Skip to content

สรุป ใครเป็นใคร ลงทุนเท่าไร ในงานดินเนอร์ เอ็กซ์คลูซีฟของทรัมป์

08 ก.ย. 2568 | 18:35น.
สรุป ใครเป็นใคร ลงทุนเท่าไร ในงานดินเนอร์ เอ็กซ์คลูซีฟของทรัมป์

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่มีผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐเข้าร่วม เพื่อแจ้งแผนการลงทุน 

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัวที่ทำเนียบขาว บริเวณสวนกุหลาบ บุคคลที่เข้าร่วมต้องได้รับเชิญ ซึ่งมีแขกเหรื่อ บุคคลสำคัญและเหล่าซีอีโอในแวดวงเทคโนโลยีชั้นนำ ตอบรับร่วมงานเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแผนธุรกิจของบริษัทในอนาคต

ทรัมป์กล่าวเปิดงานด้วยการคลายความกังวลของบริษัทเทคโนโลยี ที่มีตนเองนั่งโดดเด่นในวงโต๊ะยาวล้อมรอบซ้าย-ขวาด้วยที่นั่งกว่า 30 ที่

“เรากำลังทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับพวกคุณ ทั้งในแง่ของกำลังการผลิตไฟฟ้า การขอใบอนุญาต และการจัดหาพลังงาน เรากำลังนำหน้าจีนอยู่มากทีเดียว” ทรัมป์กล่าวถึงบทบาทของรัฐบาลกลางในการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจทางยุทธศาสตร์ 

ทรัมป์ไล่เรียงถามรอบโต๊ะเพื่อขอให้ผู้บริหารพูดคุยเกี่ยวกับแผนการของบริษัท โดยผู้บริหารผลัดกันเน้นย้ำถึงความพยายามในการขยายธุรกิจในสหรัฐ รวมถึงแสดงความขอบคุณต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทรัมป์บอกว่าแผนการลงทุนดังกล่าวจะสร้างงานหลายตำแหน่ง

บุคคลสำคัญที่ร่วมโต๊ะอาหารค่ำ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (REUTERS/Brian Snyder)

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg)

ซีอีโอของบริษัทเมต้า (Meta) พันธมิตรสำคัญผู้นั่งอยู่ข้างทรัมป์อย่างใกล้ชิด เป็นผู้กล่าวเป็นคนแรก โดยระบุว่า บริษัทเมต้า จะลงทุนอย่างน้อย 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19.6 ล้านล้านบาท) จนถึงปี 2028 ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมว่า นั่นเป็นจำนวนที่เยอะมาก โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ทรัมป์ก็เพิ่งยกย่องบริษัทเมต้า ซึ่งกำลังก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมาในรัฐลุยเซียนา มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท)

บิล เกตส์ ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (REUTERS/Brian Snyder)

บิล เกตส์ (Bill Gates)

ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้นั่งข้างสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างนางเมลาเนีย ทรัมป์ เขายังคงผลักดันความก้าวหน้าและการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ โดยสนับสนุนให้เอไอมีบทบาทในการรักษาโรคต่าง ๆ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับการตัดงบประมาณด้านสุขภาพของรัฐบาล แต่นายเกตส์ก็ขอบคุณทรัมป์สำหรับความเป็นผู้นำที่น่าเหลือเชื่อ และกล่าวว่า ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะนี้กำลัง “เปลี่ยนแปลงโลก”

แซม อัลท์แมน ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (REUTERS/Brian Snyder)

แซม อัลท์แมน (Sam Altman)

ซีอีโอของบริษัท โอเพ่น เอไอ (Open AI) ซึ่งกำลังร่วมมือกับทำเนียบขาวในโครงการ “Project Stargate” มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านล้านบาท) เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเอไอเพิ่มเติม โดยพัฒนาร่วมกับบริษัท ซอฟต์แบงก์ (SoftBank) และออราเคิล (Oracle)

นายอัลท์แมนได้กล่าวกับทรัมป์ว่า “ขอขอบคุณท่านที่เป็นประธานาธิบดีที่สนับสนุนธุรกิจและนวัตกรรมอย่างเต็มที่ นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้เราสามารถเป็นผู้นำของโลกได้ในระยะยาว และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นหากปราศจากความเป็นผู้นำของท่าน”

นอกจากนี้ บริษัท โอเพ่น เอไอ ยังได้ริเริ่มโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐนำเอไอไปปรับใช้งานจริง โดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ได้มอบสัญญามูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.3 พันล้านบาท) แก่บริษัท โอเพ่น เอไอ เพื่อพัฒนาเครื่องมือเอไอสำหรับใช้ในภารกิจทางทหารและความมั่นคงแห่งชาติ

ทิม คุก ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (AP Photo/Alex Brandon)

ทิม คุก (Tim Cook)

ซีอีโอของบริษัทแอปเปิล (Apple) ผู้เคยให้คำมั่นว่า จะลงทุนเพิ่มอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) ในภาคการผลิตของสหรัฐ รวมเป็น 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19.6 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ในมื้อค่ำคราวนี้ เขาได้มอบแผ่นป้ายแก้วประดับบนฐานทองคำ 24 กะรัต ให้แก่ทรัมป์ “ผมขอขอบคุณที่คุณวางแนวทางให้เราได้ลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐ และมีโรงงานผลิตที่สำคัญและทันสมัยอยู่ที่นี่” คุกกล่าว

ซันดาร์ พิชัย ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (AP Photo/Alex Brandon)

ซันดาร์ พิชัย (Sundar Pichai)

