ทรัมป์ชี้ สายไปแล้ว เมื่ออินเดียเสนอลดภาษีเหลือ 0%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อินเดียเสนอลดภาษีนำเข้าเหลือ “0%” อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐเผยข้อเสนอมาในเวลาที่สายไปเสียแล้ว
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า อินเดียเสนอลดภาษีนำเข้า หลังจากที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 50% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อลงโทษกรณีซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
“ตอนนี้พวกเขาเสนอลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% แล้ว แต่มันสายเกินไปแล้ว พวกเขาน่าจะทำเช่นนั้นมาหลายปีแล้ว” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บน Truth Social เมื่อ 1 ก.ย. เวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อเสนอนี้เกิดขึ้นเมื่อใด หรือทำเนียบขาวมีแผนจะเปิดการเจรจาการค้ากับอินเดียอีกครั้งหรือไม่
ภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้าจากอินเดียจากเดิมที่ 25% เป็นสองเท่า ภาษีนำเข้านี้ส่งผลกระทบต่อสินค้ามากกว่า 55% ที่ส่งไปยังสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอและเครื่องประดับมากที่สุด สินค้าส่งออกสำคัญ ๆ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยา ได้รับการยกเว้นภาษี รวมถึงบริษัทแอปเปิล (Apple) ซึ่งลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ขนาดใหญ่ในอินเดียในขณะนี้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยังไม่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ทำเนียบขาวและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐก็เช่นกัน
ภาษีนำเข้าดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่อินเดีย และเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาหลายเดือน อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่เปิดการเจรจาการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ แต่ภาษีศุลกากรที่สูงและนโยบายคุ้มครองการค้าในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น เกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์นม ได้สร้างความผิดหวังให้กับผู้เจรจาฝ่ายสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ ในส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้า อินเดียได้เคยแสดงความเต็มใจที่จะลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์และเวชภัณฑ์ ขณะที่อุปสรรคในเซ็กเตอร์ต่าง ๆ เช่น เกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์นม ยังคงเป็นเส้นที่อินเดียจะไม่ข้าม
อินเดียยังได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อแก้ไขความไม่พอใจของทรัมป์ในปีนี้ รวมถึงการปฏิรูประบบภาษีศุลกากร เพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าสำคัญของสหรัฐ เช่น วิสกี้เบอร์เบิน และรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ที่ผลิตโดยฮาร์ลีย์-เดวิดสัน อิงค์
แต่ทรัมป์รู้สึกไม่พอใจที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นการสนับสนุนเงินทุนสำหรับสงครามในยูเครนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จนกระทั่งใช้มาตรการภาษีลงโทษดังกล่าว