ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 16 ส.ค. เวลา 07.16 น.อัพเดตเวลา 19.30 น.
ทรัมป์-ปูตินหารือราว 3 ชั่วโมง ผู้นำสหรัฐเผยได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความคืบหน้า แต่ยังไม่บรรลุข้อตกลงยุติสงครามยูเครน ต่อมานำผลที่หารือไปพูดคุยกับเซเลนสกีและนาโต้ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าควรตรงไปทำข้อตกลงสันติภาพเลย ไม่ใช่แค่หยุดยิง นัดหารือผู้นำยูเครนจันทร์นี้เลย (18 ส.ค.)
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และบีบีซี (BBC) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ทรูทโซเชียลแจ้งว่า การประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเป็นไปด้วยดี เช่นเดียวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ช่วงดึกกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นํายุโรปหลายคน รวมถึงเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าวิธีที่ดีที่สุดในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนคือการบรรลุข้อตกลงสันติภาพโดยตรง ซึ่งจะยุติสงคราม และไม่ใช่แค่ข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งบ่อยครั้งที่ไม่เกิดขึ้นหรือล่าช้า
ทรัมป์ระบุอีกว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกีจะมาที่กรุงวอชิงตัน ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวในบ่ายวันจันทร์นี้ (18 ส.ค.) และหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราจะนัดประชุมกับประธานาธิบดีปูติน เป็นไปได้ว่าชีวิตของผู้คนนับล้านจะได้รับการช่วยเหลือ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังการหารือระหว่างเขากับประธานาธิบดีปูติน จัดขึ้นที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐ ซึ่งใช้เวลาพูดคุยกันราว 3 ชั่วโมง เมื่อ 15 ส.ค.เวลาท้องถิ่น ซึ่งทรัมป์ระบุว่าการพบปะนั้นมีประสิทธิผลอย่างยิ่ง แต่ระบุว่าข้อตกลงยุติสงครามในยูเครนยังไม่เสร็จสิ้น พร้อมเสริมว่าเขาจะนำผลหารือที่ได้ไปพูดคุยกับพันธมิตรนาโต้และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน จนกระทั่งได้หารือกับฝ่ายยุโรปแล้วดังกล่าว

“เรามีการประชุมที่มีประสิทธิผลมาก มีหลายประเด็นที่เราเห็นพ้องต้องกัน ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย และยังมีประเด็นสำคัญๆ สองสามประเด็นที่เรายังไม่บรรลุผล แต่เราก็มีความคืบหน้าไปบ้างแล้ว” ทรัมป์กล่าวเสริมในระหว่างการแถลงข่าวร่วม แต่ยังไม่เผยรายละเอียด
ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวร่วม ซึ่งเขายืนข้างปูติน ผู้นำที่ตกเป็นเป้าสายตาของนานาชาตินับตั้งแต่เริ่มการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022
ต่อมาภายหลังการแถลงข่าว ทรัมป์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
“มีประเด็นสำคัญอยู่หนึ่งหรือสองประเด็น แต่ผมคิดว่าสามารถบรรลุได้” ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ “จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีเซเลนสกีที่จะทำให้สำเร็จ และผมอยากจะบอกว่าประเทศต่างๆในยุโรปต้องมีส่วนร่วมบ้าง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีเซเลนสกีเองด้วย”
เมื่อถูกถามว่าเขาจะให้คำแนะนำอะไรแก่ผู้นำยูเครน ทรัมป์ตอบว่า “ทำข้อตกลง ทำข้อตกลง”
“ทั้งคู่ต้องการให้ผมอยู่ที่นั่น และผมจะอยู่ที่นั่น คุณต้องทำให้สำเร็จ และนี่คือวันสำคัญ ผมคิดว่าไม่ว่าจะอย่างไร นี่คือวันสำคัญ แต่ถ้าเราแก้ไขปัญหานี้ได้ มันก็จะเป็นวันสำคัญจริงๆ เพราะเราจะช่วยชีวิตคนจำนวนมาก” ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว

ปูตินกล่าวในการแถลงข่าวร่วมว่า การหารือครั้งนี้มีประโยชน์และกล่าวว่าจัดขึ้น “ในบรรยากาศที่สร้างสรรค์” เขากล่าวว่ายูเครนเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆประเด็นที่ทั้งคู่ได้หารือกัน โดยประธานาธิบดีรัสเซียยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มความร่วมมือทางการค้าและธุรกิจ รวมถึงความร่วมมือในเขตขั้วโลกอาร์กติกและการสำรวจอวกาศ
ปูตินกล่าวว่าเขา “ให้ความสนใจอย่างจริงใจ” ในการยุติความขัดแย้ง และระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศต่างๆ จะต้อง “พลิกหน้าต่อไป” ซึ่งหมายถึงก้าวไปข้างหน้า ผู้นำรัสเซีย ซึ่งกล่าวเป็นภาษารัสเซียตลอดการแถลงข่าว ยังปิดท้ายด้วยการกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่าการสนทนาครั้งต่อไปกับทรัมป์ควรจัดขึ้นที่กรุงมอสโก ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะที่ทรัมป์ไม่ปฏิเสธ

