เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
Politics ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
Politics ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีสัญญาณการทูตเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีสัญญาณการทูตเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ศุลกากรยกระดับสกัดขยะพิษข้ามชาติ เร่งหารือหน่วยงาน ชี้ไทยยังไร้ข้อห้ามนำเข้าเศษโลหะ
Finance ศุลกากรยกระดับสกัดขยะพิษข้ามชาติ เร่งหารือหน่วยงาน ชี้ไทยยังไร้ข้อห้ามนำเข้าเศษโลหะ
‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ได้ไม่เกิน 15 เท่า ย้ำเริ่มใช้ปี’70
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ได้ไม่เกิน 15 เท่า ย้ำเริ่มใช้ปี’70
ออมสิน หนุนธุรกิจแฟรนไชส์ ชี้ GSB Smart Franchise ช่วยเข้าถึงสินเชื่อรวมกว่า 600 ล้าน
Finance ออมสิน หนุนธุรกิจแฟรนไชส์ ชี้ GSB Smart Franchise ช่วยเข้าถึงสินเชื่อรวมกว่า 600 ล้าน
ศุลกากร ตรวจยึดงาช้างข้ามชาติ ซุกในไม้แปรรูป มูลค่ากว่า 155 ล้านบาท
News ศุลกากร ตรวจยึดงาช้างข้ามชาติ ซุกในไม้แปรรูป มูลค่ากว่า 155 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ทรัมป์ สร้างแล้วทุบด้วยมือ ‘ดับฝัน’ ตะวันออกกลาง ‘ฮับเอไอ’

04 เม.ย. 2569 | 11:00น.
ทรัมป์
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก

ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ขึ้นชื่อว่าทำอะไร “ย้อนแย้ง” และดูไม่สมเหตุสมผลอยู่บ่อย ๆสำหรับประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” คล้ายกับลืมคิดไปว่าสิ่งที่ทำไปนั้น สุดท้ายแล้วมันสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา และส่งผล “ตีกลับ” ทำให้มาตรการบางอย่างที่ทำไปแล้วล้มเหลว ไม่บรรลุเป้าหมาย

ตัวอย่าง เช่น การจับมืออิสราเอลทำสงครามถล่ม “อิหร่าน” ในครั้งนี้ ทรัมป์ต้องยอมอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย จากเดิมที่ทำการแซงก์ชั่นรัสเซียที่ไปรุกรานยูเครน หลังจากอิหร่านตอบโต้รุนแรงด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งหนึ่งของโลก

ซ้ำร้ายกว่านั้น สงครามอิหร่านทำให้ประเทศในตะวันออกกลาง (หากเรียกตามภูมิศาสตร์ก็คือ เอเชียตะวันตก) ที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา ต้อง “เสียหาย” อย่างหนัก เมื่อประเทศเหล่านี้ เช่น กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) บาห์เรน คูเวต ถูกอิหร่านโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ ซึ่งไม่ได้เล็งเป้าทางทหารที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพของอเมริกาเท่านั้น แต่ทำลายเป้าหมายเศรษฐกิจและพลังงานไปด้วย ทำให้อาจใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม

หลังจากประเทศรอบอ่าวเหล่านี้ถูกโจมตี ทรัมป์ยอมรับว่า “ประหลาดใจ” ที่อิหร่านตอบโต้ด้วยวิธีนี้ อันสะท้อนว่าทรัมป์และกองทัพสหรัฐขาดการประเมินที่รอบคอบว่า อิหร่านจะโต้กลับด้วยวิธีการใดบ้าง ซึ่งอาจรวมกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยที่ทางสหรัฐคาดไม่ถึง จนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ กระทบต่อความเป็นอยู่และค่าครองชีพของชาวอเมริกันด้วย เมื่อราคาน้ำมันทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกนับจากปี 2022 พร้อมกับความนิยมของทรัมป์ที่ตกต่ำอย่างหนักเหลือเพียง 36%

การสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพันธมิตรตะวันออกกลางในครั้งนี้ เกิดขึ้น 9 เดือนหลังจากทรัมป์เดินทางไปเยือน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี รวดเดียว 3 ประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว (2025) ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาพอสมควรกับการที่ทรัมป์เลือกเยือน 3 ประเทศนี้เป็นที่แรกหลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แทนที่จะไปหาอิสราเอล มิตรคู่หู

การเยือนดังกล่าว ทรัมป์ได้หอบเอาบรรดาซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของอเมริกาไปด้วย เช่น ซีอีโอของ OpenAI อเมซอน เพื่อร่วมลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ซึ่งช่วยสานฝันของประเทศเหล่านี้ที่ต้องการจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเอไอโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการพึ่งพารายได้จากน้ำมันที่เคยเป็นรายได้หลักตลอดมา

