จีน-ไต้หวัน: จีนจำลองการโจมตีเป้าหมายสำคัญในไต้หวัน
จีนจำลองการโจมตีต่อเป้าหมายสำคัญในไต้หวันและน่านน้ำโดยรอบ ในการซ้อมรบทางการทหารวันที่สอง เพื่อเป็นการตอบโต้การเยือนสหรัฐอเมริกาของไช่ อิง-เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน
กองทัพจีนเริ่มการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อ “ส่งสัญญาณเตือนแข็งกร้าว” ต่อรัฐบาลไต้หวัน การซ้อมรบเกิดขึ้นหลังจากผู้นำไต้หวันเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบกับเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
กองทัพจีน ได้จำลองการเปิดปฏิบัติการรบ “ปิดล้อม” เกาะไต้หวัน ขณะที่สหรัฐฯ ออกโรงเตือนจีนว่าให้ยับยั้งการกระทำดังกล่าว
ด้านไต้หวันระบุว่า การซ้อมรบวันแรกของจีนเมื่อวันเสาร์ มีเครื่องบินจีนบินโดยรอบเกาะไต้หวันอย่างน้อย 71 ลำ พร้อมระบุข้อมูลด้วยว่า เครื่องบินรบจำนวน 45 ลำ ของจีน ได้บินข้ามเส้นกลางของช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นเส้นแดนอย่างไม่เป็นทางการระหว่างจีนและไต้หวัน หรือบินเข้าไปในดินแดนส่วนตะวันตกเฉียงใต้ของน่านฟ้าไต้หวัน
ในส่วนกำลังรบทางน้ำ ปรากฏเรือรบของจีนจำนวน 9 ลำเช่นกัน
การซ้อมรบของจีนที่ขนานนามชื่อว่า “ดาบร่วม” จะดำเนินต่อไปจนถึงวันจันทร์ที่ 10 เม.ย. ทำให้ทางการไต้หวันโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก
เมื่อวันเสาร์ หน่วยงานกลาโหมของไต้หวัน กล่าวหารัฐบาลจีนว่า ฉกฉวยการเยือนของประธานาธิบดีไช่ เป็น “ข้ออ้างในการซ้อมรบ ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพ สเถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคอย่างรุนแรง”
ในวันแรกของการซ้อมรบ เรือรบลำหนึ่งของจีนได้ยิงโจมตี ขณะที่กำลังแล่นใกล้ ๆ กับเกาะปิงตัน เกาะของจีนที่ใกล้เขตแดนของไต้หวันมากที่สุด
สภากิจการมหาสมุทรของไต้หวัน ซึ่งบังคับการภารกิจปกป้องชายฝั่ง เผยแพร่ภาพวิดีโอที่แสดงภาพกองเรือรบของจีน แต่ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่ ในวิดีโอดังกล่าว ได้ยินเสียงของลูกเรือจากลำที่ถ่ายวิดีโอ บอกให้เรือของจีนถอยกลับไป
“พวกคุณกำลังทำอันตรายต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาคอย่างร้ายแรง โปรดหันหลังกลับและออกไป ถ้าคุณยังเดินหน้าต่อ พวกเราจะใช้มาตรการขับไล่” เสียงในวิดีโอ กล่าว
วิดีโออีกชิ้นหนึ่ง เป็นภาพของเรือรบไต้หวันชื่อ ดีหัว ซึ่งติดตามไปพร้อมกับเรือยามรักษาฝั่ง กำลังตรวจตราเรือรบจีน
ในการซ้อมรบวันแรกเมื่อวันเสาร์ กองทัพจีนยุติการซ้อมในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ขณะที่กลาโหมไต้หวัน ระบุว่า เครื่องบินรบกลับมาบินวนอีกครั้งในช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์
ท่าทีสหรัฐฯ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนอย่านำการเยือนของประธานาธิบดีไต้หวันมาหาประโยชน์ รวมทั้ง “อดกลั้นและไม่แปรเปลี่ยนสถานะ” ต่อกรณีไต้หวัน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า สหรัฐฯ ติดตามการกระทำของรัฐบาลจีนอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าสหรัฐฯ มีทรัพยากรและความสามารถที่เพียงพอเพื่อทำให้แน่ใจถึงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมทั้งความมั่นคงของชาติ”
สหรัฐฯ ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลจีนในปี 1979 ในสมัยของประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องตัดสัมพันธ์กับไต้หวันและปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงไทเป แต่แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ ได้รับปากว่า จะจัดหาอาวุธป้องกันตัวให้กับไต้หวัน
ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ เขาพูดในหลายโอกาสว่า สหรัฐฯ จะเข้าเแทรกแซงต่อเมื่อจีนมีการเปิดการโจมตีไต้หวัน แต่สารจากสหรัฐฯ ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก
ในการพบกับเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ปธน. ไช่ ได้กล่าวขอบคุณประธานสภาสหรัฐฯ ในการ “สนับสนุนอันแน่วแน่” เพราะช่วยให้ “คนไต้หวันรู้สึกแน่ใจว่าจะไม่ถูกโดดเดี่ยวและไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”
สำหรับนายแมคคาร์ธีนั้น มีแผนการเดินทางไปไต้หวัน แต่ยุติการเดินทางก่อนการพบปะพูดคุยที่แคลิฟอร์เนีย เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดกับจีน
จีนระดมกำลังซ้อมรบแค่ไหน
สื่อของทางการจีน ระบุว่าการซ้อมรบที่จะดำเนินไปจนถึงวันจันทร์ ประกอบไปด้วย ภารกิจลาดตระเวนหลากหลายรูปแบบและชนิดขั้นสูงเต็มพิกัดโดยรอบเกาะไต้หวัน ในลักษณะของการปิดล้อมและปราบปราม
กำลังรบที่ถูกนำมาใช้ในการซ้อมครั้งนี้ประกอบไปด้วย จรวดปืนใหญ่พิสัยไกล เรือพิฆาต เรือยิงขีปนาวุธ เครื่องบินรบต่อสู้อากาศยาน เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินก่อกวนสัญญาณ และอากาศยานเติมน้ำมัน
ส่วนบรรยากาศของผู้คนในกรุงไทเปของไต้หวัน ผู้คนดูเหมือนไม่ได้รู้สึกกังวลใจจากการซ้อมรบของจีน บางคนบอกว่า พวกเขาเริ่มรู้สึกชินที่จีนกระทำเช่นนี้
สถานะความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวัน กำกวมไม่ชัดเจนมาตั้งแต่ปี 1949 เมื่อเกิดสงครามการเมืองในจีน
กองทัพคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง ได้โจมตีทหารของเจียง ไคเชก ผู้นำในขณะ จนพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นมาครองอำนาจ สมาชิกรัฐบาลก๊กมินตั๋งของเจียง ไคเชก ซึ่งปกครองจีนอยู่เดิมจึงหนีไปอยู่ที่ไต้หวัน
ไต้หวันถือตัวเองว่าเป็นรัฐอธิปไตยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีรัฐธรรมนูญและผู้นำเป็นของตนเอง ขณะที่จีนมองไต้หวันว่าเป็นเพียงจังหวัดหนึ่งที่แยกออกไปเท่านั้น แต่ก็จะถูกนำกลับอยู่ภายใต้รัฐบาลจีน
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ระบุว่า การกลับมารวมชาติกับไต้หวันต้องเกิดขึ้น
หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว