‘อี แจยอง’ ซีอีโอซัมซุง บินด่วนถก ‘ภาษีทรัมป์’ เสริมแกร่งเกาหลี เหลือ 3 วันถึงเส้นตาย
อี แจยอง ประธานบริหารซัมซุง เดินทางไปสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเจรจาข้อตกลงภาษีศุลกากรก่อนกำหนดเส้นตายที่เหลือเพียง 3 วัน
อี แจยอง (Lee Jae-yong) ประธานบริหารซัมซุง อิเล็กโทรนิกส์ (Samsung Electronics) เดินทางถึงกรุงวอชิงตันในวันนี้ (29 ก.ค.) เพื่อสนับสนุนภารกิจการเจรจาภาษีศุลกากรระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐที่กำลังดำเนินอยู่
การเยือนของอีเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพยายามกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐ ก่อนถึงเส้นตายภาษีศุลกากรแบบต่างตอบโต้มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม
เหลือเวลาเพียงสามวันก่อนที่ภาษีศุลกากรนำเข้าของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ คาดว่าเขาจะขยายการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) และเสนอความร่วมมือด้านเทคโนโลยีชิป AI ขั้นสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจรจาของเกาหลีใต้
การเดินทางออกจากสหรัฐในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมสาธารณะครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ถูกศาลฎีกาตัดสินให้พ้นผิดเมื่อ 12 วันก่อนหน้านี้
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ประกาศว่า บริษัทได้รับสัญญาจากโรงหล่อเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) มูลค่า 16,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 500,000 ล้านบาท) เพื่อผลิตและจัดหาชิปขั้นสูงโดยใช้เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ถึงเดือนธันวาคม 2033 ให้กับบริษัท Tesla ซึ่งเป็นบริษัท EV ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk)
ท่ามกลางรายงานข่าวว่า เกาหลีใต้ที่ถูกเรียกเก็บภาษี 25% ต้องการให้ลดอัตราเหลือ 15% เท่ากับญี่ปุ่น แต่ยังลงทุนในสหรัฐไม่เพียงพอ โดยเกาหลีใต้มีแผนการลงทุน 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6 ล้านล้านบาท) ในขณะที่สหรัฐต้องการ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ ยังอาจต้องซื้อสินค้าพลังงานและเกษตรเพิ่ม
แคธลีน โอห์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ประจำเกาหลีใต้และไต้หวัน กล่าวว่า เกาหลีใต้อาจจำเป็นต้องเพิ่มโครงการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรและพลังงาน และขยายการเข้าถึงตลาด ดังที่เห็นในกรณีของญี่ปุ่น
ตามเอกสารข้อเท็จจริงที่ทำเนียบขาวเผยแพร่ ญี่ปุ่นตกลงที่จะลงทุน 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (16 ล้านล้านบาท) ในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 100 ลำ และนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารของสหรัฐ มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.5 แสนล้านบาท)
อ้างอิง:
• Korea joongAang daily
• Nikkei Asia