เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
Finance คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
Politics เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
News เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
Columns จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
Automotive บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
Finance ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
Business มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
ดูทั้งหมด

“ถ้าวันไหนที่หนูคิดฆ่าตัวตาย วันนั้นถึงจะยอมรับว่าเป็นโรคซึมเศร้า”

11 ก.ย. 2565 | 22:40น.

ครึ่งปีแรกของปี 2565 ข่าวการจบชีวิตตัวเองของของคนอายุน้อยในกลุ่มนักศึกษาไปจนถึงนักเรียนมัธยม กลายเป็นตัวเลขความสูญเสียรายวันที่ปรากฏขึ้นอย่างน้อย 5 รายแล้ว

ความเครียดจากการเรียนจนกลายเป็นซึมเศร้า ความรู้สึกแปลกแยกจากสังคมในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แรงกดดันจากครอบครัว ภาวะความเจ็บป่วยทางใจในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พูดกันมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งได้กลายมาเป็นตัวเลขสถิติของคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ

คงกล่าวไม่ได้ว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะมันอาจจะเกิดกับคนรอบตัวเรา เพื่อนพี่น้องที่มหาวิทยาลัย เพื่อนในโรงเรียน ที่ทำงาน หรือกระทั่งคนในบ้าน แต่แล้วเหตุใดช่วงวัยของผู้คนที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายสำเร็จ จึงลดลงเรื่อย ๆ มาสู่กลุ่มวัยคนรุ่นใหม่

ตัวเลขสถิติจากกรมสุขภาพจิต ชี้ถึงปัญหาการฆ่าตัวตายในช่วงปี 2560-2564 ว่ากลุ่มวัยเรียนและวัยทำงานตอนต้น มีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนวัยทำงานถึง 4 เท่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ ระบุว่าเฉพาะปี 2564 มีกลุ่มวัยเรียน อายุ 15-24 ปี ฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 439 คน

กานต์ (นามสมมติ) หญิงสาววัย 26 ปี ย้อนเรื่องราวระหว่างที่เธอกำลังเรียนด้านสถาปัตยกรรมชั้นปีที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้วให้บีบีซีไทยฟัง เวลานั้นเป็นช่วงที่เธอเริ่มคิดว่าตัวเองมีอาการซึมเศร้า

“ช่วงทำโปรเจกต์หนัก ๆ เริ่มต้นตอนนั้น เราเครียดเรื่องงานที่ต้องทำส่งมาก เพื่อนที่เรียนด้วยกันมาเริ่มย้ายไปเรียนสาขาอื่น ทำให้เราเหมือนโดนทิ้ง”

กานต์ เล่าว่าเมื่อเริ่มขึ้นปี 4 ที่ต้องทำทีสิส ระหว่างนั้นเพื่อนคนหนึ่งรู้ตัวว่าป่วยซึมเศร้าและดรอปเรียนไป แต่กานต์ก็ยังพยายามจัดการกับความยากลำบากกับการเรียน ทั้งยังเจอการปฏิบัติจากอาจารย์ผู้สอนที่วิจารณ์เรื่องส่วนตัว รู้สึกถูกลำดับชนชั้น และถูกเลือกปฏิบัติเพราะรูปลักษณ์ภายนอกจากอาจารย์ผู้ชาย เธอเริ่มรู้สึกอดทนได้น้อยลงเรื่อย ๆ การเรียนที่เคยมีความสุขกลับไม่มีอีกต่อไป กานต์จึงตัดสินใจดรอปเรียนตั้งใจพักไว้ 1 ปี

ตอนนั้น กานต์บอกกับตัวเองว่า เธอคงไม่ได้ป่วยเป็นซึมเศร้า กระทั่งเมื่อกลับมาเรียนชั้นปีที่ 5 อีกครั้ง อารมณ์สวิง รู้สึกดาวน์ ไม่อยากทำอะไร ก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เข้าเรียน ขลุกตัวอยู่แต่ที่หอพัก และไม่กล้าที่จะบอกที่บ้านว่าตัวเองไม่สามารถกลับไปเรียนได้แล้ว จนในที่สุดวันหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

