Skip to content

ลูลาต่อสายตรงสี จิ้นผิง-ผนึกกำลังพหุภาคีกลุ่ม BRICS

12 ส.ค. 2568 | 13:46น.
ลูลาต่อสายตรงสี จิ้นผิง-ผนึกกำลังพหุภาคีกลุ่ม BRICS

ภายหลังจากที่ได้ต่อสายสนทนากับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย เมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้ นายลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล ได้ต่อสายตรงหานายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีประเทศจีน เพื่อผนึกกำลังพหุภาคี กลุ่ม BRICS ต่อสู้กับแรงกดดันในสงครามการค้าของทรัมป์

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า วันนี้ (12 ส.ค.) นายลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือลูลา ประธานาธิบดีของประเทศบราซิล ได้ต่อสายตรงเพื่อสนทนากับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีประเทศจีน โดยได้หารือกันเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการระหว่างประเทศ รวมไปถึงสถานการณ์ล่าสุดของสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยทั้งสองเห็นพ้องกันในการ “ธำรงไว้ซึ่งลัทธิพหุภาคี” ผ่านกลุ่มประเทศ G-20 และ BRICS

ตามรายงานของสำนักข่าว CCTV ประเทศจีน ระบุว่า ระหว่างการสนทนา ประธานาธิบดีสีได้เรียกร้องให้มีการผนึกกำลังระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อต่อต้านการกระทำฝ่ายเดียว (Unilateralism) และการกีดกันทางการค้า (Protectionism) ซึ่งเป็นประโยคสำคัญที่รัฐบาลจีนมักใช้ในการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการค้าของสหรัฐ

นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ประเทศจีนสนับสนุนให้ประชาชนชาวบราซิลปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของประเทศ และอธิบายว่า “ขณะนี้ความสัมพันธ์ของจีนและบราซิลก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุด เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์”

ประธานาธิบดีสีกล่าวตามการรายงานของ CCTV ว่า

“ประเทศจีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศบราซิล เพื่อผนึกกำลังสร้างแบบอย่างความเป็นหนึ่งเดียวกัน และพึ่งพาตนเอง ในกลุ่มประเทศทางใต้ของโลก”

การสนทนาในครั้งนี้ แสดงในเห็นถึงความพยายามของนายลูลา ที่จะสร้างความเป็นปึกแผ่นในกลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งประกอบด้วยประเทศขนาดใหญ่ที่กำลังพัฒนา อันมีบราซิลเป็นสมาชิกก่อตั้งร่วมกับรัสเซีย จีน และอินเดีย

โดยก่อนหน้านี้ นายลูลาก็ได้ต่อสายสนทนากับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. และนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ด้วยเช่นกัน

ประเทศบราซิลได้รับแรงกดดันอย่างหนักและกลายเป็นเป้าหมายในสงครามการค้าของทรัมป์ ด้วยอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 50% เพื่อยุติการพิจารณาคดีของนายชาอีร์ โบลโซนาโร ที่ถูกทางการบราซิลกล่าวหาว่า พยายามก่อรัฐประหาร ไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งปี 2022

ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบาลนายลูลาจึงได้ตอบโต้ทรัมป์ด้วยการขยายพันธมิตรทางการค้ากับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การสนทนาระหว่างประธานาธิบดีสี กับนายลูลาในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศจีนเพิ่มการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอุปทานวัตถุดิบอาหารสัตว์ เนื่องจากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ซื้อถั่วเหลืองจากผู้ผลิตถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างประเทศบราซิลมากขึ้น อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการทดลองนำเข้ากากถั่วเหลืองจากอาร์เจนตินา

การผนึกกำลังของกลุ่มประเทศ BRICS ในครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในกรอบระเบียบโลกใหม่และสงครามการค้าของทรัมป์ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างดุเดือด