นายฆาเวียร์ มีเล (Javier Milei) ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ประกาศมาตรการระงับภาษีส่งออกสินค้าเกษตรกรรมสำคัญหลายชนิดของประเทศเป็นการชั่วคราว เป็นครั้งแรก เพื่อกระตุ้นซัพพลายเงินดอลลาร์และลดแรงกดดันต่อค่าเงินเปโซ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลอาร์เจนตินา ภายใต้นายฆาเวียร์ มีเล (Javier Milei) ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ประกาศมาตรการระงับภาษีส่งออกพืชผลสำคัญหลายชนิดของประเทศ เป็นการชั่วคราว เพื่อกระตุ้นซัพพลายเงินดอลลาร์ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินา
มาตรการนี้จะส่งผลให้เกษตรกรถั่วเหลืองได้รับรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเงินเปโซ ประมาณ 25% ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เกษตรกรข้าวโพดและข้าวสาลีจะได้รายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 10% และจะมีผลจนถึงวันที่ 31 ต.ค. หรือจนกว่ายอดขายพืชผลทางการเกษตรภายใต้มาตรการใหม่นี้จะถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.2 แสนล้านบาท) โดยมีเป้าหมายเพื่อการลดค่าเงิน มุ่งเป้าไปที่เกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ควบคุมเงินดอลลาร์ที่ไหลเข้าประเทศมากที่สุด
ข้อดีของมาตรการนี้ จะช่วยให้นายมีเล ซึ่งกำลังเจรจาขอความช่วยเหลือฉุกเฉินกับรัฐบาลสหรัฐอยู่ สามารถหลีกเลี่ยงการลดค่าเงินโดยตรง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและสร้างความยากลำบากแก่ชาวอาร์เจนตินามากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม มาตรการนี้ก็มีต้นทุนที่สูงไม่แพ้กัน คือการสูญเสียรายได้ที่จำเป็นกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลที่สร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในตลาดจากการสร้างสมดุลทางงบประมาณ
ฮิเมนา ซูนิกา (Jimena Zuniga) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอาร์เจนตินาของบลูมเบิร์กกล่าวว่า มาตรการนี้อาจกระทบต่อรายได้การคลัง แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องรองในวันนี้ เหมือนกับว่า คุณรอดชีวิตจากอุบัติเหตุใหญ่มาได้ โดยมีแค่แขนที่หัก
มาตรการใหม่นี้ ร่วมกับการยื่นข้อเสนอช่วยเหลือจากสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ก่อนหน้านี้ จะช่วยชะลอการลดค่าเงินในวงกว้างออกไป จนกว่าจะสิ้นสุดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ทำให้นายมีเลสามารถหาเสียง โดยชูประเด็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีเสถียรภาพและเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงได้ หากไม่มีสองเสาหลักนี้ เขาอาจเสี่ยงที่จะสูญเสียเสียงสนับสนุนในรัฐสภา ซึ่งอาจทำให้การปฏิรูปเศรษฐกิจของกลุ่มเสรีนิยมต้องหยุดชะงัก
อีกทั้งนายมีเลมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในวันนี้ (23 ก.ย.) เวลา 11.45 น. ตามเวลาตะวันออก (ET)
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เงินเปโซแข็งค่าขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยพุ่งขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวของสินทรัพย์ในอาร์เจนตินา และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ธนาคารกลางอาร์เจนตินาไม่จำเป็นต้องเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
รายงานของคณะกรรมการการค้าโรซาริโอ (Rosario Board of Trade) ประจำวันที่ 29 ส.ค. ระบุว่า ยอดการส่งออกสินค้าเกษตรสุทธิของอาร์เจนตินาจะปิดสิ้นปีอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 9.2 แสนล้านบาท) โดยในจำนวนนี้มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) ที่คาดว่าจะมาจากช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. โดยปัจจุบัน ภาษีส่งออกสำหรับสินค้าหลักมีอัตราดังนี้ กากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของอาร์เจนตินา และน้ำมันถั่วเหลือง อยู่ที่ 24.5% ในขณะที่ถั่วเหลือง อยู่ที่ 26% และข้าวโพดและข้าวสาลี อยู่ที่ 9.5%
แม้ว่าอาร์เจนตินาจะเคยปรับลดภาษีการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วงวิกฤตค่าเงินเป็นประจำ แต่การยกเลิกภาษีทั้งหมด แม้จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว นับเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน