Skip to content

สื่อนอกรายงาน มหาอำนาจหนุนไทย ? สงครามปราบสแกมเมอร์ ชายแดนกัมพูชา

19 ธ.ค. 2568 | 14:13น.
สื่อนอกรายงาน มหาอำนาจหนุนไทย ? สงครามปราบสแกมเมอร์ ชายแดนกัมพูชา

กองทัพไทยกล่าวว่าการปะทะกันบริเวณชายแดนกัมพูชาเป็นสงครามต่อต้านมิจฉาชีพด้วย แสดงให้เห็นว่าไทยกำลังพยายามวางตัวให้สอดคล้องกับทั้งรัฐบาลสหรัฐและจีน ซึ่งต่างผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปราบปรามการฉ้อโกง

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า กองทัพไทยได้เปลี่ยนมุมมองการปะทะที่รุนแรงกับกัมพูชาให้เป็นการต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์ โดยเพิ่มแรงจูงใจใหม่สำหรับการโจมตีทางอากาศข้ามชายแดน ซึ่งระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อกำจัดมิจฉาชีพ

กองทัพภาค 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปะทะบริเวณชายแดนกล่าวในสัปดาห์นี้ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น “สงครามต่อต้านกองทัพมิจฉาชีพ” โดยเป็นการต่อสู้ในแนวหน้ากับภัยคุกคามระดับโลกจากแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งปฏิบัติการอยู่ทั่วประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว และเมียนมา

ท่าทีใหม่ของไทยเชื่อมโยงวิกฤตการณ์สองอย่างที่กำลังคุกรุ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน คือ สงครามชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายสิบราย และทำให้ผู้คนพลัดถิ่นกว่าครึ่งล้านคน และระบบนิเวศของมิจฉาชีพที่หลอกลวงเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นแผนการหลอกลวงที่เรียกว่า “การเชือดหมู” และ “ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ หรือคอลเซ็นเตอร์”

การวางกรอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไทยกำลังพยายามวางตัวให้สอดคล้องกับทั้งรัฐบาลสหรัฐและจีน ซึ่งต่างผลักดันให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปราบปรามการฉ้อโกงเหล่านี้

ในแถลงการณ์สองฉบับในสัปดาห์นี้ กองทัพภาค 2 ซึ่งรับผิดชอบการสู้รบใน 4 จาก 7 จังหวัดชายแดน กล่าวว่าเป้าหมายบางส่วนที่กองทัพไทยโจมตีในกัมพูชาในเดือนนี้ เป็นแหล่งซ่อนตัวที่ใช้ในการฉ้อโกงของสแกมเมอร์ ซึ่งทหารกัมพูชาใช้เป็นจุดบัญชาการ ก่อนหน้านี้เน้นเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

กองบัญชาการกล่าวในแถลงการณ์เมื่อ 17 ธันวาคมว่า ไทยตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงและปฏิบัติการ และ “ทำลายโครงสร้างสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติ” “ศัตรูที่แท้จริงคือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและโครงสร้างอำนาจที่ค้ำจุนผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายผ่านความรุนแรง”

ในแถลงการณ์อีกฉบับในวันถัดไป กองบัญชาการกล่าวว่า กองกำลังไทยได้ทำลายสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงอย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งเรียกอีกอย่างว่ากาสิโน รวมถึง 2 แห่งที่เคยถูกรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรมาก่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐให้ความสนใจอย่างมากต่อความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ปะทุขึ้นเมื่อต้นปีนี้ โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการทางการค้ากับทั้งสองฝ่ายในเดือนกรกฎาคมเพื่อยุติการสู้รบ จากนั้นก็ลงนามเป็นสักขีพยานในข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ในเดือนตุลาคม

ทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นว่าจะยุติการสู้รบหลังจากที่พูดคุยกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่แถลงการณ์ของไทยในสัปดาห์นี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐได้อนุมัติให้ไทยโจมตีต่อไป โดยปริยาย

