เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
Politics รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
Politics เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
Real Estate 2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
World ‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
Finance เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
ดูทั้งหมด

จีน-ไต้หวัน: จีนประกาศระงับความร่วมมือกับสหรัฐฯ กระทบการแก้วิกฤตโลกร้อนอย่างไร 

07 ส.ค. 2565 | 10:06น.

ความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จนถึงจุดที่จีนประกาศระงับความร่วมมือด้านต่าง ๆ กับสหรัฐฯ รวมทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้สร้างความวิตกกังวลให้บรรดานักสิ่งแวดล้อมที่มองว่า การลดโลกร้อนจะสำเร็จได้ยากหากจีนและสหรัฐฯ สองมหาอำนาจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลกไม่ร่วมมือกัน

ช่วงที่ผ่านมา จีนและสหรัฐฯ แสดงท่าทีเชิงบวกในการร่วมมือกันแก้ปัญหาโลกร้อนในหลายวาระ ทำให้นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและผู้ติดตามการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่วนหนึ่งรู้สึกมีความหวัง

แต่ความหวังนั้นดูเหมือนกำลังจะดับลงจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศมหาอำนาจที่ปะทุขึ้นจากการเยือนไต้หวันของนางเพโลซีเมื่อวันที่ 3 ส.ค. นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกของสหรัฐฯ ที่เดินทางเยือนไต้หวันในรอบ 25 ปี

กระทรวงการต่างประเทศของจีนเรียกการเยือนครั้งนี้ว่าเป็น “การละเมิดหลักการจีนเดียวอย่างร้ายแรง” ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์ของจีน และสหรัฐฯ

นอกจากการประณามแล้ว ทางการจีนยังตอบโต้ด้วยการจัดซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในน่านน้ำรอบเกาะไต้หวันเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 4 วัน โดยมีการยิงกระสุนจริงระยะไกลจาก 6 จุด และยิงขีปนาวุธพาดผ่านไต้หวันเป็นครั้งแรก

แนนซี เพโลซี

ที่มาของภาพ, Reuters

ระงับความร่วมมือ

การแสดงความไม่พอใจของจีนต่อการเยือนของนางเพโลซียังไม่สิ้นสุดเพียงแค่นั้น เมื่อวันที่ 5 ส.ค. กระทรวงการต่างประเทศของจีนประกาศยกเลิกการเจรจาและระงับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในทั้งหมด 8 ประเด็น ครอบคลุมทั้งการเจรจาและความร่วมมือทางทหาร การส่งกลับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย การสอบสวนอาชญากรรมข้ามชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุชัดว่า มาตรการนี้เป็นการตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางเพโลซี โดยไม่นำพาการคัดค้านอย่างรุนแรงของจีน

ด้านแคร์รีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ แถลงตอบโต้ทันควันว่า นางเพโลซี “มีสิทธิทุกประการ” ในการเดินทางไปเยือนไต้หวัน ส่วนมาตรการระงับความร่วมมือที่ทางการจีนประกาศออกมานั้น “ตั้งอยู่บนความไม่รับผิดชอบ”

โฆษกทำเนียบขาวระบุว่าด้วยว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าความพยายามในการเปิดช่องทางการสื่อสารกับจีนต่อไป โดยยังคงปกป้องผลประโยชน์และค่านิยมของสหรัฐฯ

จีน-สหรัฐฯ อดีตพันธมิตรสู้วิกฤตโลกร้อน?

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนและสหรัฐฯ ได้แสดงความตระหนักร่วมกันถึงความเร่งด่วนและความรุนแรงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังให้คำมั่นสัญญาหลายครั้งว่าจะร่วมมือกันแก้ปัญหานี้

เช่น ในปี 2014 นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ออกแถลงการณ์ร่วมว่า ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันยับยั้งวิกฤตโลกร้อน โดยสหรัฐฯ ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 26-28% จากปริมาณที่ปล่อยในปี 2005 ขณะที่จีนให้คำมั่นว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังได้ตั้งคณะทำงานร่วมจีน-สหรัฐฯ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (US-China Climate Change Working Group – CCWG) ขึ้นด้วย

เดือน เม.ย. 2564 นายจอหน์ แคร์รี ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนายสี เจิ้นหัว ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจีน พบปะหารือกันที่นครเซี่ยงไฮ้ และออกแถลงการณ์ร่วมยืนยันว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจังและเร่งด่วน จีนและสหรัฐฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส และจะร่วมมือกับนานาชาติในการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความตกลงปารีส

บารัค โอบามา และ สี จิ้นผิง

ที่มาของภาพ, Reuters

ล่าสุด ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP 26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อเดือน พ.ย. 2564 จีนและสหรัฐฯ ก็ได้ออก “แถลงการณ์ร่วมกลาสโกว์ว่าด้วยการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทศวรรษ 2020s” ยืนยันความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการรับมือและแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น บังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และส่งเสริมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น

ขณะนี้ หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่า อนาคตของความร่วมมือเหล่านี้จะเป็นอย่างไร และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในครั้งนี้จะส่งผลต่อความพยายามของประชาคมโลกในการลดก๊าซเรือนกระจกแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการประกาศระงับความร่วมมือนี้มีขึ้นเพียง 3 เดือนก่อนการประชุม COP 27 ที่ประเทศอียิปต์

ยูเอ็นอยากเห็นสองมหาอำนาจร่วมมือกัน

ระหว่างการแถลงข่าวประจำวันที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกของนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ทางการจีนประกาศระงับความร่วมมือกับสหรัฐฯ

“เลขาธิการยูเอ็นมีความเห็นว่า หากปราศจากการหารือและความร่วมมือระหว่างสองประเทศนี้แล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกัน”

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่างออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ และจีนกลับมาร่วมมือกัน

“เราไม่มีทางรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้ถ้ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกทั้งสองประเทศนี้ไม่ลงมือทำ” นายอัลเดน เมเยอร์ นักวิชาการประจำสถาบัน E3G ที่ทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกล่าวกับเอเอฟพี

ไฟป่า

ที่มาของภาพ, Reuters

“จีนอาจจะหยุดร่วมมือกับสหรัฐฯ ได้ แต่ไม่มีใครหยุดยั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้” ลอเรนซ์ ทูเบียนา ประธานบริหารมูลนิธิด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งยุโรป ให้ความเห็น

เธอบอกว่าจีนและสหรัฐฯ ควรหาทางกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อประโยชน์ของประเทศตัวเอง หรืออย่างน้อยก็ขอให้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่แต่ละประเทศได้ให้ไว้ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

จากข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายประเทศ ในปี 2019 จีนปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลกหรือคิดเป็น 28% ของทั้งหมด ส่วนสหรัฐฯ อยู่ที่ 15%

“การที่สหรัฐฯ และจีนร่วมมือกันในการแก้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และเป็นแรงผลักดันให้ประเทศอื่น ๆ ร่วมขบวนด้วย” เนต ฮัลต์แมน ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อความยั่งยืนของโลก มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ กล่าว

……

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว