China Trading Desk บริษัทวิจัยตลาดคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นอาจสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท) ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงช่วงสิ้นปี หลังความขัดแย้งทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวันทวีความรุนแรงขึ้น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ญี่ปุ่นอาจสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท) ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงช่วงสิ้นปี 2025 เพราะนักท่องเที่ยวจีนอาจยกเลิกการเดินทาง เนื่องจากจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้น
จากข้อมูลของ China Trading Desk บริษัทวิจัยตลาดซึ่งเชี่ยวชาญด้านข้อมูลการเดินทางระบุว่า เที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่นจากทั้งหมด 1.44 ล้านเที่ยวตามแผนเดิม ครอบคลุมช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2025 ยกเลิกราว 30% นับตั้งแต่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ที่รัฐบาลจีนแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น ในส่วนราว 70% มาจากผู้ที่ใกล้ถึงกำหนดเดินทาง กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบิน อีกทั้งยอดจองใหม่ยังไม่ปรากฏ
ซูบรามาเนีย ภัตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร China Trading Desk กล่าวว่า ตัวเลขการยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวกำลังทำให้ญี่ปุ่นต้องสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท) และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท) ในอนาคต โดยอ้างอิงจากการประมาณการว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายมากกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 2.9 หมื่นล้านบาท) จากข้อมูลการใช้จ่ายในต่างประเทศของยูเนี่ยนเพย์ (Union Pay) และบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินในต่างประเทศรายอื่น ๆ
ขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการโจมตีอย่างหนัก ในช่วงเวลาที่เปราะบาง หลังซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวในรัฐสภาว่า การโจมตีไต้หวันของจีน ถือเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น อาจก่อให้เกิดการตอบโต้ทางทหาร ส่งผลให้วันที่ 19 พฤศจิกายน รัฐบาลจีนประกาศระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั้งหมด อีกทั้งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคที่สำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมาก และชาวจีนก็เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่
ภัตต์กล่าวว่า การประกาศแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าญี่ปุ่นอย่างชัดเจนนี้ ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวดกว่าที่เคยเห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยนักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกที่จะเปลี่ยนแผนการเดินทาง และในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สิงคโปร์และเกาหลีใต้มียอดจองตั๋วใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 15% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวไทย มาเลเซีย และเวียดนาม มีแนวโน้มการเติบโตสูงถึง 11% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
สายการบินจีนส่วนใหญ่ รวมถึงคาเธ่ย์แปซิฟิค (Cathay Pacific) ของฮ่องกง กำลังยกเว้นค่าธรรมเนียมการยกเลิกตั๋วโดยสารไปญี่ปุ่น ส่งผลให้ยอดการยกเลิกตั๋วเพิ่มขึ้น อีกทั้งบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทเอเยนซี่ท่องเที่ยวของรัฐบาลจีนอย่างน้อย 2 แห่งยกเลิกการจองเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งมีการจองไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก AeroRoutes ซึ่งเป็นบริการข้อมูลตารางการบิน ระบุว่าสายการบินจีนเริ่มยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่นแล้ว โดย Juneyao Air กำลังลดเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นลง 24% จาก 114 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะที่ China Eastern Airlines ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางกรุงปักกิ่ง-นครโอซากา 6 เที่ยวบินจาก 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็นการชั่วคราว
Fuji News Network (FNN) สื่อสัญชาติญี่ปุ่นรายงานว่าโรงแรมหลายแห่งกำลังเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบ อาทิ โรงแรมกามาโกริ ในจังหวัดไอจิ ซึ่งมีผู้เข้าพักมากถึง 60% จองผ่านตัวแทนท่องเที่ยวจีน พบว่ามีการยกเลิกจองเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม โรงแรมระบุว่าในเดือนพฤศจิกายนเพียงเดือนเดียวมีกรุ๊ปทัวร์ 28 กรุ๊ป รวมประมาณ 1,000 คน ยกเลิกการจอง
ขณะที่ Hokkaido Broadcasting รายงานว่า โรงแรมซัปโปโรสตรีม ซึ่งรองรับผู้เข้าพักชาวจีนประมาณ 3,000 คนในแต่ละเดือน พบว่ามีการยกเลิกจองห้องพักประมาณ 40 ห้อง ส่งผลให้ขาดทุนประมาณ 800,000 เยน (ราว 165,000 บาท)
ก่อนมีคำเตือนเรื่องการเดินทาง ยอดจองตั๋วเครื่องบินจีน-ญี่ปุ่น จนถึงสิ้นปีเพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อพิจารณาจากยอดยกเลิกเที่ยวบินในปัจจุบัน ถือว่าต่ำกว่าปีที่แล้ว โดยเส้นทางบินจากเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกว่างโจว ไปยังโตเกียวและโอซากา เป็นเส้นทางที่มีการยกเลิกเที่ยวบินมากที่สุด
การท่องเที่ยวญี่ปุ่น
ตามข้อมูลรัฐบาล ภาคการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเติบโตเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งหลั่งไหลเข้ามาเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในแต่ละปี และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 27% ของการบริโภคภายในประเทศทั้งหมด ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ที่ผ่านมา โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 240,000 เยน (ราว 50,000 บาท) ระหว่างการเที่ยว
เงินเยนที่อ่อนค่าลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันดีมานด์สินค้าระดับไฮเอนด์ การช็อปปิ้งสินค้าหรูของชาวจีนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่น เมื่อปี 2024 คิดเป็นเพิ่มประมาณ 120% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 โดยการยกเลิกการเดินทางอย่างต่อเนื่องในปีนี้ อาจทำให้ยอดช็อปปิ้งสินค้าหรูในภูมิภาคลดลงมากถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ (ราว 1.9 หมื่นล้านบาท) ตามข้อมูลของ China Trading Desk
“อย่างไรก็ตาม การยกเลิกการเดินทางส่วนใหญ่ ยังคงจำกัดอยู่แค่ช่วงปลายปี และการจองในเดือนมกราคมยังคงทรงตัว นั่นแสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงหวังว่า สถานการณ์จะคลี่คลายลง” ภัตต์กล่าว