึดตามระบบการถือครองน้ำมันและความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการชี้แจงถึงความเร็วในการปล่อย ซึ่งเป็นคำถามสำคัญสำหรับตลาด

IEA ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของน้ำมันที่รวมอยู่ในข้อตกลง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งรายละเอียดเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ค้าพลังงานที่ต้องการทำความเข้าใจผลกระทบต่อตลาดเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบประเภทต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น

ครั้งสุดท้ายที่ IEA ประสานงานการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองคือในฤดูใบไม้ผลิปี 2022 ไม่นานหลังจากที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน ในครั้งนั้น มีการทำข้อตกลงสองครั้ง ครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม และอีกครั้งในเดือนเมษายน เพื่อให้มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 182.7 ล้านบาร์เรล

สำนักเลขาธิการ IEA จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าการดำเนินการร่วมกันนี้จะดำเนินการอย่างไรในเวลาอันสมควร นอกจากนี้ ยังจะติดตามตลาดน้ำมันและก๊าซทั่วโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป และให้คำแนะนำแก่รัฐบาลสมาชิกตามความจำเป็น ทั้งนี้ น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยเฉลี่ย 20 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 หรือประมาณ 25% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ชาติสมาชิกเผชิญทางเลือกที่จำกัดมากขึ้นสำหรับเส้นทางขนส่งน้ำมันเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจุบันประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐมากกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และมีน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังและพลังงานจากกลุ่ม G7 จัดการประชุมนัดพิเศษผ่านระบบออนไลน์เมื่อ 9-10 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีการประสานงานกับ IEA ซึ่งมี G 7 เป็นชาติสมาชิก ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลีและญี่ปุ่น

ประเทศกลุ่ม G7 ทั้งหมดเป็นสมาชิกสำคัญของ IEA ที่มี 32 ประเทศเนื่องจาก G7 เป็นตัวแทนของเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกและผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ที่สุด โดยถือครองน้ำมันสํารองส่วนใหญ่ของ IEA ซึ่งเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวคิดเป็นประมาณ 700 ล้านบาร์เรลจากปริมาณคลังทั้งหมด 1.2 พันล้านบาร์เรลของ IEA ดังนั้น G7 จึงเป็น “เครื่องยนต์” หลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ IEA และเมื่อ G7 เห็นด้วยกับกลยุทธ์ด้านพลังงาน ก็มักจะทำผ่านกรอบงานที่มีอยู่แล้วของ IEA

ยกตัวอย่าง ในช่วงวิกฤต เช่น การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลางในขณะนี้ รัฐมนตรีการเงินและพลังงาน G7 ประชุมกันก่อนเพื่อส่งสัญญาณความเต็มใจที่จะดําเนินการปล่อยน้ำมันสำรองผ่านกรอบ IEA

ราคาน้ำมันมาตรฐานพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อ 9 มีนาคม แต่ราคากลับร่วงลง 11% ในวันถัดไป  หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคาดการณ์ว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยุติในเร็ววัน