ทำความรู้จัก SPR หรือ คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ หลังสหรัฐฯระบายน้ำมันดิบสูงสุดเป็นประวัติการณ์
วันที่ 1 เมษายน 2565 รอยเตอร์สรายงานว่า “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะระบายน้ำมันดิบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน จากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) เพื่อบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันพุ่ง
นับเป็นการระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง ตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐฯและพันธมิตรต้องออกมาตอบโต้รัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรต่าง ๆ
การประกาศล่าสุดของสหรัฐฯ จะทำให้มีน้ำมันระบายออกจาก SPR ปริมาณ 180 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในเวลา 2 วัน และนับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่สหรัฐฯ ใช้วิธีระบายน้ำมันจาก SPR ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังอาจเป็นไปได้ว่าสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังด้านพลังงานของโลกที่สหรัฐฯเป็นสมาชิก อาจตัดสินใจปล่อยน้ำมันดิบออกมาเช่นกัน หลังการประชุมในวันศุกร์นี้
เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา IEA ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 31 ประเทศ มีมติในการระบายน้ำมันจำนวน 60 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรอง ซึ่งนับเป็นครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา
สหรัฐฯให้คำมั่นว่าจะร่วมปล่อยน้ำมันกับ IEA ในเดือนมีนาคม จำนวน 30 ล้านบาร์เรลจาก SPR
ก่อนหน้านั้น สหรัฐฯให้คำมั่นในเดือนพฤศจิกายนว่าจะปล่อยน้ำมันจาก SPR ปริมาณ 50 ล้านบาร์เรล แม้ความเคลื่อนไหวที่คาดหวังจากจีนจะไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน
ทำไมต้องมี SPR
สหรัฐฯสร้าง SPR ขึ้นเมื่อปี 2518 ภายหลังการคว่ำบาตรน้ำมันอาหรับ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น และทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเสียหาย ประธานาธิบดีสหรัฐฯหลายคนได้ใช้น้ำมันในคลังเพื่อบรรเทาสถานการณ์ในตลาดน้ำมันในช่วงสงคราม หรือเมื่อพายุเฮอริเคนถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันตามแนวอ่าวเม็กซิโก
SPR เก็บน้ำมันได้เท่าไร ?
ปัจจุบัน คลังสำรองน้ำมันฯมีน้ำมันประมาณ 586 ล้านบาร์เรล กระจายอยู่ตามอุโมงค์เก็บน้ำมันหลายสิบแห่งใน 4 สถานที่ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาบนชายฝั่งรัฐลุยเซียนาและรัฐเท็กซัส นอกจากนี้สหรัฐนยังมีแหล่งน้ำมันเพื่อทำความร้อนและน้ำมันเชื้อเพลิงอีกเล็นกน้อย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
SPR นำน้ำมันออกสู่ตลาดได้อย่างไร
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯระบุว่า เนื่องจาก SPR ตั้งอยู่ใกล้กับโรงกลั่นหรือศูนย์ปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จึงสามารถขนส่งทางเรือได้มากถึง 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอาจใช้เวลาเพียง 13 วันหลังการตัดสินใจของประธานาธิบดีไบเดน ในการจัดหาน้ำมันล็อตแรกเพื่อเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
ในการขายน้ำมัน กระทรวงพลังงานมักจัดการประมูลออนไลน์โดยให้บริษัทพลังงานเสนอราคาน้ำมัน แต่ในการแลกเปลี่ยน บริษัทน้ำมันจำเป็นต้องส่งคืนพร้อมดอกเบี้ย
ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯอนุญาตให้ขายน้ำมันดิบจาก SPR จำนวน 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสงครามกลางเมืองในลิเบีย หนึ่งในสมาชิกเอเปก
ก่อนหน้านั้นยังมีการขายน้ำมันดิบจาก SPR ในช่วงสงครามอ่าวเมื่อปี 2534 รวมถึงช่วงหลังพายุเฮอริเคนแคทรีนาเมื่อปี 2548
ขณะที่การแลกเปลี่ยนน้ำมันยังเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยการแลกเปลี่ยนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน หลังพายุเฮอริเคนไอดา
ประเทศอื่นมีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์หรือไม่
สหรัฐฯครอบครองแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งมีน้ำมันประมาณครึ่งหนึ่งของโลก
สหรัฐฯและประเทศสมาชิก IEA อื่น ๆ ซึ่งรวมถึงอังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จำเป็นต้องเก็บน้ำมันสำรองฉุกเฉินเทียบเท่ากับ 90 วันของการนำเข้าน้ำมันสุทธิ ขณะที่ญี่ปุ่นครอบครองหนึ่งในแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุด รองจากจีนและสหรัฐฯ
จีน ซึ่งเป็นสมาชิกสมทบของ IEA และเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก ได้สร้าง SPR เมื่อ 15 ปีที่แล้ว และจัดประมูลน้ำมันสำรองครั้งแรกในเดือนกันยายน ส่วนสมาชิกสมทบอีกประเทศของ IEA อย่างอินเดีย ผู้นำเข้าและผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ก็มีคลังน้ำมันสำรองเช่นกัน
IEA ระบุว่า การจัดเก็บน้ำมันของประเทศในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (The Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของ IEA มีน้ำมันดิบเกือบ 1,200 ล้านบาร์เรล ณ เดือนมกราคม