นิสสันคาดในปีงบประมาณ 2025 จะขาดทุนจากการดำเนินงาน 275,000 ล้านเยน โดยเกิดการแข่งขันที่ดุเดือด ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และความผันผวนตามฤดูกาลของธุรกิจ ในช่วงครึ่งปีหลัง
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัท นิสสัน (Nissan) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า จะขาดทุนจากการดำเนินงาน 275,000 ล้านเยน (ราว 5.76 หมื่นล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณ 2025 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2026
นับเป็นครั้งแรกที่นิสสันเปิดเผยข้อมูลการคาดการณ์ขาดทุนจากการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2025 โดยช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ (เมษายน-กันยายน) นิสสันปรับปรุงการคาดการณ์งบดุลในทิศทางที่ดีขึ้น โดยคาดว่าจะขาดทุนที่ 30,000 ล้านเยน (ราว 6.29 พันล้านบาท) จากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขาดทุน 180,000 ล้านเยน (ราว 3.77 หมื่นล้านบาท)
เจเรมี ปาแปง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินนิสสัน กล่าวว่า แม้มาตรการลดต้นทุนจะสะท้อนผลดีชั่วคราว ในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2025 แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลัง จะต้องเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่ดุเดือด ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และความผันผวนตามฤดูกาลของธุรกิจ
ปาแปง กล่าวถึง “ความเสี่ยงด้านอุปทาน” สองประการสำหรับครึ่งปีหลัง (ตุลาคม-มีนาคม) ได้แก่ ข้อจำกัดในการจัดหาชิปรถยนต์จากบริษัท เน็กซ์พีเรีย (Nexperia) หลังเกิดความตึงเครียดระหว่างเนเธอร์แลนด์และจีน และความเกี่ยวเนื่องจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานซัพพลายเออร์อะลูมิเนียม ในอเมริกาเหนือ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อการผลิตของนิสสัน
ปาแปงระบุเพิ่มเติมว่า ความเสี่ยงทั้งสองนี้ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงหรือเกิดแต่กับนิสสัน โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฮอนด้าก็เพิ่งระงับการผลิตรถยนต์ในเม็กซิโก เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนชิปเน็กซ์พีเรีย ซึ่งเป็นเซมิคอนดักเตอร์พื้นฐานที่ใช้ในรถยนต์เกือบทุกคัน เป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ ในอเมริกาเหนือและทั่วโลก
ด้านข้อมูลจาก บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า นิสสันกำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงินที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ นับตั้งแต่เกือบล้มละลาย แต่กลับมาได้เพราะความช่วยเหลือจากเรโนลต์ (Renault) บริษัทรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี นิสสันยังต้องดิ้นรนกับกำไรที่ลดลงอย่างฮวบฮาบและหนี้สินมหาศาล จากการเปลี่ยนซีอีโอบ่อยครั้ง ผลิตภัณฑ์ไม่ดึงดูดใจ และยอดขายที่อ่อนแอทั้งในสหรัฐและจีน
อีวาน เอสปิโนซา ซีอีโอนิสสันระบุว่า จะลดตำแหน่งงาน 20,000 ตำแหน่ง และลดการดำเนินงานด้านการผลิตทั่วโลกจาก 17 แห่ง เหลือ 10 แห่ง โดยส่วนสำคัญในแผนการนี้คือ การควบคุมกำลังการผลิตส่วนเกิน รวมถึงการย้ายฐานการผลิตในเม็กซิโก จากโรงงาน Civac ในเมือง Cuernavaca ไปยังเมือง Aguascalientes ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ และการยุติการผลิตในโรงงานออปปามะ จังหวัดคานากาวะ ซึ่งเป็นโรงงานหลักในญี่ปุ่น ภายในเดือนมีนาคม 2028
อย่างไรก็ดี ทัตสึโอะ โยชิดะ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 ซึ่งขาดทุนน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เป็นผลจากต้นทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและปัจจัยอื่น ๆ มากกว่าจะเป็นเพราะการปรับปรุงแก้ไขของนิสสัน และยังไม่ชัดเจนว่า ความคืบหน้าจะเป็นไปตามแผนของนิสสันหรือไม่