เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า ไทยพร้อมรับมือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือยัง ?
Automotive เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า ไทยพร้อมรับมือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือยัง ?
ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
Business ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
Business ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
Economic เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ดูทั้งหมด

ส่งออกจีนพุ่ง-ดีมานด์โลกฟื้น กับปัจจัยเสี่ยง ‘คอขวด’ เทคโนโลยี

13 มี.ค. 2564 | 07:01น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

จีนเผยแพร่ตัวเลขการส่งออก-นำเข้าในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ออกมาเมื่อ 8 มีนาคมนี้ ทำเอาหลายคนเซอร์ไพรส์ เพราะการส่งออกของจีนพุ่งพรวดขึ้นถึง 60.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เฉพาะกุมภาพันธ์เดือนเดียว การส่งออกของจีนขยายเพิ่มเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สัดส่วนการขยายตัวที่ว่าไม่เพียงสูงที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังสูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์ทั่วไปคาดหมายกันไว้ว่าจะอยู่ที่ราว 40% อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าอัตราการขยายตัวที่สูงมากนี้ เป็นการเปรียบเทียบกับสถานการณ์เมื่อปี 2020 ซึ่งต่ำมากเป็นพิเศษ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การส่งออกของจีนติดลบถึง 17.4% ในขณะเดียวกันช่วง 2 เดือนแรกในจีนยังเป็นช่วงที่ปกติแล้วมีความผันผวนมากเป็นพิเศษ เพราะมีช่วงหยุดยาววันตรุษจีน ซึ่งยิ่งทำให้ตัวเลขคราวนี้บิดเบือนมากขึ้นไปอีก

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ทั้งหลายก็ยังยืนยันว่าตัวเลขการส่งออกที่ว่านี้ “น่าประทับใจ” อยู่ดี

ติง ลู่ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระ โฮลดิ้ง ชี้ว่า ถึงจะตัดผลกระทบจากฐานที่ต่ำมากออกไป การขยายตัวของการส่งออกของจีนก็แข็งแกร่งอยู่ดี สะท้อนถึงดีมานด์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์สำหรับการ “เวิร์กฟรอมโฮม” ทั้งหลาย

แต่ในระยะยาว เดวิด ฉู นักเศรษฐศาสตร์จีน ชี้ให้เห็นว่า การส่งออกของจีนยังคงถูกคุกคามจากความไม่แน่นอนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อกันว่า มาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันโควิด-19 จะผ่อนคลายมากขึ้น และส่งผลให้ความต้องการสินค้าทางการแพทย์และอุปกรณ์สนับสนุนการทำงานจากที่บ้านลดต่ำลง

ในขณะเดียวกัน บรรดาประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ ก็จะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นในตลาดโลก

ตัวเลขการส่งออกที่ว่านี้เผยแพร่ออกมา 2 วัน หลังการประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีนในกรุงปักกิ่ง ซึ่งรัฐบาลจีนใช้เป็นเวทีในการกำหนดวาระทางเศรษฐกิจของประเทศในปีถัด ๆ ไป และตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้เอาไว้สูงกว่า 6% ซึ่งนับว่าเป็นการกำหนดแบบอนุรักษ์ไม่น้อยเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่นักวิเคราะห์ทั่วไปคาดการณ์การขยายตัวไว้สูงกว่ามากคือ 8.4%

ที่น่าสนใจก็คือ มีหลายอย่างที่ชวนให้คิดว่าจีนกำลังทบทวนประสบการณ์ทางเศรษฐกิจและการค้าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาของตัวเองอย่างหนัก

ไม่เพียงแต่ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีของจีนจะเคยออกมาเปรยว่า อุตสาหกรรมการผลิตของประเทศยังขาด “นวัตกรรม” มากเพียงพอต่อการทลาย “คอขวด” ทางเทคโนโลยีเท่านั้น

“เมียว เว่ย” อดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนที่อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่องถึง 10 ปี ก่อนวางมือเมื่อปีที่ผ่านมา ยังออกมาให้นิยามอุตสาหกรรมจีนว่า “ใหญ่โตแต่ไม่แข็งแกร่ง” และ “ครอบคลุมแต่ยังไม่ดี” ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตรัฐมนตรีรายนี้ระบุว่า สภาพที่ว่านี้ไม่เป็นผลดี ในขณะที่เศรษฐกิจจีนกำลังหักเหเข้าสู่โมเดลเศรษฐกิจแบบ “เซอร์วิสเบส” ที่ทำให้สัดส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตในจีดีพีของประเทศลดต่ำลงเหลือเพียงสูงกว่า 1 ใน 4 เพียงเล็กน้อยอันเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012

แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จีนจะกลายเป็น “ชาติผู้ผลิต” รายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว ด้วยปริมาณผลผลิตไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของผลผลิตทั้งโลก ทั้งยังเป็นประเทศที่มี “ห่วงโซ่การผลิตสมบูรณ์แบบที่สุด” แต่ยังคงมีจุดอ่อนสำคัญอยู่ตรงที่จำเป็นต้องพึ่งพา “ผลผลิตไฮเทค” จากสหรัฐอเมริกา อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเมียว เว่ย ชี้ว่า เป็น “ความอ่อนแอทางยุทธศาสตร์” ของจีน

เขาชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตต่อจีดีพีลดลงเร็วและก่อนเวลาอันควรมากเกินไป ผลก็คือไม่เพียงกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังกระทบต่อการจ้างงาน กลายเป็น “ช่องโหว่” ในอุตสาหกรรมของประเทศ ทอนความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงและการแข่งขันในระดับโลกลงมหาศาล

เมียว เว่ย ยอมรับว่า จีนมีปัญหาอยู่มากมายที่ทำให้การพัฒนาไปสู่การผลิตสินค้าคุณภาพสูง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการปฏิรูปเศรษฐกิจถูกจำกัด

บริษัทจีนยังต้องแบกรับภาระภาษีหนักเกินไป, การสนับสนุนทางการเงินต่อภาคการผลิตยังน้อย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ศักยภาพพื้นฐาน, การขาดนวัตกรรมและการไม่มี “ไฮเทคทาเลนต์” อยู่มากพอก็ทำให้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งให้เกิดข้อจำกัดที่ว่านั้น

จีนยังต้องทำความเข้าใจในจุดอ่อนและช่องว่างของตัวเองให้มาก ปราศจากอคติ และต้องมุ่งมั่นมากกว่าที่เป็นอยู่

หากต้องการเป็น “ชาติมหาอำนาจในอุตสาหกรรมการผลิต” ของโลกให้ได้ภายใน 30 ปีข้างหน้านี้