“ทรัมป์” ลงนามอนุมัติการขยายเวลาสงบศึกสงครามการค้ากับจีนไปอีก 90 วัน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐขยายเวลาระงับการขึ้นภาษีสินค้าจีนที่พุ่งสูงลิ่วออกไปอีก 90 วันจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่าทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งขยายเวลาการสงบศึกตามข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งสหรัฐและจีนตกลงที่จะลดการขึ้นภาษีตอบโต้กันและผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกแม่เหล็กหายากและเทคโนโลยีบางประเภทมีกำหนดหมดอายุในวันนี้ (12 ส.ค.)
ข้อความในคำสั่งยังไม่ได้รับการเปิดเผยในทันที และยังไม่ชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐหรือเงื่อนไขของข้อตกลงหรือไม่
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งใกล้ถึงเส้นตาย ทรัมป์ได้เรียกร้องให้จีนเพิ่มปริมาณการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐขึ้นเป็นสี่เท่า ซึ่งจะช่วยลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐกับจีน และต่อมาเมื่อ 11 ส.ค.ยังส่งสัญญาณเปิดกว้างให้บริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia) ขายชิป AI ที่ทันสมัยที่สุดให้กับจีน โดยกล่าวว่า “ผมอาจทำข้อตกลงก็ได้”
ทั้งนี้ ก่อนการลงนามของทรัมป์ ผู้เจรจาทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นที่จะคงข้อตกลงสงบศึกการค้านี้ไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมในประเทศสวีเดน หลังจากการหารือสองวันในกรุงสตอกโฮล์ม นำโดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ และเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นการเจรจารอบที่สามระหว่างสองประเทศในเวลาไม่ถึงสามเดือน
ซึ่งบรรดาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ล้วนแสดงความหวังว่าทรัมป์จะอนุมัติ แต่ผู้นำสหรัฐได้เรียกร้องในนาทีสุดท้ายและเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการค้าก่อนหน้านี้ ซึ่งหากไม่ได้รับการขยายเวลาอัตราภาษีของสหรัฐที่เรียกเก็บกับสินค้าจีนอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อยอีก 54% เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืน เวลานิวยอร์ก
ย้อนไปเมื่อต้นปีนี้ ทรัมป์ได้เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีน และรัฐบาลจีนก็ตอบโต้เช่นเดียวกัน โดยภาษีนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐพุ่งสูงถึง 145% และจีนได้จำกัดการเข้าถึงแร่หายากที่มีความสำคัญต่อผู้ผลิตในสหรัฐ จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงสงบศึก 90 วันในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐได้ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนลงเหลือ 30% ขณะที่จีนลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐลงเหลือ 10% และตกลงที่จะกลับมาส่งออกแร่หายากอีกครั้ง
อัตราภาษี 30% ของทรัมป์ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยสอง ซึ่งเรียกเก็บกับจีนในปัจจุบันประกอบด้วยภาษีที่เชื่อมโยงกับเฟนทานิล 20% และภาษีอัตราฐาน 10% เพิ่มเติมจากภาษีที่มีอยู่แล้ว กับผลิตภัณฑ์จีนบางรายการ ตั้งแต่ที่เขาดำรงตำแหน่งในวาระแรก
การขยายข้อตกลงจะช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับสงครามภาษีที่อาจปะทุขึ้นใหม่ และให้เวลากับทั้งสองประเทศในการหารือเกี่ยวกับประเด็นอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป อาทิ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการค้าเฟนทานิล และการดำเนินธุรกิจของสหรัฐในจีน
การลงนามครั้งนี้อาจเป็นการเปิดทางให้ทรัมป์เดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนในช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ในเกาหลีใต้ที่ผู้นำสหรัฐมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วม