Skip to content

แปลงภาพเป็นโทเคน ‘NFT’ ประมูลงานศิลปะยุคคริปโทฯ

27 มี.ค. 2564 | 13:10น.
แปลงภาพเป็นโทเคน ‘NFT’ ประมูลงานศิลปะยุคคริปโทฯ

สินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset) คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ หรือใช้กำหนดสิทธิในการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ อธิบายง่าย ๆ ก็คล้ายคลึงกับเงินตราที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่สื่อกลางแลกเปลี่ยนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล

ผ่านเทคโนโลยี “บล็อกเชน” (blockchain) ซึ่งเป็นระบบที่กระจายศูนย์ข้อมูล ไม่ได้มีหน่วยงานส่วนกลางมาควบคุมระบบ แต่ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้

ตัวอย่างหนึ่งของสินทรัพย์ดิจิทัลคือ “คริปโทเคอร์เรนซี” อย่าง “บิตคอยน์” ที่กำลังเป็นที่ยอดฮิตอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการใช้งานบล็อกเชนสำหรับซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ ได้ถูกพัฒนาไปในหลากหลายมิติ และขณะนี้เกิดกระแสการลงทุนใหม่ในสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “เหรียญที่ไม่สามารถทดแทนได้” หรือ NFT (nonfungible tokens) ถือเป็น “คริปโทอาร์ต” (cryptoart) สำหรับซื้อ-ขายงานศิลปะ

NFT แต่ละเหรียญจะยึดโยงกับผลงานศิลปะ 1 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เพลง หรือรูปภาพ ตัวอักษร นวัตกรรมดังกล่าวทำให้สามารถอ้างความเป็น “เจ้าของ” ผลงานดิจิทัลหนึ่งชิ้นแต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าทุกคนจะสามารถดาวน์โหลดผลงานดังกล่าวได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ตก็ตาม

บิสซิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า ปัจจุบันตลาด NFT กำลังเป็นที่สนใจอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมาตลาด NFT มีมูลค่าเพียงราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผลงานที่โดดเด่นอย่าง “Everydays-The First 5000 Days” ที่ถูกประมูลไปในราคา 69.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และยังมีงานศิลปะของศิลปินคนอื่น ๆ อย่างศิลปิน “ลาร์วา แลบส์” ซึ่งประมูลงานศิลปะชื่อ “Cryptopunks #7804” ออกไปได้ในมูลค่า 7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ศิลปิน “WhIsBe” ซึ่งประมูลงานศิลปะชื่อ “Not Forgotten, But Gone” ไปได้ในมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และงานศิลปะชื่อ “แฮร์รี่” ของดีเจ “สตีฟ อาโอกิ” ซึ่งถูกประมูลไปในมูลค่า 888,888.88 ดอลลาร์สหรัฐ

โดยศิลปินจะนำเอ็นเอฟทีไปอัพโหลดไว้บนแพลตฟอร์มการประมูลอย่าง “นิฟตี้ เกตเวย์” และ “คริสตี้ส์” ผู้เสนอราคาสูงสุดก็จะได้เอ็นเอฟทีหรืองานศิลปะนั้นไป โดยผู้ซื้อเอ็นเอฟทีต้องจ่ายเป็นรูปแบบคริปโทเทอร์เรนซี ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ “อีเทอเรียม”

การทำธุรกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงรายละเอียดการทำธุรกรรมทั้งคริปโคเคอร์เรนซีที่ผู้ซื้อจ่ายไป และเอ็นเอฟทีซึ่งคืองานศิลปะที่ถูกโอนไปยังผู้ซื้อ โดยผู้ซื้องานศิลปะนอกจากจะได้งานที่ซื้อไปแล้ว ก็จะได้ข้อมูลที่เป็นเหมือน “โฉนดที่ดิน” หรือเอกสารรับรองว่าศิลปินเป็น “ผู้วาด” เอ็นเอฟทีนั้น

ไทมส์แมกกาซีนรายงานว่า วงการ “คริปโทอาร์ต” ได้ช่วยเปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถหารายได้จากการขายงานศิลปะดิจิทัลได้ แม้สิ่งนี้ไม่ได้ป้องกันการปลอมแปลงหรือเลียนแบบ แต่เทคโนโลยีบล็อกเชนจะเป็นสิ่งยืนยันรับรองความเป็นเจ้าของของงานศิลปะนั้นจริง ๆ ซึ่งนักสะสมบางคน สนใจเป็นเจ้าของงานต้นฉบับของศิลปินคนนั้น

และคอนเซ็ปต์นี้ทำให้ศิลปินสามารถได้กำไรมากกว่าการเปิดงานประมูลศิลปะดั้งเดิม และสามารถสร้างรายได้ให้กับศิลปิน เนื่องจากบางงานที่อยู่ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้อื่นอาจลอกเลียนแบบ หรือนำไปใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้

นอกจากงานศิลปะแล้ว ยังมีการเปิดประมูล “เอ็นเอฟที” กับสินค้าอื่น ๆ อย่างข้อความบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์แรกของโลกโดย “แจ็ก ดอร์ซีย์” ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม ซึ่งถูกประมูลไปในมูลค่า 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และโมเดลบ้านดิจิทัลที่ถูกประมูลไปในมูลค่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการนำ “เอ็นเอฟที” เข้าสู่วงการดนตรี ให้ศิลปินสามารถขายเพลง หรือสินค้าที่เกี่ยวข้อง อย่างการเปิดประมูลอัลบั้มเพลง พร้อมกับลายเซ็นของศิลปิน เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งานศิลปะ