คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : นพพร วงศ์อนันต์
ในช่วงที่รัฐบาลไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่เวทีโลก โดยเฉพาะผ่านเวที Splash Soft Power Forum ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคมนี้ กลับเกิดความเคลื่อนไหวจากสหราชอาณาจักร เป็นความเคลื่อนไหวที่อาจสะเทือนต่ออนาคตของธุรกิจนวดไทยในเกาะบริเตน ในปีที่ทั้ง 2 ประเทศกำลังเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 170 ปี และปีต่อ ๆ ไป
เมื่อ 9 เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศถอดอาชีพ “นักนวด” (Massage Therapist) และ “นักนวดกีฬา” (Sports Massage Therapist) ออกจากบัญชีอาชีพที่แรงงานฝีมือต่างชาติสามารถขอวีซ่าเข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักรได้ ( Skilled Worker Visa)
หมายความว่าผู้ที่ต้องการสมัครทำงานในสหราชอาณาจักรในสาขาดังกล่าวจะไม่สามารถยื่นขอวีซ่าภายใต้ช่องทางนี้ได้อีกต่อไป โดยจำกัดสิทธิไว้เฉพาะผู้ที่อยู่ในประเทศก่อนประกาศใหม่มีผล ให้ยื่นขอใบอนุญาตขยายเวลาทำงานกับนายจ้างเดิมเท่านั้น
แม้ผู้สมัครรายใหม่จะมีทักษะหรือประสบการณ์ก็ไม่สามารถยื่นได้ ส่งผลให้พนักงานนวดฝีมือดีจำนวนมากจากไทยหมดสิทธิเข้าสู่ตลาดที่เคยเปิดกว้าง ปิดโอกาสการสร้างรายได้ให้แก่พวกเขาและครอบครัวในประเทศไทย
อีก 2 เดือนต่อมา ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองบุกตรวจร้าน “Yonlada Thai Massage” ในเมืองฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่อยู่ห่างจากลอนดอนไปทางทิศเหนือ 260 กิโลเมตร จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหาเกี่ยวพันกับการแสวงหาประโยชน์จากการควบคุมการค้าประเวณี และจับกุมหญิงไทย 4 รายในข้อหาทำงานผิดกฎหมายและต้องถูกเนรเทศ
โฆษกกระทรวงมหาดไทยอังกฤษระบุว่า รัฐบาลกำลังเร่งปราบปรามอาชญากรรมการลักลอบเข้าเมืองในทุกระดับ ภายใต้แผน “Plan for Change” โดยร้านนวดถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสำคัญ
แม้คดีจะยังอยู่ระหว่างสอบสวน แต่ผลกระทบเชิงภาพลักษณ์เกิดขึ้นแล้วทันที ภาพจำของ “นวดไทย” บางส่วนทั้งในไทยและในต่างประเทศเชื่อมโยงกับบริการทางเพศ ยิ่งถูกตอกย้ำและทำให้ผู้ประกอบการที่สุจริตตกอยู่ภายใต้ข้อสงสัยโดยเหมารวม
ปัญหานี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ “นวดไทย” ได้รับการยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เมื่อปี 2562 แต่หากขาดระบบสนับสนุนด้านแรงงาน การรับรองวิชาชีพ และการเจรจาทางการทูต ก็อาจกลายเป็นจุดอ่อน แทนที่จะเป็นจุดแข็งในเวทีโลก
ทางออกระยะสั้น : ประสานทวิภาคี-ย้ำสถานะวิชาชีพ
เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รัฐบาลไทยควรใช้กลไกทางการทูตและสายสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับรัฐบาลอังกฤษผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน และหน่วยงานที่ดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศ เพื่อชี้แจงถึงความแตกต่างระหว่าง “นวดแผนไทยเชิงสุขภาพ” กับกิจกรรมผิดกฎหมาย พร้อมเร่งผลักดันมาตรการคัดกรองแรงงานก่อนเดินทางอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการส่งเสริมการรับรองวิชาชีพและมาตรฐานภาษาอังกฤษ
ทางออกระยะยาว : ใช้ FTA เป็นกลไกฟื้นฟู
ในระยะยาว ความหวังอยู่ที่การเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหราชอาณาจักร (FTA) ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนการค้า (Enhanced Trade Partnership หรือ ETP) เมื่อกันยายน 2567 และอยู่ระหว่างเตรียมข้อตกลง FTA เต็มรูปแบบ หากไทยสามารถเจรจาให้รวม “ภาคบริการ” และ “การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ” เข้าเป็นสาระสำคัญของข้อตกลง นั่นจะเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นสถานะของอาชีพนักนวดไทยในระบบแรงงานสากล
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงอุปสรรคและข้อเสนอของธุรกิจนี้ในระหว่างการพบปะนักธุรกิจไทย-อังกฤษ ที่กรุงลอนดอน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่ร่วมโต๊ะรับปากว่าจะขอข้อมูลจากผู้แทนธุรกิจนวดไทยเพิ่มเติม เพื่อศึกษาหาทางออกในเรื่องนี้
แม้ น.ส.แพทองธารต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว แต่เราหวังว่า น.ส.แพทองธาร ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะช่วยหาทางออกให้กับธุรกิจ “นวดไทย” ในสหราชอาณาจักร ที่เป็นหนึ่งในห่วงโซ่เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยกับนโยบายเศรษฐกิจระดับนานาชาติ
ซอฟต์พาวเวอร์ไทยจะก้าวไกลได้ ก็ต่อเมื่อวัฒนธรรมไทยไม่เพียงถูกชื่นชม แต่ต้องได้รับการยอมรับในระบบโลกอย่างเป็นรูปธรรม นวดไทยในฐานะสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไม่ควรถูกจำกัดไว้เพียงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ แต่ควรได้รับการสนับสนุนเชิงโครงสร้างผ่านกฎหมาย มาตรฐาน และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง
หลังจบจากเวที Splash Soft Power Forum ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เกี่ยวข้องแล้ว น่าจะถึงเวลาลงมือแก้ปัญหา พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้คนไทยอีกหลายล้านคน