เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

‘วอลมาร์ต’ ยักษ์ค้าปลีกเมกา เลือก ‘สู้ในเกมของตัวเอง’

21 พ.ค. 2568 | 11:53น.
วอลมาร์ต

วอลมาร์ต (Walmart) บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ซึ่งมีอยู่ 5,000 สาขาทั่วสหรัฐ ครอบคลุมประชากรชาวอเมริกันกว่า 90% ภายในระยะขับรถเพียง 16 กิโลเมตร ด้วยจุดแข็งด้านราคา และความครบเครื่องเรื่องบริการ ไม่ว่าจะซื้อปืน ของชำ รับใบสั่งยา หรือเช็กลมยาง ก็สามารถทำได้ในที่เดียว จึงทำให้วอลมาร์ตครองใจผู้บริโภคชาวอเมริกันเรื่อยมา

“วอลมาร์ต” กลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำรายได้ 680,000 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน มีคนงานในบริษัทกว่า 2.1 ล้านคน ครองส่วนแบ่งค้าปลีกในอเมริการาว 1 ใน 10

ท่ามกลางกระแสตื่นเอไอตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา หุ้นวอลมาร์ตสามารถสร้างความตื่นตะลึง และเป็นหนึ่งในบริษัทเพียงไม่กี่รายที่เติบโตโดดเด่น เทียบเคียงบรรดากลุ่มบริษัทเทค 7 นางฟ้าได้ในปี 2024 ด้วยราคาหุ้นที่พุ่งทะยาน 70% มาร์เก็ตแคปแตะระดับสูงกว่า 750,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าอัลฟาเบต แอปเปิล เมตา ไมโครซอฟท์ และคู่แข่งอย่างอเมซอนหลายเท่า

เบื้องหลังความสำเร็จ เกิดขึ้นภายใต้การนำของ ดั๊ก แมคมิลลัน (Doug McMillon) ลูกหม้อของบริษัท ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนวอลมาร์ต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเชย ล้าสมัย และมียอดขายตกต่ำอย่างมากในช่วงปี 2024 ไม่สามารถทัดทานการรุกของอเมซอนที่เจาะตลาดได้ โดยเฉพาะเทรนด์ของอีคอมเมิร์ซที่กำลังมาแรง

เพื่อไล่ตามกระแส “อีคอมเมิร์ซ” ที่กำลังเกิดขึ้นให้ทัน แมคมิลลัน เลือก “สู้ในเกมของตัวเอง” เขานำจุดแข็งของวอลมาร์ตมาต่อยอด โดยไม่พยายามเลียนแบบอเมซอน แมคมิลลันปรับหน้าร้านของวอลมาร์ต ปรับระบบโลจิสติกส์ใหม่ ให้กลายเป็นแหล่งกระจายสินค้า 120,000 รายการ

โกดังสินค้าของวอลมาร์ตเต็มไปด้วย สายพานลำเลียง (Conveyor Belt) หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตลอดจนแขนกลอุตสาหกรรมที่คอยหยิบจับจัดแพ็กสินค้าอย่างเงียบเชียบ และจัดวางอย่างเหมาะสมตามลำดับความเปราะบาง ไม่ให้แตกหักง่าย ทั้งเชี่ยวชาญด้านการจัดส่งสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิตลอดห่วงโซ่อุปทาน

จากข้อมูลของอีมาร์เก็ตเตอร์ (eMarketer) ระบุว่า วอลมาร์ตมียอดขายออนไลน์เติบโตกว่า 20% โตเร็วกว่าอเมซอนเป็น 2 เท่าแล้ว และทำรายได้จากตลาดอีคอมเมิร์ซในอเมริกาสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างอเมซอนที่มีรายได้ 480,000 ล้านดอลลาร์

วอลมาร์ตมีวิธีสรรหารายได้อื่น ๆ ไม่เพียงแค่ขายสินค้า แต่ยังเปิดให้พ่อค้าแม่ขายรายอื่น ๆ มาขายบนมาร์เก็ตเพลซ โดยเก็บค่าโลจิสติกส์เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว “วอลมาร์ต พลัส” บริการสมัครสมาชิกรายเดือนที่จัดส่งฟรี สนนราคาเดือนละ 8.17 ดอลลาร์ ทำให้วอลมาร์ตกวาดเงินจากค่าสมาชิกมากถึง 3,800 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

ด้วยข้อมูลการสั่งซื้อปริมาณมหาศาล ทำให้วอลมาร์ตทำโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมาย (Targeted Ads) ของนักช็อปได้ไม่ยาก ทั้งขยายธุรกิจมายังโฆษณาและสื่อ ผ่านแอปและหน้าร้านตัวเอง ทั้งยังเข้าซื้อกิจการวิซีโอ (Vizio) เพื่อรวมการขายของ และโฆษณาในทีวี ปีเดียวทำรายได้ทะลุ 4,400 ล้านดอลลาร์ โตเกือบ 30%

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ วอลมาร์ตกำลังจะเล่นเกมปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง ผ่านการลงทุนโมเดลเอไอ ชื่อว่า สปาร์กกี้ (Sparky) สำหรับช่วยลูกค้าหาสินค้า และวอลลี่ (Wally) สำหรับช่วยทีมนักบริหารผลิตภัณฑ์ (Merchandiser) วางแผนสต๊อกสินค้า ใช้งบฯไป 24,000 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน เพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 5 ปี

แม้แผนงานจะดูราบรื่น แต่ศัตรูที่ร้ายกาจก็ปรากฏตัวขึ้น เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ หวนคืนทำเนียบขาว พร้อมประกาศสงครามภาษีรอบใหม่

แม้วอลมาร์ตจะตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากต้องพึ่งพาสินค้าจากจีนกว่า 1 ใน 3 แต่แมคมิลลันได้เตรียมตัวล่วงหน้าก่อนแล้ว ผ่านการจัดหาแหล่งสินค้าจากอินเดียเพิ่มขึ้น หรือใช้ผู้ผลิตในเม็กซิโกหรือแคนาดาแทน รวมทั้งทำข้อตกลงล่วงหน้ากับบรรดาซัพพลายเออร์ ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเพียง 5.2% แต่วอลมาร์ตเลือกดูดซับต้นทุนบางส่วนแทนผู้บริโภค ราคาขายจึงเพิ่มแค่ 2.6% และยอดขายลดลงเล็กน้อย 2%

Walmart จึงเป็นกรณีศึกษาเชิงธุรกิจค้าปลีกที่ปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีก วอลมาร์ต อเมริกา