Skip to content

‘ปูติน’ ดิ้นรีดภาษีรัสเซีย หาทุนทำ ‘สงครามยูเครน’

26 พ.ย. 2568 | 17:18น.
‘ปูติน’ ดิ้นรีดภาษีรัสเซีย หาทุนทำ ‘สงครามยูเครน’
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์และนักสังเกตการณ์สถานการณ์สงครามในยูเครน มักให้ความเห็นตรงกันประการหนึ่งว่า จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ มาตรการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจที่โลกตะวันตกนำมาใช้เล่นงานรัสเซีย เพื่อตอบโต้การส่งกำลังทหารบุกเข้าไปเพื่อยึดครองยูเครนนั้น ไม่ได้ผล ในช่วง 2 ปีแรกของสงคราม เศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซียไม่เพียงไม่พังทลาย ยังขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับนอกเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้ วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำสูงสุดของรัสเซีย ยังคงมีต้นทุนสำหรับทำสงครามยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในรัสเซียหลังสุด กลับพบว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าว เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจากการเทเงินมหาศาลออกมาใช้เพื่อการทำสงคราม ในเวลานี้ เศรษฐกิจที่แท้จริงของรัสเซียกำลังชะลอตัวอย่างรุนแรง รายได้จากการขายพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันลดลง ภาวะขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงขึ้น จนแม้แต่งบประมาณรายจ่ายสำหรับการทำสงครามก็ไม่สามารถทรงตัวอยู่ในระดับเดิมได้อีกต่อไป

เห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลเครมลิน จำเป็นต้องแสวงหาเงินเข้าคลังเพิ่มเติม เพื่อรักษาสถานะทางการเงินของรัฐให้มีเสถียรภาพ ปัญหาใหญ่ก็คือ จะหาเม็ดเงินที่ว่านั้นมาจากไหน การตัดสินใจล่าสุดของรัฐบาลรัสเซียสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า แหล่งที่มาของรายได้ภาครัฐหมดลงไปมากขึ้นทุกที เพราะในที่สุดปูตินก็ตัดสินใจ รีดเลือดจากปู นั่นคือการขูดรีดเงินเพิ่มจากประชาชนทั่วไป และธุรกิจขนาดเล็ก รากฐานชั้นต่ำสุดของเศรษฐกิจในปัจจุบัน

เริ่มด้วยการปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่เดิมเรียกเก็บอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็น 22 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดหมายว่าการเพิ่มแวตดังกล่าวนี้ จะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นได้มากถึง 1 ล้านล้านรูเบิล ร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องนี้ กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสภารัสเซีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นสภาตรายางอยู่แล้ว ทำให้คาดกันว่าจะสามารถผ่านสภาออกมาได้แบบสบาย ๆ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่จะถึงนี้ต่อไป

นอกจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สิ่งที่ทางการเครมลินดำเนินการควบคู่กันไปด้วยก็คือ การลดฐานรายได้ของธุรกิจที่จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับรัฐลงสู่ระดับต่ำกว่าเดิมหลายเท่าตัว จากเดิมที่เคยเรียกเก็บจากธุรกิจใด ๆ ที่ทำรายได้ต่อปีรวมกันเกินกว่า 60 ล้านรูเบิล ลงมาให้เหลือเพียงแค่ 10 ล้านรูเบิลในช่วงเวลา 1 ปีเท่านั้น (ราว 4 ล้านบาท)

โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อยับยั้งความพยายามหลีกเลี่ยงไม่จ่ายภาษีของบรรดาบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้วิธีการแยกการปฏิบัติงานของตนออกจากกัน เพื่อให้รายได้รวมต่อปีไม่ถึงระดับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือว่า มาตรการทางภาษีใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็ก ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด อย่างเช่น ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กตามหัวมุมถนน หรือแม้กระทั่งร้านเสริมสวย ที่ไม่เพียงต้องหันมาเตรียมเงินจำนวนหนึ่งไว้สำหรับจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม ยังต้องเริ่มวุ่นวายหาทางเรียกเก็บแวตจากลูกค้าพร้อมกันไปด้วยอีกต่างหาก