“นี่อธิบายได้ว่าทำไมหลายประเทศ แม้จะเรียกร้องให้ ‘หยุดยิง’ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศไทย รวมถึงสหรัฐซึ่งดูเหมือนจะใช้ความระมัดระวังอย่างนุ่มนวลในฐานะผู้สนับสนุนสันติภาพ” กองทัพภาคที่ 2 กล่าว

ประเทศไทยได้ส่งเครื่องบินรบเอฟ-16 (F-16) และกริพเพน (Gripen) ไปทิ้งระเบิดอาคารและสะพานที่กองทัพกัมพูชาใช้ตั้งแต่ความขัดแย้งชายแดนปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ไทยกล่าวว่าเป้าหมายเหล่านั้นรวมถึงกาสิโนที่ “ถูกทิ้งร้าง” ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการโดรน คลังอาวุธ หรือกองกำลังและพลซุ่มยิง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาแถลงว่า ไทยใช้เครื่องบินรบ F-16 ทิ้งระเบิด 2 ลูกในเมืองปอยเปต ซึ่งเป็นเมืองกาสิโนที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งปฏิบัติการอาชญากรรมทางไซเบอร์ แต่ไม่ได้ระบุว่ามีกาสิโนใดถูกโจมตีหรือไม่ กองทัพอากาศไทยระบุว่าเป้าหมายคือคลังเก็บจรวด

เมื่อถูกถามว่าไทยตั้งเป้าหมายโจมตีกาสิโนของกัมพูชาโดยเฉพาะหรือไม่ พลตรีกฤษดา สุขสุวรรณ รองโฆษกกองทัพบกไทย กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อ 18 ธันวาคมว่า เป้าหมายทั้งหมดได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นเป้าหมายทางทหาร

“การโจมตีไม่ได้มุ่งเป้าไปที่กาสิโนและพวกมิจฉาชีพเพียงอย่างเดียว” เขากล่าว “เป้าหมายทุกแห่งที่ระบุไว้ถูกใช้เป็นฐานทัพอย่างชัดเจน โดยมักรวมถึงศูนย์บัญชาการโดรนและคลังเก็บอาวุธ”

นับตั้งแต่ต้นปี ไทยได้เพิ่มมาตรการปราบปรามเครือข่ายมิจฉาชีพที่ดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนได้ให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผย โดยเมื่อ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา จีนส่งทูตพิเศษไปยังกัมพูชาและไทยเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

ตามรายงานของสหประชาชาติระบุว่า ปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้ขยายตัวไปทั่วภูมิภาคมานานหลายปีแล้ว และมักดำเนินการโดยชาวจีนที่หลบหนีออกมาในปี 2020 หลังจากการปราบปรามภายในประเทศ อาชญากรค้ามนุษย์เหยื่อหลายแสนคนจาก 56 ประเทศต้นทาง เพื่อไปทำงานในโรงงานฉ้อโกง

เมื่อเดือนที่แล้ว ไทยได้ส่งตัวพลเมืองกัมพูชาที่เกิดในจีนและได้รับสัญชาติแล้ว ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อกาสิโนและเป็นที่ต้องการตัวของรัฐบาลจีน และในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการไทยได้ส่งตัวชาวจีนหลายคนที่ทำงานในปฏิบัติการฉ้อโกงในเมียนมากลับประเทศ

การดำเนินการของกองทัพไทยเพื่อปราบปรามกาสิโนในกัมพูชาเกิดขึ้นหลังจากมาตรการหลายอย่างในช่วงต้นปีนี้เพื่อทำลายเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมาย ไทยยังได้ระงับการส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชา รวมถึงเชื้อเพลิงที่ระบุว่าจะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติ และห้ามคนไทยเดินทางไปทำงานที่ปอยเปต มาตรการดังกล่าวคล้ายคลึงกันเมื่อไทยตัดกระแสไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ของเมียนมาต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งซ่อนตัวของอาชญากรไซเบอร์