เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

UN ยินดีกฎหมายฉบับใหม่ว่าด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ของไทย

25 ก.ย. 2568 | 16:20น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติยินดีกับกฎหมายฉบับใหม่ว่าด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมเรียกร้องให้มีการรับรองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง

เมื่อ 24 กันยายน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยินดีกับการประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ของไทยว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

“การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ และการรับรองภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าและบทบาทที่สำคัญของพวกเขาต่อประเทศชาติ” ซินเทีย เวลิโก ผู้แทน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

“กฎหมายนี้ทำให้ชุมชนที่ถูกทำให้อยู่ชายขอบมาอย่างยาวนาน มีเสียงที่แท้จริงในการกำหนดการตัดสินใจที่มีผลต่อชีวิตของพวกเขา”

พระราชบัญญัติการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ยืนยันหลักการความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ ห้ามมิให้มีการใส่ร้ายและการแสดงถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มชาติพันธุ์ และรับรองสิทธิมนุษยชนหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองภาษา ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมประเพณี การเข้าถึงการศึกษาที่ชุมชนกำหนดเอง บริการสาธารณะและสวัสดิการ ตลอดจนสิทธิในที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ภายใน “พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์” ที่สำคัญ กฎหมายฉบับนี้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ในการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา

รวมถึงการจัดตั้งสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทยเป็นตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย

สำนักงานประจำภูมิภาคมีความเห็นว่า บทบัญญัติบางประการยังสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้กฎหมายบรรลุศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้รับรองสถานะของชนเผ่าพื้นเมืองโดยชัดเจน และหลักการ “การให้ความยินยอมโดยมีการบอกแจ้ง เข้าใจล่วงหน้า และเป็นอิสระ” (Free, Prior and Informed Consent-FPIC) ถูกสะท้อนเพียงบางส่วนเท่านั้น ทั้งที่ประเทศไทยให้การรับรองปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง (UNDRIP) เมื่อปี 2550 ซึ่งมีบทบัญญัติเรื่องสิทธิเชิงกลุ่มในการดำรงอัตลักษณ์ (Collective Rights to an Identity) ของชนเผ่าพื้นเมือง นอกจากนี้ ยังคงมีข้อจำกัดของสิทธิชุมชนในที่ดินภายใต้กฎหมายคุ้มครองป่าไม้ที่เข้มงวด

“การรับรองสถานะของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างชัดเจน แยกจากกลุ่มชาติพันธุ์หรือชนกลุ่มน้อยนั้น เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรับรองความผูกพันอันลึกซึ้งของพวกเขาที่มีต่อผืนดินและทรัพยากร ตลอดจนสิทธิทางกฎหมายที่ตามมา

การรับรองดังกล่าวถือเป็นรากฐานสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะธรรมเนียมปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง” เวลิโก กล่าวเพิ่มเติม