นอกเหนือจากนั้น รัฐบาลเครมลินยังเสนอให้เพิ่มภาษีสำหรับสุรา ไวน์ เบียร์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย ตัวอย่างเช่น สุราดีกรีสูง อย่างเช่น วอดก้า ซึ่งแต่เดิมเคยจ่ายภาษีในอัตรา 34 รูเบิลต่อลิตร จะถูกปรับให้สูงขึ้นอีก 84 รูเบิลต่อลิตร แม้แต่ค่าธรรมเนียมสำหรับการต่ออายุใบขับขี่ ทั้งที่เป็นใบขับขี่ทั่วไปในประเทศและใบขับขี่สากล ก็ถูกปรับให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เรียกกันว่ารีดกันในทุกวิถีทาง รายงานข่าวในท้องถิ่นอ้างว่า แม้แต่ภาษีสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

รวมทั้งสมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊ก ยังอาจถูกปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 5,000 รูเบิลอีกด้วย

นักวิเคราะห์ชี้ว่า หลังจากทำสงครามในยูเครนมานาน 3 ปีครึ่ง ในที่สุด ปูตินก็กำลังเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า จะเลือกเดินหน้าทำศึกต่อด้วยการทุ่มเงินมหาศาลให้กับกองทัพต่อไป หรือจะเลือกใช้งบประมาณที่จำกัดจำเขี่ยเพื่อสามัญชนในประเทศดี ผู้สื่อข่าวของเอพีที่เดินทางเข้าไปรายงานข่าวจากมอสโกระบุว่า ชาวบ้านทั่วไปในมอสโกเชื่อว่า ในที่สุดมาตรการเหล่านี้จะส่งผลให้ราคาสินค้าถีบตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในหมวดอาหาร และผลกระทบก็จะตกหนักอยู่กับคนที่มีรายได้น้อยในเขตที่เศรษฐกิจยากจนกว่าเป็นสำคัญ

บางคนเชื่อว่า การบังคับให้ธุรกิจขนาดเล็กต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม จะส่งผลเสียต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐในที่สุด สเวตลานา มาร์ติโนวา บอกว่า ธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านั้นในที่สุดก็จะทนไม่ได้ ล้มหายตายจากไป ผลก็คือ แทนที่รัฐจะได้เม็ดเงินมากขึ้นกลับจะเรียกเก็บได้น้อยลง

อันเดร โอลคอฟสกี้ ผู้อำนวยการอัฟโตดอม ดีลเลอร์รถยนต์รายใหญ่เปิดเผยด้วยว่า ตั้งแต่ 1 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป รัฐบาลจะยกเลิกค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า โดยจะหันไปใช้อัตราเชิงพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งแพงขึ้นนับเป็นหลายแสนรูเบิลแทน มาตรการนี้ดูเหมือนจะเป็นการส่งเสริมการผลิตและการลงทุนภายในประเทศ แต่โอลคอฟสกี้ชี้ว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะตลาดรถยนต์รัสเซียเล็กมาก แถมยังขาดเงินลงทุน เพราะอัตราดอกเบี้ยสูงลิ่ว

เขาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การขึ้นภาษีก็ดี ขึ้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ก็ดี ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อราคาที่ผู้บริโภคในขั้นตอนสุดท้ายต้องควักกระเป๋าจ่าย เมื่อทุกอย่างแพงขึ้น พวกเขาก็จำเป็นอยู่ดี ต้องเรียกร้องค่าแรงเพิ่มขึ้น สุดท้ายทุกอย่างรอบตัวเราก็จะแพงขึ้นตามไปโดยอัตโนมัติ

เศรษฐกิจของรัสเซียหดตัวลงมาตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยคาดว่าปีนี้จะขยายตัวเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ในปี 2023 และ 2024 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอยู่ที่ 16.5 เปอร์เซ็นต์ เพราะหวังจะกดอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ไม่เกิน 8 เปอร์เซ็นต์ รายได้จากการขายน้ำมันดิบในปีนี้ลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะราคาตลาดโลกลดลง การขาดดุลงบประมาณเพิ่มจาก 1.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว เป็น 2.6 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่สามารถกู้ยืมใด ๆ จากตลาดเงินตลาดทุนระหว่างประเทศได้เลย

อเล็กซานดรา โพรโคเปนโก้ นักวิชาการจากศูนย์คาร์เนกี เพื่อการศึกษายูเรเซีย-รัสเซีย ในเบอร์ลิน เชื่อว่าในระยะสั้น 12-14 เดือนข้างหน้า ปูตินอาจจะยังมีเงินสำหรับลงทุนทำสงครามในยูเครนต่อได้ แต่หลังจากนั้นก็จำเป็นต้องเลือกระหว่างการทำสงครามต่อ แล้วปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนจากสงครามแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม หรือจะยุติสงครามไว้เพียงแค่นี้แน่นอน