Skip to content

สงครามชิประอุ สหรัฐเปิดดีลส่งออก – จีนประกาศปฏิเสธรับ

12 ส.ค. 2568 | 17:58น.
สงครามชิประอุ สหรัฐเปิดดีลส่งออก – จีนประกาศปฏิเสธรับ

สงครามชิประอุ หลังสหรัฐส่งสัญญาณ อาจอนุมัติจำหน่ายชิปให้แก่ประเทศจีน แต่จีนโต้กลับ ประกาศหลีกเลี่ยงการใช้ชิปสัญชาติสหรัฐ เหตุกังวลด้านความมั่นคง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศจีนพุ่งกระฉูด

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างว่า อาจอนุมัติการจำหน่ายชิป GPU ขั้นสูงเวอร์ชั่นลดสเป็ก ให้แก่ประเทศจีน โดยสร้างข้อตกลงกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเอ็นวิเดีย (Nvidia) และ Advanced Micro Devices (AMD) ว่า จะต้องแบ่งรายได้ 15% แก่รัฐบาลสหรัฐ หากขายชิปบางประเภทให้แก่ประเทศจีน และบริษัทดังกล่าวได้ตกลงรับข้อเสนอแล้ว

ในขณะที่วันนี้ (12 ส.ค.) บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จีนได้เรียกร้องให้บริษัทภายในประเทศหลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 ของบริษัทเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นลดสเป็กของชิป H200 เรือธงตัวสำคัญของเอ็นวิเดีย ในการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน

เนื่องจากรัฐบาลจีนมีความกังวลว่า ชิปตัวดังกล่าวอาจมีความสามารถในการติดตามตำแหน่งและปิดระบบจากระยะไกล จึงต้องการให้บริษัทต่าง ๆ หันมาใช้ชิปภายในประเทศแทน เพื่อความปลอดภัยภายในประเทศ

นอกจากนี้แล้ว แม้จะไม่มีการระบุชัดเจน แต่คาดว่าชิป MI308 ของ AMD ก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จีนพุ่ง

หลังจากที่บลูมเบิร์กรายงานข่าวการหลีกเลี่ยงใช้ชิปสัญชาติสหรัฐในวันนี้ ล่าสุดบริษัทเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง 2 บริษัทมีราคาพุ่งสูงขึ้น คือ Semiconductor Manufacturing International Corp (SMIC) พุ่งขึ้น 5.34% และ Hua Hong Semiconductor พุ่งขึ้น 5.24% ในขณะที่ หุ้น NAURA Technology ซึ่งจดทะเบียนในเซินเจิ้นสูงขึ้น 2%

นักวิเคราะห์ประเมิน กำไรเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐลดลง

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ได้ประเมินว่า การจัดเก็บภาษีทรัมป์อาจกระทบต่อผลกำไรของผู้ผลิตชิปอย่างเอ็นวิเดีย และ AMD โดยอาจสูญเสียรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ และทำให้กำไรขั้นต้นของโปรเซสเซอร์ที่ส่งออกไปจีนลดลง 5-15% หรือคิดเป็นประมาณ 1 จุดจากกำไรโดยรวมของเอ็นวิเดีย และ AMD

โดยในปี 2024 เอ็นวิเดียมีรายได้ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากจีน (ราว 5.4 แสนล้านบาท) คิดเป็น 13% จากยอดขายรวม ในขณะที่ AMD มีรายได้ 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากจีน (ราว 2 แสนล้านบาท) คิดเป็น 24% จากยอดขายรวม

สงครามภาษี – สงครามชิป

เมื่อเดือนที่แล้ว นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ กล่าวเกี่ยวกับแผนการกลับมาจำหน่ายชิป AI อีกครั้งว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีนเพื่อครอบครองแร่แรร์เอิร์ธ ในขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่า จีนอาจใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถด้าน AI ของสหรัฐ เพื่อเสริมกำลังกองทัพ

ทั้งนี้ในฝั่งจีนเองก็มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชิปจากสหรัฐ จึงออกประกาศเลี่ยงใช้ชิปสหรัฐในวันนี้ ส่งผลให้ดีลแร่แรร์เอิร์ธของสหรัฐมีความเป็นได้ต่ำลง และอาจเกี่ยวพันกับการประกาศสงบศึกการค้าจีนเพิ่มอีก 90 วัน (จนถึงต้นเดือนพ.ย. 2025) เพื่อหาข้อสรุปในสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

คาดว่าจะทำให้สงครามชิปยกระดับความดุเดือดขึ้น ลุกลามไปถึงสงครามภาษีที่ยังไม่สามารถปิดดีลได้ อีกทั้งตลาดหุ้นเซมิคอนดักเตอร์อาจมีความผันผวนมากกว่าเดิมหลายเท่า