เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
ดูทั้งหมด

ทำไม “อินโดนีเซีย” ไม่ฉีดวัคซีนโควิดให้ผู้สูงอายุก่อน?

13 ม.ค. 2564 | 12:00น.

ทั้งสหรัฐฯ และในยุโรป เริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มแรก ๆ แต่ “อินโดนีเซีย” มีแนวทางที่แตกต่างออกไป 

วันที่ 13 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีอินโดนีเซียเริ่มฉีดวัคซีน “ซิโนแวค” เข็มแรกในประเทศวันนี้ โดยเริ่มที่ประธานาธิบดี “โจโค วิโดโด” ก่อน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 รอยเตอร์ส รายงานว่า อินโดนีเซียเตรียมจะฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ประชากรจำนวนมาก โดยวางแผนจะฉีดให้กับคนวัยทำงานก่อนผู้สูงอายุ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) อย่างรวดเร็ว และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของหลายประเทศ

หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ เริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้สูงอายุก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจนี้มากกว่า

ต่อไปนี้คือมุมมองของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับข้อดีและความเสี่ยงที่อินโดนีเซียเลือกใช้แนวทางนี้ ซึ่งผู้ใหญ่วัยทำงานจะได้รับการฉีดวัคซีน ต่อจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและข้าราชการ

ทำไมต้องฉีดวัคซีนให้กลุ่มอายุ 18-59 ปี ก่อน?

อินโดนีเซีย ซึ่งวางแผนจะเริ่มฉีดวัคซีน ที่พัฒนาโดย “ซิโนแวค ไบโอเทค” (Sinovac Biotech) ของจีน เผยว่า ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในผู้สูงอายุ เนื่องจากการทดลองทางคลินิกที่กำลังดำเนินอยู่ในอินโดนีเซีย เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-59 ปี

“เราไม่ได้ตกขบวน” ซิติ นาเดีย ตาร์มิซิ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขระดับสูงของอินโดนีเซีย กล่าว พร้อมกับระบุว่า เจ้าหน้าที่จะรอคำแนะนำจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาของประเทศ เพื่อตัดสินใจวางแผนการฉีดวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ

ในขณะที่อังกฤษและสหรัฐฯ เริ่มฉีดวัคซีน ที่พัฒนาโดย “ไฟเซอร์ อิงค์ แอนด์ ไบโอเอ็นเทค” ซึ่งผลลัพธ์เป็นไปด้วยดีกับคนทุกช่วงอายุ อินโดนีเซียยังเพิ่งเข้าถึงวัคซีน “ซิโนแวค” ได้เพียงขั้นแรกเท่านั้น

อินโดนีเซียได้ทำข้อตกลงรับวัคซีนโคโรนาแวคของซิโนแวค จำนวน 125.5 ล้านโดส โดยวัคซีนลอตแรก 3 ล้านโดส ส่งถึงอินโดนีเซียเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่วัคซีนของไฟเซอร์ คาดว่าจะส่งถึงอินโดนีเซียในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป ส่วนวัคซีนที่พัฒนาโดยแอสตราเซเนกา และ มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด จะเริ่มแจกจ่ายในช่วงไตรมาส 2

“ผมไม่คิดว่าจะมีใครดันทุรังเกี่ยวกับแนวทางที่ถูกต้องมากเกินไป” ปีเตอร์ คอลลิกนอน ศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าว พร้อมระบุว่า กลยุทธ์ของอินโดนีเซียอาจชะลอการแพร่กระจายของโรคได้ แม้ว่าอาจจะไม่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตก็ตาม

“การที่อินโดนีเซียทำสิ่งที่แตกต่างจากสหรัฐฯ และยุโรป นั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่า เนื่องจากอินโดนีเซียกำลังจะทำให้เราเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าในยุโรปหรือสหรัฐฯ ด้วยแนวทางที่พวกเขากำลังทำ แต่ผมว่าคงไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์ดังกล่าวจะออกมาเป็นอย่างไร”

ด้านศาสตราจารย์ เดล ฟิชเชอร์ จากโรงเรียนแพทย์หยงลูหลินในสิงคโปร์ กล่าวว่า เขาเข้าใจเหตุผลของอินโดนีเซีย

“ผู้ใหญ่วัยทำงานโดยทั่วไปมีความกระตือรือร้นมากกว่า ชอบเข้าสังคมมากกว่า และเดินทางมากกว่า ดังนั้น กลยุทธ์นี้อาจช่วยลดการแพร่เชื้อในชุมชนได้เร็วกว่าการฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุ” เขากล่าว

“แน่นอนว่าคนแก่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการของโรคและเสียชีวิตได้มากกว่า ดังนั้น การฉีดวัคซีนให้คนแก่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ซึ่งผมก็เห็นข้อดีของทั้งสองกลยุทธ์”

อินโดนีเซียจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้รวดเร็วหรือไม่?

ด้วยการฉีดวัคซีนให้กลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวทางสังคมและเศรษฐกิจมากกว่าเป็นกลุ่มแรก รัฐบาลอินโดนีเซียหวังว่ารัฐบาลจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้อย่างรวดเร็ว

บูดิ กูนาดิ ซาดิกิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ประชากร 181.5 ล้านคน หรือประมาณ 67% ของประชากรทั้งหมด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และต้องการวัคซีนเกือบ 427 ล้านโดส กรณีที่ต้องฉีดวัคซีนให้ประชากรคนละ 2 ครั้ง เพื่อลดอัตราการสูญเสีย 15%

ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังสงสัยเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อค้นคว้าว่าผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนสามารถแพร่เชื้อไวรัสได้หรือไม่

“อาจมีความเสี่ยงที่ผู้ที่ได้รับวัคซีน จะสามารถแพร่กระจายโรคไปยังผู้อื่น” ฮัสบุลลาห์ ธาบรานี ประธานสมาคมเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพชาวอินโดนีเซีย กล่าว

กลยุทธ์นี้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้หรือไม่?

นักเศรษฐศาสตร์มองว่า โครงการฉีดวัคซีนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะครอบคลุมประชากรประมาณ 100 ล้านคน จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากทำให้ประชากรมีแนวโน้มกลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การใช้จ่าย และการผลิต

ไฟซาล ราชแมน นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารแมนดิรี แสดงความเห็นว่า กลุ่มช่วงอายุ 18-59 ปี เป็นกลุ่มที่มีความต้องการบริโภคสูงกว่ากลุ่มอื่น ๆ

“พวกเขาจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากการบริโภคในครัวเรือนมีส่วนช่วยเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมากกว่า 50%” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า จำนวนผู้ติดโควิดที่เพิ่มขึ้นในประเทศอาจเสี่ยงต่อต่อการลดความเชื่อมั่นของประชาชน

การระบาดของโควิดผลักให้อินโดนีเซีย ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษ เมื่อปีที่แล้ว โดยรัฐบาลประมาณการณ์ว่า เศรษฐกิจจะหดตัวมากถึง 2.2%