“เรามีธงในใจว่า ฉันไม่เป็นหรอก (โรคซึมเศร้า) หนูตั้งไว้ว่า ถ้าวันไหนที่หนูคิดฆ่าตัวตาย วันนั้นถึงจะยอมรับว่าเป็นโรคซึมเศร้า”

“เสี้ยววินาทีที่จะกระโดด ก็นึกถึงแม่ว่าถ้าฉันทำแม่จะเสียใจขนาดไหน มันก็เลยยังสามารถรั้งหนูไว้ได้ในตอนนั้น”

ในวันขึ้นปีใหม่ช่วงนั้น ขณะที่อยู่คนเดียวไม่กลับบ้าน กานต์ก็ยอมรับกับที่บ้าน แต่ก็เป็นภาวะที่ต้องสู้กับเสียงของตัวเองว่าจะจบชีวิตตัวเองอีกครั้งหรือจะกลับบ้านที่ จ.สระบุรี เพื่อบอกกับแม่ว่าเธอเรียนต่อไม่ไหวแล้ว

เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แม่ของกานต์สนับสนุนให้เธอเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง เธอได้รับวินิจฉัยว่าเป็นซึมเศร้า และโรคอารมณ์สองขั้ว กานต์ได้รับยาต้านเศร้าอย่างต่อเนื่อง แต่อาการซึมเศร้า มีทั้งช่วงดีขึ้นและแย่ลง สลับกับความพยายามฆ่าตัวตาย ที่ยังคงมีอยู่

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

“คิดว่าตัวเองคงไม่ดีพอที่จะให้พ่อรักและภูมิใจ”

กว่า 6 ปีที่แล้ว “เพลง” (นามสมมติ) เด็กสาวชาว จ.อุดรธานี ที่กำลังเรียนชั้น ม.1 เริ่มทำร้ายตัวเองด้วยการจิก และข่วนตัวเองจนเป็นแผล

ตอนนั้น เพลงไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นซึมเศร้า จนกระทั่งอาการเริ่มหนักขึ้นในปีต่อมา อารมณ์เริ่มดิ่งชนิดที่ควบคุมไม่ได้ ทำร้ายตัวเองหนักขึ้น เพื่อนของเธอแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์ ก่อนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นซึมเศร้า

เพลงรักษาตัวมาเรื่อย ๆ ทว่าการป่วยในปีที่ 3 หรือเมื่ออายุ 16 ปี เป็นช่วงที่เพลงคิดฆ่าตัวตายครั้งแรก เธอกินยาพาราเซตามอลกับยานอนหลับมากเกินขนาด ครั้งนั้น ที่บ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่นั่นก็ทำให้หมอวินิจฉัยว่าเพลงเป็นโรคไบโพลาร์ หรืออารมณ์สองขั้ว เพิ่มเติมเข้ามา

หลังจากนั้นความคิดฆ่าตัวตายเกิดถี่ขึ้นในช่วงเรียนชั้น ม.5 ซึ่งเป็นช่วงเรียนที่หนักมาก และมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน ทำให้เธอพยายามจบชีวิตตัวเองอีก 2 ครั้ง ครั้งนั้นเป็นจุดที่เพลงต้องหยุดการเรียนเอาไว้ชั่วคราว แม้ผลการเรียนช่วงนั้นจะอยู่ในระดับที่ดีมาก

สำหรับเพลงในวัย 19 ปี ขณะนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปถึงชีวิตตัวเอง เธอคิดว่าความกดดันเรื่องการเรียนจากพ่อตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก เป็นเรื่องที่นำมาสู่ความเจ็บป่วยทางใจของเพลงเรื่อยมาจนถึงวัยรุ่น

