‘รัศม์’ เยือนโมซัมบิก กระชับสัมพันธ์ขอรับประกันความปลอดภัยให้ ปตท.สผ. หลังโครงการผลิตก๊าซชะงัก
‘รัศม์’ และคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเยือนโมซัมบิก เพื่อกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงุทน โดยเฉพาะการขอรับรองความปลอดภัยในการลงทุนของ ปตท.สผ. หลังโครงการผลิตก๊าซหยุดชะงัก เนื่องจากความไม่สงบในพื้นที่
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนประเทศโมซัมบิก ทางใต้ของทวีปแอฟริกา พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. 2568 กล่าวภายหลังการพบหารือมาเรีย มานูเอลลา ดอส ซานโตส ลูคัส (Maria Manuela dos Santos Lucas) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือของโมซัมบิก รวมถึงหน่วยงานราชการ อาทิ กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงเกษตร การประมงและสิ่งแวดล้อม ว่าทางฝ่ายไทยเน้นย้ำเรื่องขอรับประกันความปลอดภัยสำหรับการลงทุนของบริษัท ปตท.สผ. ในโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทำให้การดำเนินการล่าช้าจากกำหนดการเดิม ทั้งนี้เพื่อให้การลงทุนเดินหน้าต่อไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นการขอรับประกันความปลอดภัยจากฝ่ายโมซัมบิกเป็นเรื่องสำคัญในการเยือนครั้งนี้ โดยขอให้มีกองกำลังจากรวันดารักษาความปลอดภัยของทั้งผู้ทำงานและอปุกรณ์การผลิตก๊าซ หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบทำให้ ปตท.สผ.ต้องปิดทำการสำนักงาน
การเยือนครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในความสัมพันธ์สองประเทศ เนื่องจากมีการประชุม Political Consultations ไทย-โมซัมบิก ครั้งแรก หลังจากได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) และอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางเยือนโมซัมบิกอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2556 ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการดำเนินความสัมพันธ์สองประเทศ ในการทบทวน ติดตาม และผลักดันประเด็นความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ
บริษัท ปตท.สผ. ร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ รับสัมปทานการผลิตก๊าซ LPG ในโครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน ที่จังหวัด Cabo Delgado โดยบริษัทถือหุ้นที่ร้อยละ 8.5 มูลค่าลงทุนราว 1,000 ล้านเหรียญ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่งโครงการดังกล่าวมีศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตก๊าซ LPG ที่สําคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากโมซัมบิกมีแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงอยู่เป็นปริมาณมาก และยังมีทําเลที่ตั้งใกล้ชายฝั่งทะเลที่สามารถส่งออกก๊าซธรรมชาติไปสู่ทั้งตลาดเอเชียและยุโรป

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ผลักดันการขายเครื่องจักรการเกษตรของไทยในตลาดโมซัมบิก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ราว 90% ประกอบอาชีพในภาคการเกษตร
ในภาพรวม วัตถุประสงค์การเยือนเพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้านเศรษฐกิจของไทยในโมซัมบิก โดยเฉพาะการลงทุนของ ปตท.สผ. บมจ.อิตาเลียน-ไทย และภาภเอกชนไทยที่เป็นสมาชิกของกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและอุตสาหกรรมนานาชาติของกรุงมาปูโต
สำหรับโมซัมบิกตั้งอยู่ทางใต้ของภูมิภาคแอฟริกา มีพื้นที่ 799,380 ตารางกิโลเมตร และประชากร 34.8 ล้านคน เมืองหลวงคือกรุงมาปูโต มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ (LNG) อัญมณี (ทับทิม) และแหล่งประมงนอกน่านน้ำ โมซัมบิกเคยตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสมากว่า 477 ปี และได้รับเอกราชเมื่อปี 2518 ปัจจุบันใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันโมซัมบิกกําลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีการชะลอตัว และรัฐบาลโมซัมบิกได้เข้าสู่โครงการกู้ยืมเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) ประสบปัญหาการก่อการร้ายโดยกลุ่ม Islamic State-Mozambique และ Ansar al-Sunna ในพื้นที่ของจังหวัด Cabo Delgado ทางตอนเหนือของประเทศตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุนในโครงการก๊าซธรรมชาติ (LNG) ของ ปตท.สผ. โดยได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติในการต่อต้านปัญหาความไม่สงบดังกล่าว อาทิ กองกําลังจาก Southern Development Community (SADC) และประเทศรวันดา