รายงานของซีเอ็นเอ็นชี้ว่า เมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ “ศูนย์ข้อมูล” ของอเมซอนทั้งในยูเออีและบาห์เรน ได้สร้างความชะงักให้กับโครงสร้างพื้นฐานของระบบ “คลาวด์” และบริการดิจิทัล ก็อาจทำให้บรรดาซีอีโออเมริกันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง รวมทั้งความใฝ่ฝันของประเทศตะวันออกกลางที่จะเป็น “ฮับ” เอไอ ตกอยู่ในความไม่แน่นอนด้วยเช่นกัน

ก่อนเกิดสงครามอิหร่านนั้นผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่อเมริกัน ทั้งอเมซอน ไมโครซอฟท์ และ OpenAI มองว่า ประเทศเหล่านี้เหมาะสมมาก เพราะมีพลังงานเหลือเฟือและราคาถูก แผ่นดินก็กว้างใหญ่เหมาะกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ ซึ่ง “พอล มีกส์” หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของฟรีดอม แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ระบุว่า หากสงครามดำเนินต่อไปอีกสัก 2 เดือน นักลงทุนอาจต้องประเมินทุกอย่างใหม่

ก่อนฝันร้ายจากสงครามอิหร่านจะมาเยือน ความฝันของประเทศเหล่านี้เริ่มออกดอกออกผล เมื่อมีคำมั่นสัญญาจากนักลงทุนสนใจจะลงทุนเกี่ยวกับเอไอนับหมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันประเทศเหล่านี้ก็เพิ่มเงินลงทุนของตัวเองด้วยอย่างมาก ซึ่งตามข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา การ์ตเนอร์ ประเมินว่า ณ เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ประเทศตะวันออกกลางลงทุนด้านเทคโนโลยีไปแตะระดับ 1.55 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 70% โดยในจำนวนนี้ 9.5 พันล้านดอลลาร์ เป็นการลงทุนศูนย์ข้อมูล

เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์เป็นคนกลางในการทำข้อตกลงร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ระหว่างอเมซอน Nvidia และอีกหลายแห่งกับ Humain ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย เพื่อสร้าง “โรงงานเอไอ” ส่วนในยูเออีนั้นมีการลงนามร่วมทุนสร้าง “คอมเพล็กซ์” ศูนย์ข้อมูลใหญ่ที่สุดนอกอเมริกา ในอาบูดาบี เมืองหลวงของยูเออี

 นักกลยุทธ์ภูมิศาสตร์ของแอตแลนติก เคาน์ซิล ในวอชิงตัน กล่าวว่า การที่อิหร่านขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอเมริกัน ตั้งแต่ทำลายโรงกลั่นน้ำมัน ไปจนถึงโรงกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด อาจส่งผลกระทบต่อศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องใช้พลังงานและน้ำอย่างเข้มข้น ทำให้การลงทุนศูนย์ข้อมูลตกอยู่ในความไม่แน่นอน

“ที่ผ่านมาการปกป้องศูนย์ข้อมูลมักเน้นไปที่การปกป้องจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ไม่ใช่ปกป้องจากการถูกถล่มด้วยโดรนหรือขีปนาวุธ ที่สร้างความเสียหายทางกายภาพ”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนก็เชื่อว่า ความได้เปรียบในเชิงพื้นฐานของตะวันออกกลางยังคงอยู่ เพราะมีน้ำมันมาก มีเงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลชนิดที่ไม่มีใครเทียบได้ พวกเขาอาจจะยิ่งตั้งปณิธานแน่วแน่ว่า ต้องเดินหน้าต่อไป

อิหร่านมุ่งโจมตี “กล่องดวงใจ” ทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเห็นได้ว่าในบรรดาประเทศตะวันออกกลาง 11 ประเทศที่ถูกอิหร่านโจมตีเพื่อแก้แค้นสหรัฐนั้น ยูเออีถูกโจมตีหนักที่สุด ซึ่งหากนับถึงเพียงแค่วันที่ 13 ของสงคราม ยูเออี โดนยิงด้วยขีปนาวุธ 283 ลูก โดรน 1,514 ลำ เกือบจะเท่าอิสราเอลที่เป็นคู่สงครามโดยตรง

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะยูเออี อยู่ในโลเกชั่นสำคัญที่สามารถกดดันอเมริกาได้ทันที สามารถสร้างความชะงักให้กับการขนส่งน้ำมัน สร้างความไม่มั่นคงให้ตลาดการเงินและบริษัทอเมริกัน เพราะยูเออีวางสถานะตัวเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออก เป็นอนาคตด้านการเงิน โลจิสติกส์ การบินและเทคโนโลยีของภูมิภาค

ไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า ทรัมป์ช่วยตะวันออกกลางสร้าง “ฮับ” เอไอ แต่ก็ทุบด้วยมือตัวเองเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ สงครามอิหร่าน