“โดนส่งเรียนพิเศษตั้งแต่เช้ายันเย็นตั้งแต่ 7 ขวบ พออายุ 12 ก็โดนบังคับให้สอบเข้าห้องโครงการพิเศษของโรงเรียนประจำจังหวัด โดนบังคับให้อ่านหนังสือจนดึกดื่น และต้องตื่นเช้าขึ้นมาอ่านอีก จนสอบเข้าได้แล้ว พ่อก็ยังคงกดดันเรื่องเรียน ต้องสอบผ่านทุกวิชา เกรดเฉลี่ยต้อง 4.00 ซึ่งพอหนูทำไม่ได้ก็จะโดนดุด่าแรงมาก” เพลงเล่า

“เขาก็ไม่เคยชมอะไรหนูเลย ไม่เคยพูดว่ารัก ไม่เคยแสดงความอ่อนโยน มันทำให้เรื่องพวกนี้หล่อหลอมหนูมาตั้งแต่เล็กจนโต และคิดว่าตัวเองคงไม่ดีพอที่จะให้พ่อรักและภูมิใจ”

โฆษกกรมสุขภาพจิต : “เป็นยุคที่ใช้ชีวิตที่ยากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาของกลุ่มวัยรุ่น”

นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวกับบีบีซีไทยว่า อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในปัจจุบันยังสูงสุดอยู่ที่กลุ่มอายุ 50 ปี และช่วงตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ทว่าในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นนั้น เมื่อเทียบกับปีก่อนพบว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ดีกว่านั้น คือ ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย ซึ่งพบว่า กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น มีความเสี่ยงการฆ่าตัวตายสูงกว่ากลุ่มอื่น

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มที่กรมสุขภาพจิตเก็บข้อมูลปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งมีผู้เข้ามาให้ข้อมูลจำนวน 3.56 ล้านคน พบว่า ในกลุ่มคนช่วงอายุทั่ว ๆ ไป ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา หรือช่วงเริ่มต้นของการระบาดของโควิด-19 ทุกกลุ่มอายุรวมกันอยู่ที่ 4.7% แต่เมื่อดูกลุ่มวัยทำงานตอนต้น อายุตั้งแต่ 20-29 ปี ความเสี่ยงฆ่าตัวตายนั้นอยู่ที่ 14.7% ขณะที่กลุ่มที่อายุน้อยกว่า 20 ปี พบว่ามีความเสี่ยงสูงถึง 20%

“มันเป็นตัวบอกที่ชัดเจนเลยว่า กลุ่มคนอายุน้อย ๆ มีความเครียด เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตสูงมาก” นพ.วรตม์ กล่าว

โฆษกกรมสุขภาพจิต ชี้ว่าเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดไม่แพ้กลุ่มผู้ใหญ่ การต้องห่างจากการเรียนในโรงเรียนไปกว่า 2 ปี เมื่อกลับมาสู่ภาวะหลังโรคระบาด พวกเขาต้องจัดการกับทักษะการเข้าสังคมที่หายไปช่วงโควิด ปรับตัวทั้งเรื่องเพื่อน ส่วนการเรียน วิธีการเรียนก็แตกต่างออกไปจากช่วงสองปี ยังไม่นับรวมความเครียดของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่งต่อมายังลูกในบ้านอีก

ขณะที่วัยทำงานตอนต้น ก็เผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องชีวิตการทำงาน คนที่ยังไม่ได้งานทำตั้งแต่โควิด ก็ยังค้างอยู่ในระบบ เรียนจบมา แต่ยังไม่รู้ว่ามีงานทำหรือเปล่า

