ยอดขายรถอีวี พุ่งแซงหน้ารถใช้น้ำมัน ในประเทศนอร์เวย์

ยอดขายรถอีวี
FILE PHOTO : Jonathan NACKSTRAND / AFP

รถอีวีครองสัดส่วนร้อยละ 65 ของยอดขายรถใหม่ในนอร์เวย์ปี 64 เทสล่าแบรนด์ยอดนิยมขายดีสุด

วันที่ 5 มกราคม 2565 รอยเตอร์ส รายงานว่า รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นยานยนต์ยอดนิยมของประเทศนอร์เวย์ โดยพบว่ายอดขายรถยนต์ใหม่ในนอร์เวย์ปี 2564 รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนถึงร้อยละ 65 หรือคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของยอดขายรถใหม่ โดยพบว่าเทสลา เป็นแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมที่มียอดขายรวมสูงสุด เนื่องจากนอร์เวย์มีนโยบายตั้งเป้าเป็นชาติที่ยุติการใช้รถยนต์เชื้อเพลิงเบนซินและดีเซลในปี 2568

รายงานระบุว่า ยอดขายรถใหม่ในนอร์เวย์เพิ่มขึ้น 25% ในปี 2564 เป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 176,276 คัน โดยจำนวนนี้ถึง 65% เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 54% ในปี 2563 โดยเทสลาโมเดล สาม ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของนอร์เวย์

นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีนโยบายสนับสนุนให้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยมีการยกเว้นภาษีสำหรับรถยต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์หรือรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) โดยนอร์เวย์ซึ่งมีประชากร 5.4 ล้านคน ถือเป็นชาติที่มีสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุดในโลก ขณะที่จีนซึ่งมีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน ถือเป็นตลาดรถยนต์โดยรวมที่ใหญ่ที่สุด

คริสตินา บู หัวหน้าสมาคม EV ของนอร์เวย์เชื่อว่า สัดส่วนยอดขายรถยนต์อีวีในปีหน้าจะพุ่งแตะที่ 80% อย่างไรก็ตามยังมีความไม่แน่นอนอื่นๆ จากปัจจัยด้านขนส่ง และผู้ผลิตรถยนต์มีปัญหาการผลิตเนื่องจากห่วงโซ่อุปทานชิปเซ็ตสะดุด

ทั้งนี้ รัฐบาลออสโลคาดการณ์ว่า การลดหย่อนภาษีนี้ต่อรถยนต์อีวีคาดว่าจะช่วยผลักดันสัดส่วนการขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมให้สูงถึง 80% ในปี 2565 ก่อนเส้นตายที่จะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลภายในปี 2568 แม้ว่าการยกเว้นภาษีรถใช้น้ำมันจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ก็ทำให้รัฐบาลออสโลสูญเสียรายได้ไปถึง 3 หมื่นล้านโครนนอร์เวย์ (3.41 พันล้านดอลลาร์)


ในปีที่แล้ว ตามคาดการณ์ของกระทรวง ดังนั้น เชื่อว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลร่วมระหว่างพรรคแนวคิดสายกลาง และฝ่ายซ้าย วางแผนที่จะค่อยๆ เริ่มเก็บภาษีรถยนต์ BEV ตั้งแต่ปี 2566 ไปพร้อม ๆ กับการขยับขึ้นอัตราภาษีรถยนต์ใช่น้ำมันเบนซิน ดีเซล และไฮบริดเพิ่มขึ้นในปีนี้