การหารือระหว่างสองผู้นำใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง ยาวนานกว่าการหารือของทั้งคู่ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี 2018
ทั้งนี้ การประชุมเริ่มต้นด้วยการแสดงที่ตระการตาและน่าตื่นตาตื่นใจ โดยประธานาธิบดีสหรัฐได้ต้อนรับปูตินบนแผ่นดินอเมริกา ซึ่งเป็นการเยือนสหรัฐครั้งแรกของผู้นำรัสเซียในรอบเกือบ 10 ปี ทั้งสองพบกันบนลานจอดเครื่องบิน โดยทรัมป์ปรบมือต้อนรับปูติน จับมืออย่างอบอุ่นและตบแขนเบาๆ
การแสดงรวมถึงการบินผ่านของครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-2 ถือเป็นการแสดงพลังอำนาจของสหรัฐ แต่ก็เห็นว่าทรัมป์วางมือบนหลังของปูตินและพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร ก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินทางด้วยรถลีมูซีนของประธานาธิบดีไปยังสถานที่จัดการประชุมสุดยอด
การประชุมสุดยอดที่จัดขึ้นอย่างเร่งรีบนี้ จัดขึ้นตามคำขอของผู้นำรัสเซีย ถือเป็นคำเชิญครั้งแรกของปูติน ที่เชิญให้ผู้นำสหรัฐร่วมประชุม บนแผ่นดินอเมริกา นับตั้งแต่ที่เขาไปพบหารือจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้นเมื่อปี 2007
ด้านเซเลนสกี ซึ่งไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมด้วย กล่าวว่า ในวันที่ปูตินเจรจากับทรัมป์นั้น รัสเซียสังหารผู้คนไปด้วย และกล่าวเสริมว่าการหารือระหว่างผู้นำยูเครน สหรัฐและรัสเซียจำเป็นต้องเกิดขึ้น
แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ?
ก่อนการหารือ เดอะ การ์เดียน (The Guardian) สื่อแนวทางเอียงซ้ายของอังกฤษรายงานว่า ปูตินจะเสนอแรงจูงใจทางเศรษฐกิจแก่ทรัมป์ในการประชุม เพื่อให้เข้าข้างรัสเซียมากกว่ายูเครน
ผู้นำรัสเซียวางแผนที่จะหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อดึงดูดสัญชาตญาณทางธุรกิจของทรัมป์ ควบคู่ไปกับอนาคตของยูเครน
การประกาศนัดหารือผู้นำสหรัฐและรัสเซียนี้ทำให้รัฐบาลยูเครนและพันธมิตรในยุโรปตั้งตัวไม่ทัน แต่สำหรับปูตินแล้ว มันเป็นสัญญาณของชัยชนะทางการทูตเบื้องต้น นั่นคือการได้หารือกับทรัมป์โดยไม่ต้องผ่อนปรนใดๆ ก่อนและเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายในการตัดสินใจอนาคตของยูเครนที่โต๊ะเจรจากับสหรัฐ
ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวเมื่อ 14 ส.ค.ก่อนการหารือหนึ่งวัน ว่าผู้นำทั้งสองจะหารือกันถึงศักยภาพมหาศาลที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ ในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและสหรัฐ
“คาดว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีต่อไป ซึ่งรวมถึงในด้านการค้าและเศรษฐกิจ” อูชาคอฟกล่าว
“ความร่วมมือนี้มีศักยภาพมหาศาล และน่าเสียดายที่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์” ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าว
นักวิเคราะห์และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซีย ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อร่วมกันวิเคราะห์ว่า ที่น่าสังเกตคือ ปูตินได้นำที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงสองคนมาร่วมกับนักการทูตอาวุโส การที่อันตัน ซิลูอานอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วมด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เขามีบทบาทนำในการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ซึ่งรัฐบาลรัสเซียกำหนดเงื่อนไขสำคัญสำหรับข้อตกลงสันติภาพใดๆ ไว้อย่างต่อเนื่อง
นักวิชาการรัสเซียผู้ใกล้ชิดกั
หากแม้ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงชั่
“ทรัมป์ดูเหมือนจะเข้าใจผิดคิ
“สาเหตุหลัก” ของการโจมตีที่ปูตินมักอ้างถึงนั้นรวมถึงข้
“เนื่องจากสถานการณ์กำลังพั
แต่ถึงแม้จะมีความคาดหวังต่ำ ปูตินก็มีความเสี่ยง การปล่อยทรัมป์ให้กลับทำเนียบขาวมือเปล่าอาจเป็นการยั่วยุผู้นำสหรัฐที่คาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว
โดยสรุปแล้ว อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสู
“ปูตินรู้ว่าทรัมป์มองโลกผ่านมุ