“น่าจะเป็นยุคที่ใช้ชีวิตที่ยากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาของกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงานตอนต้น” นพ. วรตม์ กล่าว พร้อมชี้ว่า “กลุ่มเด็กและวัยรุ่น เป็นกลุ่มเด็กที่ประสบปัญหา แต่มักถูกมองข้ามจากผู้ใหญ่ เพราะคิดว่าปรับตัวได้”

bbc

โรคซึมเศร้า กับการบำบัดความคิดและพฤติกรรม

การทำจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy : CBT) คือ หนึ่งในวิธีการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เพิ่งมีคนรู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแขนงหนึ่งของการบำบัดจิต นอกเหนือไปจากวิธีการรักษาด้วยการปรับเคมีในสมองผ่านการใช้ยา และการจัดการทางสังคม

ผศ.นพ. ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร จิตแพทย์และอาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า จากการรวิจัยเชิงการบำบัดด้วยกระบวนการทำจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม  (CBT) สำหรับภาวะซึมเศร้าในนิสิตนักศึกษาเมื่อสองปีที่แล้วพบว่า นิสิตนักศึกษามีความรู้และตื่นตัวกับปัญหาสุขภาพจิต อีกทั้งยอมรับมากขึ้นว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตได้ ทว่าหลาย ๆ คนบอกว่า พ่อแม่ยังไม่ค่อยยอมรับการที่ลูกของตัวเองมีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่ง นพ.ณัทธร ระบุว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นอีกข้อจำกัดในการเข้าถึงการรักษา

“หลาย ๆ คนก็ไม่กล้าบอกพ่อแม่ว่ามีปัญหานี้ หรือเคยบอกแล้ว พ่อแม่บอกว่าไม่เห็นเป็นอะไร อาจจะเป็นความยังไม่เข้าใจปัญหาสุขภาพจิต เป็นคนละเจเนเรชั่น พ่อแม่จะรู้สึกว่า เวลามีปัญหาสุขภาพจิตจนต้องไปพบจิตแพทย์คือต้องเป็นอาการหนักแล้ว”

ผศ.นพ. ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร

ที่มาของภาพ, ผศ.นพ. ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร

หลักการพื้นฐานของการทำ CBT ในผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า มีหลักการว่า อาการซึมเศร้าอาจเกิดจากวิธีคิด วิธีมองโลกอาจจะเป็นลบมากเกินไป เช่น มองว่าตัวเองแย่ ตัวเองไม่ดี ตัวเองเลวร้ายมาก ๆ หรือมองโลกรอบตัวในทางลบมาก ๆ

การบำบัดจึงชวนให้ปรับกระบวนการคิดและชวนมาปรับพฤติกรรม การบำบัดเป็นลักษณะที่ผู้รับการบำบัดต้องพบกับนักบำบัดกันทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชม. ต่อเนื่องกันไป ประมาณ 12 ครั้ง ผู้บำบัดจะชวนให้ คนไข้หัดสังเกตอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง มีการให้ “การบ้าน” กลับไปติดตามว่าเศร้าตอนไหนบ้าง หรือมีเรื่องอะไรที่กระตุ้นให้รู้สึกเศร้า

“วันนี้มาบำบัด ก็มารู้จักการจัดการอารมณ์ของตัวเองว่า ถ้าเศร้า รู้สึกแย่ ต้องทำยังไง ต้องคิดยังไง จัดการตนเองยังไง ซึ่งทักษะจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนรับมือกับอารมณ์ในทางลบได้ และหลังจากนั้นก็สามารถนำไปใช้ต่อในระยะยาวได้ ไม่ได้สิ้นสุดแค่ในการบำบัด หวังว่าหลังจากนั้นจะเป็นทักษะติดตัวไป และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ด้วย” ผศ.นพ. ณัทธร กล่าว

แล้วในประเทศไทย การเข้ารับการรักษาความเจ็บป่วยเรื่องสุขภาพจิตเป็นอย่างไร ผศ.นพ. ณัทธร ระบุว่า การรักษาปัญหาสุขภาพจิตโดยทั่วไปแล้วมักจะเริ่มต้นด้วยการกินยาผ่านการรักษากับจิตแพทย์ ส่วนการทำจิตบำบัดนั้นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ซึ่งแพทย์ในระบบนั้นมีภาระการรับคนไข้วันละจำนวนมาก ขณะที่นักบำบัดด้วยวิธี CBT ที่เรียนมาเฉพาะทางด้านนี้ในไทยนั้นมีเพียง 100 กว่าคน

