เดือนตุลาคม 2025 ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ลดลง 0.8% เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ผลจากการทยอยยกเลิกโครงการแลกเปลี่ยนรถยนต์
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ในเดือนตุลาคม 2025 ยอดขายรถยนต์ส่วนบุคคลในจีนลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เนื่องจากการทยอยยกเลิกโครงการแลกเปลี่ยนรถยนต์ของรัฐบาลท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดอุปสรรคต่อเนื่องต่อดีมานด์รถยนต์
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจีน (China Passenger Car Association : CPCA) ระบุว่า ในเดือนตุลาคม ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทั้งรถเก๋ง รถ SUV และรถมินิแวน ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยเหลือ 2.27 ล้านคัน
และหากไม่นับยอดขายเดือนมกราคม ซึ่งโดยปกติแล้วจะอ่อนตัวลงเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ครั้งนี้ถือเป็นการหดตัวครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024
การเติบโตของยอดขายรถอีวีและรถไฮบริดแบบปลั๊ก-อิน ชะลอตัวลง โดยเพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับที่เพิ่มขึ้น 15.5% ในเดือนกันยายน
ขณะนี้มณฑลต่าง ๆ และเมืองใหญ่ รวมถึงเซี่ยงไฮ้ กำลังทยอยยกเลิกโครงการอุดหนุนรถแลกรถ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของยอดขายรถยนต์จีนในปี 2025 เนื่องจากผู้ซื้อจะได้รับเงินอุดหนุนหลายพันหยวนสำหรับการเปลี่ยนรถเก่า ทำให้มีการยื่นคำขอเปลี่ยนรถมากกว่า 10 ล้านรายการ ในปีนี้ จนถึงวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามข้อมูลของรัฐบาล
แม้จะสิ้นสุดการอุดหนุนแล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ยังคงเผชิญความท้าทายระยะยาว จากกำลังการผลิตที่มากเกินไป และสงครามราคาที่ยืดเยื้อกดดันผู้ผลิตรถ
การที่รัฐบาลจีนพยายามกำจัดปัญหาสงครามราคาให้หมดไป ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องหาทางบรรลุเป้าหมายยอดขายประจำปี โดยปราศจากแรงขับเคลื่อนอุปสงค์ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งไป คือโครงการของรัฐดังกล่าว
ชุย ตงชู เลขาฯ CPCA ระบุว่า ช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีกต้นเดือนตุลาคมในปีนี้ ซึ่งหยุดนานกว่าปีที่แล้ว ก็ส่งผลกระทบต่อยอดขายเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ CPCA ยังระบุเพิ่มว่า แม้ตัวเลขในเดือนตุลาคมจะอ่อนแอลง แต่ขายรถยนต์ปลีกในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ กลับเพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า