ซีอีโอของบริษัท กูเกิล (Google) ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย เพิ่งประกาศเมื่อไม่นานนี้ว่า บริษัทจะทุ่มงบประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 หมื่นล้านบาท) เพื่อกองทุนการศึกษาและการฝึกอบรมอาชีพในสหรัฐ และในงานเลี้ยงครั้งนี้ เขายังระบุว่า จะนำส่วนหนึ่งของงบฯจำนวน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.7 พันล้านบาท) ไปสนับสนุนเทคโนโลยีด้านเอไอ

อเล็กซานเดอร์ หวัง ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (REUTERS/Brian Snyder)

อเล็กซานเดอร์ หวัง (Alexandr Wang)

มหาเศรษฐีวัย 28 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ตอัพชื่อ สเกล เอไอ (Scale AI) บริษัทด้านการจัดการข้อมูลและเร่งการพัฒนาแอปพลิเคชั่นเอไอ โดยบริษัทเมต้าได้ลงทุน 14.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 แสนล้านบาท) และเข้าถือหุ้น 49% ในบริษัท ปัจจุบันนายหวังทำงานให้กับเมต้าในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเอไอ และเป็นหัวหน้าของ Meta Superintelligence Labs ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นายหวังได้เขียนจดหมายถึงทรัมป์ โดยระบุถึงความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องลงทุนในธุรกิจเอไอ

ลิซ่า ซู ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (AP Photo/Alex Brandon)

ลิซ่า ซู (Lisa Su)

ซีอีโอของบริษัท Advanced Micro Devices (AMD) หรือเอเอ็มดี ชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวัน เธอให้การสนับสนุนแผนงานด้านเอไอของรัฐบาลทรัมป์อย่างเปิดเผย โดยรัฐบาลทรัมป์เพิ่งทำการเจรจากับเอเอ็มดีและเอ็นวิเดียเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการเสนอเก็บภาษีนำเข้า GPU 15% ไปยังจีน

จามัท ปาลีหปิติยะ และภรรยา ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (REUTERS/Brian Snyder)

จามัท ปาลีหปิติยะ (Chamath Palihapitiya)

ผู้ก่อตั้งบริษัท โซเชียล แคปปิตอล (Social Capital) บริษัทร่วมทุนที่มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยีและสตาร์ตอัพ อีกทั้งเขายังและหนึ่งในผู้ร่วมจัดรายการพอดแคสต์ “All-In” ซึ่งได้รับความนิยมสูงในแวดวงธุรกิจ เทคโนโลยี และการลงทุน

เดวิด แซกส์ ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (AP Photo/Alex Brandon)

เดวิด แซกส์ (David Sacks)

ผู้ประกอบการและนักลงทุนชาวแอฟริกาใต้-อเมริกัน ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และหนึ่งในผู้ร่วมจัดรายการพอดแคสต์ “All-In” ในเดือน ธ.ค. 2024 เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รู้จักกันในชื่อ “เอไอแห่งทำเนียบขาวและซาร์แห่งคริปโต”

คาเมรอน วิลสัน ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (AP Photo/Alex Brandon)

คาเมรอน วิลสัน (Cameron Wilson)

ประธานองค์กรไม่แสวงผลกำไร Code.org ซึ่งมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วสหรัฐ และได้รับการสนับสนุนจากกูเกิล 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 95 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมอบทุนสนับสนุนด้านการศึกษาเอไอของบริษัทกูเกิล

สัตยา นาเดลลา ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัว ที่ทำเนียบขาว วันที่ 4 กันยายน 2025 (REUTERS/Brian Snyder)

สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella)

ซีอีโอของบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) เขาได้กล่าวขอบคุณทรัมป์ที่เชิญมาร่วมรับประทานอาหารค่ำร่วมกันเพื่อหารือนโยบายต่าง ๆ ที่ทรัมป์ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้สหรัฐเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี อีกทั้งกล่าวว่า สิ่งที่ทรัมป์กำลังทำอยู่ เป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคง ทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถใช้และเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของเราได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และจะลงทุนสูงถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.5 ล้านล้านบาท) ต่อปี

 

อีลอน มัสก์ (REUTERS/File Photo)

อย่างไรก็ดี อีลอน มัสก์ (Elon Musk) หัวหน้าบริษัท Tesla SpaceX และ X ไม่ได้อยู่ลิสต์ในรายชื่อที่ทรัมป์เชิญมารับประทานอาหารค่ำด้วย แม้ครั้งหนึ่งมัสก์จะเคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ และเคยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำ DOGE โครงการที่ออกแบบมาเพื่อลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองของรัฐบาลกลาง

แต่ทั้งสองกลับมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่น ตั้งแต่การพิพาทที่กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อต้นปี 2025 เนื่องจากความเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับร่างกฎหมาย “Big Beautiful Bill” ของทรัมป์ ซึ่งมัสก์กล่าวหาร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างรุนแรงว่า “โง่เง่า” โดยให้เหตุผลว่า มันจะผลักดันให้การใช้จ่ายและระดับหนี้ของรัฐบาลกลางพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้แล้ว ทำเนียบขาวยืนยันว่า รายชื่อแขกที่จะมาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำนี้ยังมี เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ผู้ก่อตั้งบริษัท กูเกิล, เกร็ก บรอกแมน (Greg Brockman) ผู้ก่อตั้งบริษัท โอเพ่น เอไอ, ซาฟรา แคตซ์ (Safra Catz) ซีอีโอของบริษัทออราเคิล, เดวิด ลิมป์ (David Limp) ซีอีโอของบริษัท บลู ออริจิ้น (Blue Origin), ซันเจย์ เมห์โรทรา (Sanjay Mehrotra) ซีอีโอของบริษัท ไมครอน (Micron), วีเวก รานาดิเว (Vivek Ranadive) ประธาน TIBCO Software, ชยาม ซันการ์ (Shyam Sankar) ผู้บริหารของ Palantir ฯลฯ

 

อ้างอิง : Bloomberg, Business Insider, Euro News