อย่างไรก็ดี การทำจิตบำบัดกับผู้มีปัญหาสุขภาพจิต เป็นวิธีที่ต่างประเทศทำมานานแล้วและถือเป็นการรักษาหลักของคนที่มีอาการซึมเศร้า ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะใช้วิธีการ CBT ยกตัวอย่างที่สหราชอาณาจักร มีโครงการที่ชื่อว่า Increasing Access to Psychological Therapies (IAPT)  หรือโครงการเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดทางจิต ภายใต้ระบบสาธารณสุขแห่งชาติ (NHS) ที่ทำมาเกือบ 10 ปี โครงการนี้ได้ใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันผลการบำบัดด้วยวิธีการ CBT ไปให้บริการแก่คนทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

“ทำให้เขาเข้าถึงได้ ถ้าเรารู้ตั้งแต่เขายังมีปัญหาไม่ได้เยอะมาก เราก็ช่วยให้เขาไม่ขยับไปเป็นผู้ป่วยที่อาการรุนแรงได้” ผศ.นพ. ณัทธร กล่าว

ทำอย่างไรเมื่อเผชิญภาวะวิกฤต

นพ.วรตม์  โฆษกกรมสุขภาพจิต อธิบายสอดคล้องกับผลวิจัยเรื่องการทำจิตบำบัดด้วยวิธี CBT ของจุฬาฯ ว่า ปัจจุบันกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงานตอนต้น มีความรู้เรื่องปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าเดิมอย่างมาก แต่จะมีความรีบร้อน ให้เวลากับตัวเองน้อย และไม่ทันสังเกตตัวเองว่ากำลังประสบกับปัญหาสุขภาพจิต

“พอเช็คดู ความรู้แน่นมาก แต่เขาบอกว่า ณ เวลานั้น ๆ ที่มันกำลังวิกฤตมาก ๆ เรื่องราวมันเต็มไปหมดเลย เขาไม่มีสติ ไม่มีความตระหนักว่า เขากำลังเปลี่ยนไป เลยดึงความรู้มาใช้ไม่ได้” นพ.วรตม์ เล่าถึงประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยวัยรุ่น

นพ.วรตม์ แนะว่าควรจะใช้เวลากับตัวเองให้มากขึ้น ลดการเปรียบเทียบตัวเองบนโซเชียล ข้อความดรามาต่าง ๆ หากมีความเครียดก็ออกมา แล้วใช้เวลาอย่างอื่นกับตัวเอง กับคนที่เราสนิทและเข้าใจ

 “ให้มีความเชื่อว่า ‘เรา’ วัยรุ่นยุคนี้ มีศักยภาพที่จะผ่านปัญหาต่าง ๆ และปัญหาสุขภาพจิตไปได้”

สำหรับคนรอบข้าง ที่ไม่เฉพาะครอบครัวเท่านั้น แต่อาจจะเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียน หรือที่ทำงาน คำแนะนำคือ การใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน และฟังอย่างไม่เอาประสบการณ์ตัวเองมาตัดสิน

“เมื่อตั้งใจฟัง สิ่งที่ได้คือ คนที่เล่าก็เคารพในความเป็นตัวตนของคนที่รับฟัง เมื่อได้ความเคารพ พอเขาเจอปัญหาจริง ๆ และต้องช่วยเขาไปหาจิตแพทย์ เขาจะฟังและจะเชื่อ และพร้อมรับฟังความช่วยเหลือจากเรา” นพ.วรตม์ ทิ้งท้าย

……

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรคซึมเศร้า