ข้อความเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 15 ธ.ค.2025 เวลา 13.49 น.และอัพเดตเวลา 16.10 น.
ผู้นำสหรัฐขู่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากไทยและกัมพูชา พร้อมยุติข้อตกลงการค้า หากไม่ยุติสงคราม ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ได้ขู่ใช้มาตรการภาษีในระหว่างการหารือกับนายกฯ เมื่อคืนวันที่ 12 ธันวาคม ตามเวลาไทย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยและกัมพูชา หากทั้งสองประเทศไม่ยุติสงคราม ในรายงานข่าวโดยวอลล์สตรีต เจอร์นัล เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2025 และสำนักข่าว ทาส (TASS) ของรัสเซียที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2025
รายงานดังกล่าวอ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์ของทรัมป์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีตเจอร์นัลเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา
“ผมเพิ่งขู่ว่าจะขึ้นภาษีเมื่อประมาณ 10 นาทีที่แล้ว…เพื่อยุติความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นใหม่ระหว่างกัมพูชาและไทย” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์กล่าวเสริมว่า เขาบอกกับผู้นำของทั้งสองประเทศว่า “ถ้าพวกคุณทำสงคราม ผมจะไม่เพียงแต่ยกเลิกข้อตกลงทางการค้าที่เรามีเท่านั้น แต่ผมจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศของคุณด้วย ไม่มีใครทำได้เหมือนผม”
โฆษกทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หวังว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเตือนว่าเขาจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากจำเป็น เพื่อยุติการฆ่าฟันและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคมว่า เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชา และอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และอ้างว่าผู้นำทั้งสองตกลงที่จะยุติการสู้รบ
นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซียเรียกร้องให้กัมพูชาและไทยยอมรับการหยุดยิงในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 13 ธันวาคมเช่นกัน
ในประเด็นที่ผู้นำสหรัฐอาจใช้มาตรการภาษี อ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์ในวอลล์สตรีต เจอร์นัล นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าว ในการแถลงข่าวพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ (15 ธันวาคม) ว่าในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำสหรัฐและนายกฯ เมื่อคืนวันที่ 12 ธันวาคม ไทยยืนยันว่าไม่มีข้อบ่งชี้เรื่องการใช้มาตรการภาษีจากผู้นำสหรัฐ และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการใช้มาตรการนี้ สองฝ่ายเห็นพ้องกลับมาเจรจาการค้ากันต่อ ดังนั้น การหารือการค้ายังดำเนินต่อไป